เข้าสู่ระบบ
+ สมัครสมาชิก
วิธีใช้งาน AiO
ห้องเรียนหุ้น
หน้าระบบ
STOCK INFO
ข้อมูลหุ้น
จุดเด่น
สรุปงบล่าสุด
สรุป OPPDAY
Dash Box
DCA
IAA Consensus
ProjectX
เงินปันผล
ราคาหุ้น
กราฟราคา
Matrix ราคาที่เปลี่ยนแปลง
ข่าวออนไลน์
รายชื่อกรรมการล่าสุด
ผู้ถือหุ้นใหญ่
การซื้อขายของผู้บริหาร
งบการเงิน
งบการเงิน
กำไรขาดทุน
ฐานะทางการเงิน
กระแสเงินสด
Data / Community
Blog & Event
(บทความ&ข่าวสาร&กิจกรรม)
Live & Video
วิดีโอและไลฟ์สด
Community
(ชุมชน)
Data / Tools
ค่าเงิน & วัตถุดิบ
บาทดอลลาร์
น้ำมัน
ถ่านหิน
ค่าระวางเรือ
ทองแดง
เหล็ก
น้ำตาลทราย
ยางพารา
กาแฟ
กราฟ SET
SET INDEX
ข่าวหุ้น
ข่าวหุ้น
OPPDAY
เงินปันผล
Basket List
Virtual Port
Deep
เปรียบเทียบหุ้น
Stock Filter
การซื้อขายของผู้บริหาร
Activity
AIO Reward
Change Log
AiO Version 3.9
สรุป OPPDAY หุ้น CIVIL
Home
สรุป OPPDAY หุ้น CIVIL
CIVIL
บริษัท ซีวิลเอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน)
Oppday
ไตรมาสที่ 4 ปี 2568
-- รอบที่ --
4Q2568
3Q2568
1Q2568
4Q2567
สรุป OPPDAY
📅
ข้อมูลสำคัญ
- ปีงบประมาณปัจจุบัน: พ.ศ. 2568 / ค.ศ. 2025 - ปีก่อนหน้า: พ.ศ. 2567 / ค.ศ. 2024 --- ###
1. สรุปภาพรวมเชิงกลยุทธ์ (Executive Summary)
บริษัทซีวิลเอนจีเนียริงจำกัด (มหาชน) เผยแพร่ผลประกอบการไตรมาสที่ 4 และปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยมีผลประกอบการไตรมาสสุดท้ายของปีเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะด้านกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 35 ล้านบาท (หรือ +140%) เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนภาพรวมความมั่นคงของผลประกอบการในช่วงปลายปี แม้บริษัทจะเผชิญภาวะขาดทุนสุทธิทั้งปีรวมถึง 29 ล้านบาท เนื่องจากผลกระทบจากการปรับงบประมาณโครงการรถไฟและสถานการณ์แผ่นดินไหว แต่ผลประกอบการไตรมาสที่ 4 กลับแสดงศักยภาพในการควบคุมต้นทุนและการรักษาความสามารถในการทำกำไรได้อย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทยังคงเน้นย้ำถึงความมั่นคงด้านหนี้สินและได้รับการประเมินว่ามีอัตราแลกเปลี่ยนเครดิตระดับ AAA โดยต่อเนื่องมาเป็นเวลา 3 ปี กลยุทธ์หลักของบริษัทในระยะยาวคือการพัฒนาตนเองเป็น
High Standard Contractor
โดยเน้นระบบการทำงานที่มีประสิทธิภาพ (Agile), การเติบโตด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เน้นความปลอดภัยและ ESG และการขยายฐานธุรกิจสู่ภาคเอกชนและโครงการขนาดใหญ่ในอนาคต --- ###
2. ผลการดำเนินงานและตัวชี้วัดสำคัญ (Financial & KPI Analysis)
ตารางสรุปผลประกอบการ (หน่วย: ล้านบาท)
| รายการ | ปี พ.ศ. ก่อนหน้า | ปี พ.ศ. ปัจจุบัน | |-------------------------------------------|----------------|---------------| | รายได้รวม | 4,899 | 4,899 | | กำไรจากการดำเนินงาน (EBIT / Core Profit) | - |
