บริษัท บิวเดอสมาร์ท จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.69
0.01 (1.43%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5095 out_tok=3089 at=2026-07-25T12:22:56 -->
# BSM พลิกขาดทุน Q1/65 สู่กำไร 4.91 ล้านบาท รับแรงหนุนธุรกิจอสังหาฯ
## รายได้รวมพุ่ง 149.5% จากการขายที่ดิน-โอนกรรมสิทธิ์ ขณะต้นทุนที่ดินกดดันอัตรากำไรขั้นต้น
บริษัท บิวเดอสมาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ BSM รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 4.91 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 10.61 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโต 15.52 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของรายได้รวมที่ 289.02 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 149.5% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการดำเนินงานของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ BSM พลิกจากขาดทุนสู่กำไรในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้รวมที่เพิ่มขึ้นถึง 149.5%** ซึ่งเป็นผลมาจากการรับรู้รายได้จากการขายที่ดินและรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ในโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก แม้ว่าธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้างจะมียอดขายลดลงเล็กน้อย แต่การพลิกฟื้นของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้เข้ามาทดแทนและส่งผลให้ภาพรวมของบริษัทกลับมามีกำไร
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักคือ **การเพิ่มขึ้นของรายได้รวม 173.19 ล้านบาท คิดเป็น 149.5%** เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2564 โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งประกอบด้วยรายได้จากการขายที่ดิน 139 ล้านบาท และรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ที่เพิ่มขึ้น 38.28 ล้านบาท คิดเป็น 66.5% ขณะที่ธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้างมียอดขายลดลง 7.7% หรือ 7.07 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มาจาก 2 ส่วนหลัก คือ
* **โครงการแสนสรา:** แม้จะได้รับผลกระทบจากลูกค้าชาวต่างชาติที่ยังกังวลในการเดินทาง แต่มาตรการเปิดประเทศของรัฐบาลส่งผลให้ยอดขายในไตรมาส 1 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 521.3% หรือ 40.67 ล้านบาท
* **บริษัททีคดีเวลลอปเมนท์จำกัด:** มีรายได้จากการขายที่ดินแปลงอารี 139 ล้านบาท และรายได้จากการขายห้องชุด 12.80 ล้านบาท แม้รายได้จากการขายห้องชุดจะลดลงเล็กน้อย แต่การขายที่ดินได้เข้ามาเสริมรายได้ในส่วนนี้อย่างมาก
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของรายได้นี้มาพร้อมกับ **ต้นทุนขายและการให้บริการที่สูงขึ้น 83.3% ของรายได้** ซึ่งสูงกว่าปีก่อนที่ 75.8% โดยเฉพาะต้นทุนของที่ดินที่จำหน่ายสูงมาก ทำให้ **อัตราส่วนกำไรขั้นต้นโดยรวมลดลงจาก 24.2% เหลือ 16.7%**
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่ามาตรการเปิดประเทศจะส่งผลดีต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะโครงการแสนสราที่มียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และโครงการทีค-รัชดาคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาส 2 ปี 2565 แต่การที่ต้นทุนที่ดินที่จำหน่ายสูงมากส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาดูว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนในส่วนนี้ได้อย่างไรในระยะยาว นอกจากนี้ ธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้างยังคงได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย
## Highlight สำคัญ
* **พลิกมีกำไรสุทธิ:** บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่เท่ากับ 4.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.52 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 10.61 ล้านบาท
* **รายได้รวมพุ่ง 149.5%:** รายได้รวมอยู่ที่ 289.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 173.19 ล้านบาท จากไตรมาส 1 ปี 2564
* **ธุรกิจอสังหาฯ หนุนรายได้:** รายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รวม 200.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 177.28 ล้านบาท จากการขายที่ดิน 139 ล้านบาท และการโอนกรรมสิทธิ์ที่เพิ่มขึ้น 38.28 ล้านบาท
* **ยอดขายโครงการแสนสราโต:** โครงการที่อยู่อาศัยเพื่อผู้เกษียณอายุที่หัวหิน มียอดขาย 48.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 521.3%
* **ต้นทุนที่ดินกดดันมาร์จิ้น:** อัตราส่วนกำไรขั้นต้นโดยรวมลดลงจาก 24.2% เหลือ 16.7% เนื่องจากต้นทุนของที่ดินที่จำหน่ายสูงมาก
