บริษัท บิวเดอสมาร์ท จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.69
0.01 (1.43%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4668 out_tok=2505 at=2026-07-25T11:04:05 -->
# BSM พลิกขาดทุนหนักปี 64 สู่ผลประกอบการดีขึ้นปี 65 รับอานิสงส์อสังหาฯ ฟื้นตัว
## รายได้-กำไรปรับตามภาคอสังหาฯ ฟื้นตัว ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการควบคุมต้นทุนและลดภาระดอกเบี้ยเป็นปัจจัยหนุน
บริษัท บิวเดอสมาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ BSM รายงานผลประกอบการปี 2565 มีสัญญาณที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยสามารถพลิกจากผลขาดทุนสุทธิ 83.75 ล้านบาทในปี 2564 มาเป็นผลขาดทุนสุทธิที่ลดลงเหลือ 31.17 ล้านบาทในปี 2565 การเปลี่ยนแปลงนี้มีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและภาระทางการเงินที่ดีขึ้น ฝ่ายจัดการยังคงมุ่งมั่นในการควบคุมค่าใช้จ่ายเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ BSM ในปี 2565 มีทิศทางที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน มาจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและภาระทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักคือการพลิกฟื้นของรายได้ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อผู้เกษียณอายุ "แสนสรา" และโครงการคอนโดมิเนียม "ทีค-สาทร" และ "ทีค-รัชดา" ที่เริ่มมีการโอนห้องชุดได้ ส่งผลให้รายได้จากการขายและบริการของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นถึง 31.48% หรือ 85.17 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นอกจากนี้ อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมของบริษัทยังปรับตัวสูงขึ้นจาก 15.13% เป็น 20.62% ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการที่ปีก่อนมีผลขาดทุนจากการขายที่ดินของโครงการทีคดีเวลลอปเมนท์จำกัด
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เกิดจากปัจจัยภายนอกที่เอื้ออำนวยมากขึ้น โดยเฉพาะโครงการแสนสราที่ได้รับอานิสงส์จากการที่ลูกค้าชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศมากขึ้นและเข้าพักระยะยาว ทำให้มีการส่งมอบและการขายใหม่เพิ่มขึ้น รวมถึงรายได้จากการบริการที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ส่วนโครงการทีค-สาทรและทีค-รัชดาที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มโอนห้องชุดได้ตั้งแต่กลางปี 2565 ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันรายได้ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด
ในส่วนของอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้นนั้น เป็นผลมาจากการบริหารต้นทุนขายและการให้บริการที่ลดลงเมื่อเทียบกับรายได้ จากเดิม 83.66% ในปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 77.41% ในปีนี้ โดยฝ่ายจัดการระบุว่าปีก่อนมีต้นทุนที่ดินที่จำหน่ายออกสูงมากเมื่อเทียบกับต้นทุนห้องชุดที่ขาย ซึ่งในปีนี้สัดส่วนดังกล่าวได้ปรับเปลี่ยนไป นอกจากนี้ การควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่รัดกุมขึ้นตั้งแต่ช่วงโควิด-19 ก็มีส่วนช่วยรักษาอัตรากำไรเช่นกัน
อีกปัจจัยสำคัญคือการลดลงของต้นทุนทางการเงิน จาก 35.48 ล้านบาทในปี 2564 เหลือ 26.77 ล้านบาทในปี 2565 ซึ่งเป็นผลมาจากการคืนเงินกู้จากโครงการทีคสาทรทั้งหมด และการทยอยคืนเงินกู้จากโครงการอื่นๆ ทำให้ภาระดอกเบี้ยลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลในเอกสาร ระบุว่าการกลับมาขยายตัวของธุรกิจหลังจากได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และการที่โครงการอสังหาริมทรัพย์เริ่มมีการโอนและขายได้มากขึ้น ชี้ให้เห็นว่าปัจจัยเหล่านี้ **มีโอกาสต่อเนื่อง** หากสถานการณ์เศรษฐกิจและกำลังซื้อยังคงสนับสนุน อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังคงต้องพึ่งพากำลังซื้อทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่อาจผันผวนตามสภาวะตลาด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเพิ่มขึ้น 21.08%:** บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายและบริการรวมรายได้อื่นเท่ากับ 743.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.39 ล้านบาท หรือ 21.08% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
* **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เติบโตโดดเด่น:** รายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 31.48% หรือ 85.17 ล้านบาท โดยโครงการแสนสราโตถึง 156.44% และโครงการทีค-สาทร/ทีค-รัชดาโต 116.7%
* **อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น:** อัตราส่วนกำไรขั้นต้นโดยรวมเพิ่มขึ้นจาก 15.13% เป็น 20.62% จากการบริหารต้นทุนและผลกระทบจากการขายที่ดินในปีก่อน
* **ขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ:** พลิกจากขาดทุนสุทธิ 83.75 ล้านบาทในปี 2564 มาเป็นขาดทุนสุทธิ 31.17 ล้านบาทในปี 2565
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง:** ต้นทุนทางการเงินลดลง 8.71 ล้านบาท จากการคืนเงินกู้โครงการต่างๆ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 บริษัท บิวเดอสมาร์ท จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและบริการรวมรายได้อื่นเท่ากับ 743.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.08% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยรายได้หลักมาจากการฟื้นตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เติบโตถึง 31.48% ประกอบกับการเติบโตของธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น 10.31% อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมปรับตัวดีขึ้นจาก 15.13% เป็น 20.62% แม้ว่าต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับรายได้ แต่การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ลดลงจาก 83.75 ล้านบาทในปี 2564 เหลือ 31.17 ล้านบาทในปี 2565