124
| | กำไรสุทธิ (Net Profit) | - |
-29
| | อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) | - |
12.9%
| | Backlog (งานที่รอเซ็นสัญญา) | - |
1,678
| --- ####
การวิเคราะห์ Core vs Non-Core
| ธุรกิจ | รายได้ (ล้านบาท) | อัตรากำไร (เปอร์เซ็นต์) | |-------------------------------|------------------|------------------------| | Core – การรับเหมาก่อสร้าง | ~4,899 | ~7–9% (เฉลี่ย) | | Non-Core – การจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง | ~37 | ~40% | > หมายเหตุ: ธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้างเติบโตอย่างต่อเนื่องในไตรมาสที่ 4 โดยรายได้เพิ่มขึ้น 40% จากปีก่อน และเป็นหนึ่งในปัจจัยสนับสนุนอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น --- ###
3. ปัจจัยขับเคลื่อนและอุปสรรค (Drivers & Constraints)
####
ปัจจัยภายใน
- ✅
ความสำเร็จในการบริหารต้นทุน
: การควบคุมต้นทุนในงานทาง เขื่อน และอ่างเก็บน้ำทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นถึง 12.9% ในไตรมาสที่ 4 - ✅
การบริหารจัดการโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ
: การปิดงานหลายโครงการเสร็จตามแผน และการรับค่า K (Compensation Index) จากข้อกำหนดต้นทุนเพิ่มขึ้นบางส่วน - ✅
การพัฒนาองค์กรให้เป็น High Standard Contractor
: การได้รับ ISO 9001, ISO 14001 และ ISO 45001 เพื่อเสริมความน่าเชื่อถือและมาตรฐานด้านความปลอดภัย ####
ปัจจัยภายนอก
- ⚠️
ผลกระทบจากงบประมาณภาครัฐ
: การปรับงบประมาณโครงการรถไฟในไตรมาสที่ 3 ส่งผลให้รายได้รับรู้ล่าช้า และต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างไม่คาดคิด - ⚠️
ความผันผวนของต้นทุนพลังงาน
: การขึ้นราคาเชื้อเพลิงธรรมชาติส่งผลต่อต้นทุนวัสดุก่อสร้าง โดยเฉพาะเหล็กและคอนกรีต - ⚠️
แรงงานขาดแคลน (Labour Shortage)
: สถานการณ์จากกัมพูชาส่งผลให้แรงงานหายไป ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานในหลายโครงการ - ⚠️
นโยบายภาครัฐและกฎหมายจัดซื้อจัดจ้าง
: การเปลี่ยนแปลงในกฎหมายด้านความปลอดภัยและการจัดการงานก่อสร้างยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องผลักดันให้มีความเป็นธรรมและโปร่งใสมากขึ้น --- ###
4. เจาะลึกช่วงถาม-ตอบ (Q&A Deep Dive)
Q: การรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้เหนือ 10% ได้หรือไม่ในไตรมาสหนึ่งและปีหน้า?
A:
อัตรากำไรขั้นต้นปกติอยู่ที่ 7–9% โดยขึ้นอยู่กับประเภทงาน แต่ในไตรมาสที่ 4 เรารักษาไว้ได้ถึง 12.9% จากการประหยัดต้นทุนและได้รับค่า K เพื่อชดเชยต้นทุนเพิ่มขึ้นบางส่วน การบริหารจัดการโครงการอย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาอัตรากำไรในระยะยาว
Q: โครงการทางหลวงพิเศษมูลค่า 1,421 ล้านบาท มีรายได้รับรู้ในไตรมาสที่ 1 พ.ศ. 2569 กี่เปอร์เซ็นต์ของมูลค่างาน?
