บริษัท ซีวิลเอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
1.10
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9497 out_tok=2920 at=2026-07-25T13:32:28 -->
# CIVIL Q3/2564 กำไรพุ่ง 160% รับแรงหนุนรายได้ก่อสร้าง-มาร์จิ้นสูง
## รายได้โต 30% หนุนกำไรสุทธิก้าวกระโดด ฝ่ายจัดการชี้ความคืบหน้าโครงการสนามบิน-ทางหลวง เป็นปัจจัยหลัก
บริษัท ซีวิลเอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน) หรือ CIVIL โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิ 170.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 160.04% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการรับเหมาก่อสร้างและการปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นจากโครงการที่มีมาร์จิ้นสูง ขณะที่ภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2564 รายได้รวมเติบโต 29.90% สะท้อนถึงการฟื้นตัวของธุรกิจก่อสร้าง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ CIVIL ในงวด 9 เดือนแรกปี 2564 คือ **การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการรับเหมาก่อสร้าง ควบคู่ไปกับการปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) จากโครงการที่ดำเนินการอยู่** โดยกำไรสุทธิรวม 9 เดือน เพิ่มขึ้นถึง 160.04% หรือ 104.73 ล้านบาท แตะระดับ 170.18 ล้านบาท
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ปัจจัยหลักมาจากความคืบหน้าของโครงการงานท่าอากาศยาน เช่น โครงการท่าอากาศยานจังหวัดตรังและระนอง รวมถึงโครงการงานทางหลวง เช่น โครงการทางหลวงหมายเลข 3901 สายคูขนานวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร และโครงการทางหลวงหมายเลข 304 ซึ่งโครงการเหล่านี้เป็นงานที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่างานรถไฟ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นจากการรับเหมาก่อสร้างโดยรวมปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 9.48% ในงวดเดียวกันของปีก่อน เป็น 11.08% ในงวดปัจจุบัน นอกจากนี้ การบริหารจัดการต้นทุนการขายวัสดุก่อสร้างที่ลดลงสอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง และการบริหารจัดการซื้อวัสดุที่ดีขึ้น ยังช่วยหนุนอัตรากำไรจากการขายวัสดุให้ดีขึ้นด้วย แม้ว่ารายได้จากการขายวัสดุจะลดลงก็ตาม
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการระบุว่า ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 กลุ่มบริษัทฯ ดำเนินการก่อสร้างในทุกโครงการตามปกติแล้ว แม้ก่อนหน้านี้บางโครงการจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 เช่น การนำเข้าเครื่องจักร ข้อจำกัดการเคลื่อนย้ายแรงงาน และการหยุดดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม การที่โครงการงานทางและงานท่าอากาศยาน ซึ่งเป็นงานที่มีอัตรากำไรสูง มีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้น เป็นสัญญาณบวกต่อแนวโน้มอัตรากำไรในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2564 เติบโต 160.04%** แตะ 170.18 ล้านบาท จาก 65.44 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม 9 เดือนแรกปี 2564 เพิ่มขึ้น 29.90%** เป็น 3,532.14 ล้านบาท จาก 2,719.18 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้นจากการรับเหมาก่อสร้างปรับตัวดีขึ้น** จาก 9.48% เป็น 11.08%
* **อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้น** จาก 2.18% เป็น 4.56%
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 23.58%** เป็น 6,172.75 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากเงินสดรับล่วงหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูง
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 34.94%** เป็น 5,243.14 ล้านบาท จากเงินรับล่วงหน้าและเจ้าหนี้การค้า
* **ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 12.25%** เป็น 929.61 ล้านบาท จากการจ่ายเงินปันผล 300 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัท ซีวิลเอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 3,532.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 812.95 ล้านบาท หรือ 29.90% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการรับเหมาก่อสร้าง โดยเฉพาะโครงการงานท่าอากาศยานและโครงการงานทาง รวมถึงการรับรู้รายได้ค่าเช่าจากโครงการที่ได้ส่งมอบงานในอดีต ต้นทุนการรับเหมาก่อสร้างเพิ่มขึ้นตามรายได้ที่ 3,140.63 ล้านบาท หรือ 27.59% ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นจากการรับเหมาก่อสร้างปรับตัวดีขึ้นเป็น 11.08% จาก 9.48% ในปีก่อน ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวด 9 เดือน เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 160.04% เป็น 170.18 ล้านบาท