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์:** การที่โครงการที่อยู่อาศัยเริ่มมีการโอนและขายได้มากขึ้น รวมถึงการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ส่งผลดีต่อโครงการที่พักอาศัยสำหรับผู้เกษียณอายุ เป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มรายได้และยอดขาย
* **การกลับมาของโครงการก่อสร้าง:** การที่โครงการก่อสร้างต่างๆ กลับมาดำเนินการได้มากขึ้น ส่งผลดีต่อธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้างของบริษัท
* **การควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** แผนการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่รัดกุมขึ้น จะช่วยรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของกำลังซื้อ:** ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีความอ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ
* **ต้นทุนการก่อสร้าง:** หากต้นทุนวัสดุก่อสร้างและค่าแรงปรับตัวสูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของโครงการ
* **การแข่งขันในตลาด:** ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีการแข่งขันสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาขายและอัตรากำไร
* **ขาดทุนสะสม:** บริษัทยังคงมีขาดทุนสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรรจำนวน 122.58 ล้านบาท ซึ่งอาจส่งผลต่อการจ่ายเงินปันผลในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ยอดโอนและยอดขายโครงการอสังหาริมทรัพย์:** โดยเฉพาะโครงการทีค-สาทร, ทีค-รัชดา และแสนสรา ว่าจะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมต้นทุนการขายและค่าใช้จ่ายในการบริหารให้มีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
* **แนวโน้มอัตราดอกเบี้ย:** การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยอาจส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินและกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **การกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ:** มีผลโดยตรงต่อโครงการที่พักอาศัยสำหรับผู้เกษียณอายุ (แสนสรา)
* **แผนการเปิดโครงการใหม่:** หากมีแผนการเปิดโครงการใหม่ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **การโอนโครงการ:** โครงการทีค-สาทร และ ทีค-รัชดา ก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มมีการโอนห้องชุดตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายน 2565 ส่งผลให้รายได้จากการโอนห้องชุดรวม 108.25 ล้านบาท
* **โครงการแสนสรา:** มีรายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 156.44% เป็น 108.45 ล้านบาท จากการที่ลูกค้าชาวต่างชาติเดินทางเข้ามามากขึ้นและเข้าพักระยะยาว
* **ต้นทุนขายและการให้บริการ:** ลดลงเมื่อเทียบกับรายได้ จาก 83.66% เป็น 77.41% โดยเฉพาะต้นทุนที่ดินที่จำหน่ายออกในปีก่อนมีผลขาดทุนขั้นต้น
* **ต้นทุนทางการเงิน:** ลดลง 8.71 ล้านบาท จากการคืนเงินกู้โครงการต่างๆ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง นอกเหนือจากการกล่าวถึงการลดลงของต้นทุนทางการเงินจากการคืนเงินกู้ และการมีขาดทุนสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรรจำนวน 122.58 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565
## สรุปท้าย
BSM ในปี 2565 แสดงให้เห็นถึงการพลิกฟื้นที่น่าพอใจ โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและภาระทางการเงินที่ดีขึ้น ทำให้ผลขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะยังคงมีขาดทุนสุทธิและขาดทุนสะสม แต่ทิศทางผลประกอบการที่ปรับตัวดีขึ้นนี้ เป็นสัญญาณบวกที่ต้องจับตาว่าบริษัทจะสามารถรักษาโมเมนตัมนี้ต่อไปได้หรือไม่ ท่ามกลางโอกาสจากการฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์และความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงต้องเฝ้าระวัง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BSM ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
101.52
ล้านบาท
↓ 59.6% YoY
กำไรขั้นต้น
33.89
ล้านบาท
↓ 13.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
33.38
%
กำไรสุทธิ
-4.38
ล้านบาท
↓ 93.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-4.32
%
D/E Ratio
2.50
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
102
↓ -59.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
34
↓ -13.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-4
↓ -93.5%
YoY
D/E Ratio
2.50
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BSM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.50
ROE (%)
-7.23
ROA (%)
1.27
Book Value/หุ้น
1.32
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BSM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-57
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+12
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BSM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-56.92
-482.01%
|
14.90
-145.50%
|
-32.75
-87.91%
|
-270.98
-544.89%
|
60.91
-17.34%
|
73.69
+234.20%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
12.26
-61.79%
|
32.09
+76.32%
|
18.20
-289.19%
|
-9.62
-541.28%
|
2.18
-108.48%
|
-25.72
-85.16%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
56.40
-332.58%
|
-24.25
+517.05%
|
-3.93
-101.37%
|
286.00
-1,902.14%
|
-15.87
-73.73%
|
-60.40
-140.32%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
11.73
-48.42%
|
22.74
-222.99%
|
-18.49
-442.41%
|
5.40
-88.57%
|
47.23
-479.97%
|
-12.43
+775.35%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
29.34
-22.13%
|
37.68
+5.10%
|
35.85
-13.18%
|
41.29
-35.80%
|
64.31
+64.31%
|
39.14
-79.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
20.82
-29.04%
|
29.34
-22.13%
|
37.68
+5.10%
|
35.85
-13.18%
|
41.29
-35.80%
|
64.31
+64.31%
|