A:
เป็นโครงการประเภทเอสเคิร์ฟ (S-Curve) โดยกำลังเตรียมแคมป์และเริ่มงานอย่างเต็มที่ เมื่อเทียบกับระยะเวลาก่อสร้าง คาดว่ารายได้จะเริ่มชันขึ้นประมาณเดือนที่ 8 เป็นต้นไป ดังนั้นในไตรมาสที่ 1 มูลค่ารายได้ที่รับรู้จึงยังไม่ถึงเกณฑ์ S-Curve โดยประมาณ 10–15% ของมูลค่างาน
Q: กลยุทธ์การเพิ่มรายได้จากธุรกิจ Non-Core เช่น การให้เช่าเครื่องจักรและขายวัสดุก่อสร้าง มีเป้าหมายอย่างไร?
A:
ธุรกิจนี้ถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์สำคัญในการลดความเสี่ยงจากการพึ่งพารายได้จากงานก่อสร้างเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะในช่วงที่แรงงานขาดแคลนและต้นทุนสูงขึ้น เรากำลังพัฒนาระบบให้เช่าเครื่องจักรอย่างเต็มรูปแบบ และวางแผนลงทุนในระบบ ERP เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพย์สิน
Q: หากงบประมาณภาครัฐล่าช้า จะมีแผนสำรองในการหางานจากภาคเอกชนหรือต่างประเทศหรือไม่?
A:
มีแผน diversify งานโดยขยายไปสู่ภาคเอกชนและโครงการต่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคที่บริษัทมีศักยภาพ เช่น ภาคใต้ และมีการประมูลโครงการ PPP ในอนาคต หากงบประมาณล่าช้า จะเน้นรักษา cash flow จากงานที่ทำอยู่และประสานงานกับเจ้าของโครงการเพื่อขอเบิกจ่ายตามแผน
Q: มีโครงการใดในมือที่สามารถขอชดเชยค่า K ได้บ้าง และคาดการณ์แนวโน้มราคาวัสดุในครึ่งปีแรกของ พ.ศ. 2569 อย่างไร?
A:
มีหลายโครงการที่ยังอยู่ในขั้นตอนประมูลหรือรอเซ็นสัญญา โดยเฉพาะงานทางรถไฟและเขื่อน อัตราค่า K จะขึ้นตามภาวะต้นทุนวัสดุ โดยเฉพาะเหล็กและน้ำมัน คาดว่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนในไตรมาสที่ 2–3 พ.ศ. 2569
Q: บริษัทคาดว่าผลประกอบการในไตรมาสแรก พ.ศ. 2569 จะเติบโตต่อเนื่องหรือไม่?
A:
ผลประกอบการในไตรมาสแรกมีแนวโน้มกลับมาแข็งแกร่งขึ้น เนื่องจากงานหลายโครงการเริ่มเข้าสู่ช่วง S-Curve และบริษัทมีแผนบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในงานภาคเอกชนและโครงการขนาดใหญ่ --- ###
5. สรุปวิเคราะห์ท้ายบทความ (Conclusion)
####
เป้าหมาย
-
ระยะสั้น (ไตรมาสแรก พ.ศ. 2569):
เติบโตของรายได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากงานภาคเอกชนและโครงการขนาดใหญ่ มีเป้าหมายรักษาระดับกำไรสุทธิให้เป็นบวกอย่างน้อยในไตรมาสแรก -
ระยะยาว (2–3 ปีข้างหน้า):
พัฒนาตนเองเป็น High Standard Contractor โดยเน้นความปลอดภัย ESG, การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ และขยายฐานธุรกิจสู่ภาคเอกชนและโครงการ PPP เพื่อสร้างความยั่งยืน ####
สิ่งที่ต้องจับตามอง
- ✅ การเคลื่อนไหวของงบประมาณภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการรถไฟและความเร็วสูง - ✅ แนวโน้มราคาวัสดุก่อสร้าง โดยเฉพาะเหล็กและน้ำมัน - ✅ การดำเนินงานของภาคเอกชนในการประมูลโครงการขนาดใหญ่ - ✅ การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐที่ส่งผลต่อกฎหมายจัดซื้อจัดจ้าง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของคุณ การเข้าใช้เว็บไซต์นี้ถือว่าคุณยอมรับ
นโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับทั้งหมด
ไม่ยอมรับ