## โอกาส
* **ความคืบหน้าของโครงการงานโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่:** โครงการท่าอากาศยานและโครงการงานทางหลวงที่ดำเนินการอยู่มีแนวโน้มที่จะสร้างรายได้และอัตรากำไรที่ดีอย่างต่อเนื่อง
* **การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** การบริหารจัดการซื้อวัสดุก่อสร้างและการได้รับประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาด ช่วยหนุนอัตรากำไรจากการขายวัสดุให้ดีขึ้น
* **การกลับมาดำเนินงานตามปกติ:** การที่ทุกโครงการก่อสร้างกลับมาดำเนินการตามปกติหลังได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เป็นปัจจัยบวกต่อการรับรู้รายได้
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัสดุ:** แนวโน้มการปรับตัวสูงขึ้นของราคาวัสดุโภคภัณฑ์ เช่น เหล็กและคอนกรีต อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการก่อสร้างในอนาคต
* **ข้อจำกัดในการเคลื่อนย้ายแรงงานและเครื่องจักร:** แม้ปัจจุบันจะดำเนินการได้ตามปกติ แต่หากสถานการณ์โควิด-19 กลับมารุนแรง อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานได้อีกครั้ง
* **การพึ่งพิงโครงการภาครัฐ:** รายได้ส่วนใหญ่มาจากการรับเหมาก่อสร้างภาครัฐ ซึ่งอาจมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือการจัดสรรงบประมาณ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าและอัตรากำไรของโครงการท่าอากาศยานและทางหลวง:** เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักของรายได้และกำไรในปัจจุบัน
* **แนวโน้มราคาวัสดุก่อสร้าง:** การปรับตัวขึ้นของราคาวัสดุอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและอัตรากำไรในอนาคต
* **การบริหารจัดการกระแสเงินสด:** การเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและเจ้าหนี้การค้าที่สอดคล้องกับการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น ต้องมีการบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด
* **การรับรู้รายได้จากโครงการรถไฟความเร็วสูง:** โครงการรถไฟความเร็วสูงช่วงสระบุรี-แก่งคอย เป็นแหล่งเงินรับล่วงหน้าจำนวนมาก ต้องติดตามการส่งมอบงานและรายได้ที่จะเกิดขึ้น
* **การจ่ายเงินปันผล:** การจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจำนวนมากส่งผลกระทบต่อส่วนของผู้ถือหุ้นและอัตราส่วนทางการเงิน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**รายได้จากการรับเหมาก่อสร้าง:** เติบโตอย่างแข็งแกร่ง 29.90% เป็น 3,532.14 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากโครงการท่าอากาศยาน (ตรัง, ระนอง) และโครงการทางหลวง (หมายเลข 3901, 304) ซึ่งเป็นโครงการที่ให้ผลตอบแทน (อัตรากำไรขั้นต้น) ที่ดีกว่างานรถไฟ การรับรู้รายได้จากโครงการที่ส่งมอบงานในอดีตก็มีส่วนช่วยเช่นกัน
**รายได้จากการจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง:** ลดลง 24.13% เป็น 179.25 ล้านบาท เนื่องจากผู้รับเหมาช่วงชะลอการสั่งซื้อวัสดุจากแนวโน้มราคาวัสดุที่ปรับตัวสูงขึ้น
**รายได้ค่าเช่า:** เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 6.57% เป็น 11.92 ล้านบาท จากการมีผู้เช่าเพิ่มเติม แม้พื้นที่ให้เช่าสุทธิจะลดลงเนื่องจากบริษัทนำบางส่วนมาใช้เป็นสำนักงานของตนเอง
**ต้นทุนและอัตรากำไรขั้นต้น:**
* **ต้นทุนการรับเหมาก่อสร้าง:** เพิ่มขึ้น 27.59% ตามรายได้ แต่การที่สัดส่วนรายได้จากงานทางและท่าอากาศยานเพิ่มขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นจากการรับเหมาก่อสร้างดีขึ้นจาก 9.48% เป็น 11.08%
* **ต้นทุนจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง:** ลดลง 25.05% สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง แต่อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายวัสดุเพิ่มขึ้นเป็น 6.72% จาก 5.58% จากการบริหารจัดการซื้อที่ดี
