บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
18.20
+0.10 (+0.55%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5057 out_tok=2653 at=2026-07-25T13:32:40 -->
# CK กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 64 โต 10.56% รับดอกเบี้ยพิเศษ-ส่วนแบ่งกำไรบวก
## รายได้ก่อสร้างหด 34% แต่กำไรโตได้จากดอกเบี้ยรับคดีทางด่วน-ส่วนแบ่งกำไรบ.ร่วมหนุน
บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK รายงานผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2564 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 801.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.56% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการบันทึกดอกเบี้ยรับจากคดีค่าก่อสร้างทางพิเศษสายบางพลี-สุขสวัสดิ์ และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น แม้รายได้จากสัญญาก่อสร้างจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ CK ในงวด 9 เดือนแรกปี 2564 เติบโตได้ มาจาก **การบันทึกรายได้พิเศษจากดอกเบี้ยรับจำนวนมาก และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น** ซึ่งสามารถชดเชยผลกระทบจากรายได้หลักจากการก่อสร้างที่ลดลงได้อย่างมีนัยสำคัญ
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า สาเหตุหลักที่ทำให้กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 76.49 ล้านบาท หรือ 10.56% มาจากสองปัจจัยหลัก คือ:
1. **ดอกเบี้ยรับจากหนี้ค่าก่อสร้าง:** บริษัทได้บันทึกดอกเบี้ยรับจำนวน 382.91 ล้านบาท จากการขยายระยะเวลาตามสัญญาจ้างก่อสร้างทางพิเศษสายบางพลี-สุขสวัสดิ์ (บางพลี-บางขุนเทียน) ตามคำพิพากษาของศาลปกครอง ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่เข้ามาสนับสนุนผลประกอบการในงวดนี้
2. **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น:** ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นถึง 290.53 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากผลประกอบการที่ดีขึ้นของบริษัท ซีเคพาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งคาดว่ามาจากการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม รายได้จากสัญญาก่อสร้างซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัท กลับลดลง 4,499 ล้านบาท หรือ 34.24% เนื่องจากโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่หลายโครงการ เช่น รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย และโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี ได้ใกล้ปิดโครงการ ขณะที่โครงการใหม่ๆ ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ทำให้รายได้รวมลดลง
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ลักษณะครั้งคราว** โดยเฉพาะในส่วนของดอกเบี้ยรับจากคดีค่าก่อสร้างนั้น เป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นจากการตัดสินของศาล ซึ่งไม่สามารถคาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นในลักษณะเดียวกันในอนาคตได้ ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นจาก CKP มีแนวโน้มที่ดีจากการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น แต่ผลประกอบการของทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพฯ (BEM) ยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ภาพรวมการเติบโตจากบริษัทร่วมยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 64 เติบโต 10.56%** อยู่ที่ 801.12 ล้านบาท จาก 724.63 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากสัญญาก่อสร้างลดลง 34.24%** อยู่ที่ 8,641.53 ล้านบาท เนื่องจากโครงการหลักใกล้ปิดโครงการ
* **ต้นทุนก่อสร้างลดลง 33.93%** สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง
* **กำไรขั้นต้นลดลง 37.54%** และอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 8.18% ลดลงเล็กน้อยจาก 8.61% ในปีก่อน
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 47.85%** เป็น 897.68 ล้านบาท หนุนโดยผลประกอบการที่ดีขึ้นของ CKP
* **อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E)** อยู่ที่ 1.34 เท่า เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 1.32 เท่า ณ สิ้นปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดเก้าเดือนแรกของปี 2564 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวม 10,320.88 ล้านบาท ลดลง 29.28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากสัญญาก่อสร้างที่ลดลง 34.24% ขณะที่ต้นทุนในการรับเหมาก่อสร้างลดลง 33.93% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 37.54% อย่างไรก็ตาม บริษัทมีกำไรจากกิจกรรมดำเนินงาน 972.34 ล้านบาท ลดลง 10.72% แต่เมื่อรวมกับส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 47.85% ทำให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น 10.56% มาอยู่ที่ 801.12 ล้านบาท
## โอกาส
* **การบันทึกดอกเบี้ยรับพิเศษ:** รายการดอกเบี้ยรับจากคดีค่าก่อสร้างทางพิเศษสายบางพลี-สุขสวัสดิ์ เป็นปัจจัยบวกที่เข้ามาสนับสนุนผลประกอบการในงวดนี้
* **ผลประกอบการที่ดีขึ้นของบริษัทร่วม:** ส่วนแบ่งกำไรจาก CKP ที่เพิ่มขึ้นจากการผลิตไฟฟ้าที่มากขึ้น เป็นสัญญาณบวกต่อผลประกอบการในอนาคต
* **โครงการก่อสร้างใหม่:** การมีโครงการก่อสร้างใหม่ๆ ที่อยู่ในช่วงเริ่มต้น เช่น อาคารศูนย์เรียนรู้และวิจัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ และอุโมงค์ส่งน้ำกาญจนาภิเษก จะเป็นแหล่งรายได้ในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **รายได้หลักลดลง:** การที่โครงการก่อสร้างหลักใกล้ปิดโครงการ และโครงการใหม่ยังมีขนาดเล็ก อาจส่งผลกระทบต่อรายได้รวมในระยะถัดไป หากไม่มีโครงการใหม่ขนาดใหญ่เข้ามาทดแทน
* **ผลกระทบจากโควิด-19 ต่อ BEM:** สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ยังคงส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมที่สำคัญ
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 11.66% จากการออกหุ้นกู้เพิ่ม อาจส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไรหากรายได้ไม่เติบโตตาม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างใหม่:** การรับรู้รายได้จากโครงการที่อยู่ในช่วงเริ่มต้น
* **แนวโน้มผลประกอบการของ CKP:** การผลิตไฟฟ้าและรายได้จากธุรกิจโรงไฟฟ้า