* **ควบคุมค่าใช้จ่าย:** ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงจากการควบคุมต้นทุนที่ดีขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัท บิวเดอสมาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ BSM มีรายได้รวม 289.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 149.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายและบริการ 284.55 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ทำรายได้ 200.27 ล้านบาท จากการขายที่ดิน 139 ล้านบาท และการโอนกรรมสิทธิ์ที่เพิ่มขึ้น 38.28 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้างมียอดขาย 84.29 ล้านบาท ลดลง 7.7%
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและการให้บริการอยู่ที่ 237.14 ล้านบาท คิดเป็น 83.3% ของรายได้ ซึ่งสูงขึ้นกว่าปีก่อนที่ 75.8% โดยเฉพาะต้นทุนที่ดินที่จำหน่ายสูงมาก ส่งผลให้อัตราส่วนกำไรขั้นต้นโดยรวมลดลงจาก 24.2% เหลือ 16.7%
ด้านค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายอยู่ที่ 38.98 ล้านบาท คิดเป็น 13.7% ของรายได้ ลดลงจากปีก่อนที่ 28.2% ของรายได้ จากการควบคุมต้นทุนที่ดีขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารอยู่ที่ 13.57 ล้านบาท ลดลงจาก 19.51 ล้านบาทในปีก่อนหน้า เนื่องจากการโอนทรัพย์สินส่วนกลางของโครงการแสนสราไปเป็นต้นทุนโครงการ และการควบคุมค่าใช้จ่ายโดยรวม
ต้นทุนทางการเงินลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 6.45 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นเป็น 1.39 ล้านบาท ตามกำไรที่เพิ่มขึ้น
ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ 4.91 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 1.7% พลิกกลับมามีกำไรจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 10.61 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเปิดประเทศ:** มาตรการเปิดประเทศของรัฐบาลช่วยกระตุ้นการเดินทางและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นผลดีต่อธุรกิจที่ต้องพึ่งพาลูกค้าต่างชาติ เช่น โครงการที่อยู่อาศัยเพื่อผู้เกษียณอายุ (โครงการแสนสรา)
* **การรับรู้รายได้โครงการใหม่:** โครงการทีค-รัชดา ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาส 2 ปี 2565 ซึ่งจะช่วยเสริมรายได้ของบริษัทฯ ในช่วงครึ่งปีหลัง
* **การควบคุมต้นทุน:** บริษัทฯ มีแผนการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างรัดกุม ซึ่งหากทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยเพิ่มอัตรากำไรได้
* **การปรับแผนธุรกิจโครงการแสนสรา:** การเปลี่ยนแผนจากเดิมที่เน้นให้เช่าระยะยาวเป็นการเพิ่มวัตถุประสงค์เพื่อขายแบบโอนกรรมสิทธิ์ อาจช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้จากการขายได้มากขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนที่ดินสูง:** ต้นทุนของที่ดินที่นำมาจำหน่ายในไตรมาส 1 ปี 2565 สูงมาก ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจ:** การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ยังคงส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจและเศรษฐกิจ ทำให้โครงการก่อสร้างชะลอตัว หรือถูกตัดลดงบประมาณ ซึ่งกระทบต่อยอดขายวัสดุก่อสร้าง
* **ข้อจำกัดการเดินทางของลูกค้าต่างชาติ:** แม้จะมีการเปิดประเทศ แต่ข้อจำกัดในการเดินทางเข้าประเทศไทยสำหรับชาวต่างชาติยังคงเป็นอุปสรรคต่อการขายและการส่งมอบโครงการที่ต้องพึ่งพาลูกค้าต่างชาติ
* **ความล่าช้าของโครงการ:** โครงการทีค-รัชดา ประสบปัญหาความล่าช้าในการก่อสร้าง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแผนการรับรู้รายได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** การบริหารจัดการต้นทุนที่ดินและการปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
* **การรับรู้รายได้โครงการทีค-รัชดา:** ความคืบหน้าและการเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการคอนโดมิเนียมย่านใจกลางเมือง
* **ยอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์โครงการแสนสรา:** แนวโน้มการฟื้นตัวของยอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์ในโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อผู้เกษียณอายุ
* **ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ:** การฟื้นตัวของภาคธุรกิจและเศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งจะส่งผลต่อยอดขายวัสดุก่อสร้าง