* **ต้นทุนการให้เช่า:** เพิ่มขึ้น 15.10% ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นจากการให้เช่าลดลงจาก 38.39% เป็น 33.46% เนื่องจากมีการปรับปรุงพื้นที่และค่าเช่าที่ดินเพิ่มขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** ลดลง 4.89% เป็น 213.21 ล้านบาท โดยหลักมาจากการลดลงของค่าเสื่อมราคาและค่าซ่อมแซมเครื่องจักรที่ถูกบันทึกเป็นต้นทุนโครงการแทน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้น ก.ย. 64 อยู่ที่ 6,172.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.58% จากสิ้นปี 63 โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด (รับเงินล่วงหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูง) ลูกหนี้การค้า และรายได้ที่ยังไม่ได้เรียกชำระ (โครงการรถไฟความเร็วสูง)
**หนี้สินรวม:** ณ สิ้น ก.ย. 64 อยู่ที่ 5,243.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.94% โดยหลักมาจากเงินรับล่วงหน้าจากผู้ว่าจ้าง (โครงการรถไฟความเร็วสูง) เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น (ผู้รับเหมาช่วง, ค่าวัสดุ)
**ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ สิ้น ก.ย. 64 อยู่ที่ 929.61 ล้านบาท ลดลง 12.25% จากสิ้นปี 63 เนื่องจากการจ่ายเงินปันผล 300 ล้านบาทในเดือน มี.ค. 64 และการประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลอีก 180 ล้านบาทในเดือน พ.ย. 64
**อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio):** เพิ่มขึ้นจาก 3.67 เท่า ณ สิ้นปี 63 เป็น 5.64 เท่า ณ สิ้น ก.ย. 64 และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 1.29 เท่า เป็น 1.73 เท่า ซึ่งเป็นผลมาจากการกู้ยืมระยะสั้นเพิ่มขึ้นเพื่อใช้ในการก่อสร้าง และการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้ต่างๆ รวมถึงการลดลงของส่วนของผู้ถือหุ้นจากการจ่ายปันผล
**วงจรเงินสด:** อยู่ที่ (33.70) วัน เพิ่มขึ้นจาก (42.25) วันในปีก่อน โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ยจากการส่งมอบงานเพิ่มขึ้นในช่วงปลายงวด
## สรุปท้าย
ผลประกอบการของ CIVIL ในงวด 9 เดือนแรกปี 2564 เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการรับเหมาก่อสร้างโครงการที่มีอัตรากำไรสูงอย่างงานท่าอากาศยานและงานทางหลวง ควบคู่กับการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของหนี้สินและการลดลงของส่วนของผู้ถือหุ้นจากการจ่ายเงินปันผล รวมถึงความเสี่ยงด้านราคาวัสดุก่อสร้าง ยังเป็นประเด็นที่นักลงทุนควรติดตามอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CIVIL ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
1,416.03
ล้านบาท
↑ 11.4% YoY
กำไรขั้นต้น
168.28
ล้านบาท
↑ 78.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
11.88
%
กำไรสุทธิ
61.59
ล้านบาท
↑ 128.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.35
%
D/E Ratio
3.59
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,416
↑ + 11.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
168
↑ + 78.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
62
↑ + 128.4%
YoY
D/E Ratio
3.59
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CIVIL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.59
ROE (%)
-1.54
ROA (%)
-0.21
Book Value/หุ้น
2.69
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CIVIL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+1,006
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-64
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CIVIL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
1,006.15
+59.80%
|
629.62
+1,480.77%
|
39.83
-135.11%
|
-113.43
-376.19%
|
41.07
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-64.47
-185.52%
|
75.39
-158.31%
|
-129.30
-112.04%
|
1,074.24
-31,147.40%
|
-3.46
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-209.46
+56.70%
|
-133.67
+39.76%
|
-95.64
-94.17%
|
-1,639.16
-8,064.82%
|
20.58
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
732.23
+15.75%
|
632.59
-441.76%
|
-185.10
-72.71%
|
-678.36
-1,265.97%
|
58.18
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
687.92
+44.88%
|
474.81
-13.27%
|
547.47
-21.55%
|
697.82
+154.43%
|
274.27
-53.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
356.76
-48.14%
|
687.92
+44.88%
|
474.81
-13.27%
|
547.47
-21.55%
|
697.82
+154.43%
|