* **ผลกระทบจากโควิด-19 ต่อ BEM:** การฟื้นตัวของปริมาณผู้โดยสารและรายได้จากธุรกิจทางด่วนและรถไฟฟ้า
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมต้นทุนการก่อสร้างให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
* **การออกหุ้นกู้เพิ่มเติม:** ผลกระทบต่อโครงสร้างทางการเงินและต้นทุนทางการเงิน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**รายได้จากสัญญาก่อสร้าง:** ในงวด 9 เดือนแรกปี 2564 รายได้จากสัญญาก่อสร้างอยู่ที่ 8,641.53 ล้านบาท ลดลง 34.24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า เนื่องจากโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการ เช่น โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย และโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี ได้ใกล้ปิดโครงการ ในขณะที่โครงการก่อสร้างใหม่ๆ เช่น อาคารศูนย์เรียนรู้และวิจัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ และอุโมงค์ส่งน้ำกาญจนาภิเษก ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ทำให้รายได้รวมลดลง
**ต้นทุนและกำไรขั้นต้น:** ต้นทุนในการรับเหมาก่อสร้างลดลง 33.93% สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง ส่งผลให้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 706.73 ล้านบาท ลดลง 37.54% และอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 8.18% ลดลงเล็กน้อยจาก 8.61% ในปีก่อน
**รายได้อื่น:** รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 15.54% เป็น 1,679.35 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการบันทึกดอกเบี้ยรับจำนวน 382.91 ล้านบาท จากคดีค่าก่อสร้างทางพิเศษสายบางพลี-สุขสวัสดิ์
**ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม:** เพิ่มขึ้น 47.85% เป็น 897.68 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากผลประกอบการที่ดีขึ้นของ CKP เนื่องจากปริมาณการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ขณะที่ผลประกอบการของ BEM ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาสที่ 3 ปี 2564 บริษัทและบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวม 84,597.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.20% จากสิ้นปีก่อนหน้า โดยส่วนใหญ่มาจากเงินสดและสินทรัพย์ที่รับรู้จากต้นทุนในการทำให้เสร็จสิ้นตามสัญญาที่เพิ่มขึ้น รวมถึงเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มทุนในบริษัทหลวงพระบางพาวเวอร์จำกัด
หนี้สินรวมอยู่ที่ 58,318.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.21% ส่วนใหญ่มาจากเงินรับล่วงหน้าค่าก่อสร้างและการออกหุ้นกู้เพิ่มขึ้น
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 26,279.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.03%
อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ที่ 1.34 เท่า เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 1.32 เท่า ณ สิ้นปีก่อน แต่ยังคงต่ำกว่าเงื่อนไขที่กำหนดไว้ไม่เกิน 3.00 เท่า
สำหรับกระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 301.64 ล้านบาท เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมลงทุน 115.06 ล้านบาท และเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงิน 841.52 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการออกหุ้นกู้เพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีเงินสดสุทธิเพิ่มขึ้นรวม 635.10 ล้านบาท
## สรุปท้าย
CK ในงวด 9 เดือนแรกปี 2564 สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิเติบโตได้ 10.56% โดยมีหัวใจสำคัญมาจากรายการพิเศษอย่างดอกเบี้ยรับจากคดีค่าก่อสร้าง และส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจากบริษัทร่วม แม้รายได้หลักจากการก่อสร้างจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งปัจจัยบวกจากรายการพิเศษนี้มีลักษณะครั้งคราว นักลงทุนจึงควรจับตาความสามารถในการสร้างรายได้จากโครงการก่อสร้างใหม่ๆ และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างใกล้ชิด ควบคู่ไปกับการติดตามผลประกอบการของบริษัทร่วม โดยเฉพาะ CKP ที่มีแนวโน้มดี แต่ BEM ยังคงเผชิญความท้าทายจากสถานการณ์โควิด-19
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CK ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
10,764.79
ล้านบาท
↑ 12.3% YoY
กำไรขั้นต้น
910.56
ล้านบาท
↑ 2.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
8.46
%
กำไรสุทธิ
444.35
ล้านบาท
↓ 360% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.13
%
D/E Ratio
3.08
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
10,765
↑ + 12.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
911
↑ + 2.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
444
↓ -360%
YoY
D/E Ratio
3.08
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.08
ROE (%)
12.31
ROA (%)
4.84
Book Value/หุ้น
17.11
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+88
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+6,837
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
88.10
-96.44%
|
2,473.51
-39.54%
|
4,091.25
-285.76%
|
-2,202.42
-26.02%
|
-2,976.89
-54.61%
|
-6,559.04
-291.35%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
6,836.61
+3,273.94%
|
202.63
-81.88%
|
1,118.48
+124.64%
|
497.90
-52.95%
|
1,058.33
-18.79%
|
1,303.26
-144.18%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-12,804.49
+1,242.70%
|
-953.64
-81.34%
|
-5,111.94
-428.77%
|
1,554.87
-135.98%
|
-4,321.24
-205.89%
|
4,081.06
-1,130.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-5,946.82
-429.93%
|
1,802.47
+383,404.26%
|
0.47
-100.31%
|
-153.38
-97.53%
|
-6,198.83
+502.32%
|
-1,029.16
-2,377.91%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
10,188.33
+30.89%
|
7,784.01
+11.84%
|
6,959.72
+2.77%
|
6,772.39
-10.49%
|
7,565.84
-11.97%
|
8,595.00
+0.53%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
9,769.74
-4.11%
|
10,188.33
+30.89%
|
7,784.01
+11.84%
|
6,959.72
+2.77%
|
6,772.39
-10.49%
|
7,565.84
-11.97%
|