* **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** ความสามารถในการรักษาประสิทธิภาพการควบคุมค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหาร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้างของ BSM ประกอบด้วย บริษัท บิวเดอสมาร์ท จำกัด (มหาชน) และ บริษัท อัลลอย โซลูชั่นส์ เอเซีย จำกัด มียอดขายรวม 84.29 ล้านบาท ลดลง 7.7% จากผลกระทบต่อเนื่องจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ทำให้โครงการก่อสร้างชะลอตัวหรือถูกตัดลดงบประมาณ
ในส่วนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ประกอบด้วย โครงการแสนสรา และ บริษัท ทีค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด มีรายได้รวม 200.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีรายได้จากการขายที่ดิน 139 ล้านบาท และรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้น 38.28 ล้านบาท หรือ 66.5%
โครงการแสนสรา ซึ่งเป็นโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อผู้เกษียณอายุที่หัวหิน ได้รับผลกระทบจากลูกค้าชาวต่างชาติ แต่มาตรการเปิดประเทศส่งผลให้ยอดขายในไตรมาส 1 เพิ่มขึ้นถึง 521.3% เป็น 48.47 ล้านบาท
ส่วนบริษัท ทีค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด มีรายได้จากการขายที่ดินแปลงอารี 139 ล้านบาท และรายได้จากการขายห้องชุด 12.80 ล้านบาท ซึ่งลดลงเล็กน้อยจากปีก่อนหน้า โครงการทีค-รัชดา ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างและคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาส 2 ปี 2565
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและการให้บริการในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 61.27 ล้านบาท (ไม่รวมที่ดิน) และต้นทุนที่ดินที่จำหน่าย 130.87 ล้านบาท ทำให้ต้นทุนรวมสูงถึง 94.1% ของรายได้ในส่วนนี้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมของบริษัทลดลงอย่างมาก
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงการคืนเงินกู้ในส่วนของที่ดินที่จำหน่ายออกไปทั้งสิ้น 3 แปลง ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินลดลง 0.74 ล้านบาท
## สรุปท้าย
BSM พลิกกลับมามีกำไรสุทธิในไตรมาส 1 ปี 2565 จากแรงหนุนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ทำรายได้จากการขายที่ดินและการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการฟื้นตัวของยอดขายโครงการแสนสราหลังการเปิดประเทศ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงสำคัญอยู่ที่ต้นทุนที่ดินที่สูงมากซึ่งกดดันอัตรากำไรขั้นต้นอย่างหนัก ขณะที่ธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้างยังคงเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจ นักลงทุนควรจับตาการบริหารจัดการต้นทุนของบริษัทฯ และความคืบหน้าในการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BSM ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
101.52
ล้านบาท
↓ 59.6% YoY
กำไรขั้นต้น
33.89
ล้านบาท
↓ 13.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
33.38
%
กำไรสุทธิ
-4.38
ล้านบาท
↓ 93.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-4.32
%
D/E Ratio
2.50
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
102
↓ -59.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
34
↓ -13.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-4
↓ -93.5%
YoY
D/E Ratio
2.50
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BSM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.50
ROE (%)
-7.23
ROA (%)
1.27
Book Value/หุ้น
1.32
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BSM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-57
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+12
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BSM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-56.92
-482.01%
|
14.90
-145.50%
|
-32.75
-87.91%
|
-270.98
-544.89%
|
60.91
-17.34%
|
73.69
+234.20%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
12.26
-61.79%
|
32.09
+76.32%
|
18.20
-289.19%
|
-9.62
-541.28%
|
2.18
-108.48%
|
-25.72
-85.16%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
56.40
-332.58%
|
-24.25
+517.05%
|
-3.93
-101.37%
|
286.00
-1,902.14%
|
-15.87
-73.73%
|
-60.40
-140.32%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
11.73
-48.42%
|
22.74
-222.99%
|
-18.49
-442.41%
|
5.40
-88.57%
|
47.23
-479.97%
|
-12.43
+775.35%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
29.34
-22.13%
|
37.68
+5.10%
|
35.85
-13.18%
|
41.29
-35.80%
|
64.31
+64.31%
|
39.14
-79.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
20.82
-29.04%
|
29.34
-22.13%
|
37.68
+5.10%
|
35.85
-13.18%
|
41.29
-35.80%
|
64.31
+64.31%
|