บริษัท บิวเดอสมาร์ท จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.69
0.01 (1.43%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5087 out_tok=2793 at=2026-07-25T12:43:30 -->
# BSM พลิกขาดทุนสุทธิ Q2/65 ลดลง 42% รับอานิสงส์รายได้รวมพุ่ง 55%
## รายได้รวมฟื้นตัวแรง 55% หลังธุรกิจวัสดุก่อสร้าง-อสังหาฯ กลับมาดีขึ้น ขณะที่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายถูกควบคุมได้ดีขึ้น
บริษัท บิวเดอสมาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ BSM รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้รวม 143.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้างที่ฟื้นตัวและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ดีขึ้น ส่งผลให้ผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ลดลงเหลือ 15.14 ล้านบาท จาก 26.11 ล้านบาทในปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ BSM ในไตรมาส 2/2565 พลิกฟื้นอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้รวมที่เพิ่มขึ้นถึง 55.4%** ซึ่งเป็นผลมาจากทั้งธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้างที่กลับมาเติบโต และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้ผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ลดลง 42% จาก 26.11 ล้านบาท เป็น 15.14 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของรายได้รวมมาจากสองส่วนหลัก:
* **ธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง:** บริษัท บิวเดอสมาร์ท จำกัด (มหาชน) และ บริษัท อัลลอย โซลูชั่นส์ เอเซีย จำกัด มียอดขายรวม 94.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.1% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปีก่อน สะท้อนสัญญาณการกลับมาดีขึ้นของธุรกิจหลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 มานานกว่า 2 ปี
* **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** มีรายได้จากการขายและบริการรวม 46.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 491.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการแสนสรา (ที่อยู่อาศัยผู้เกษียณอายุ) ที่เริ่มกลับมาเล็กน้อยหลังการเปิดประเทศ และการเริ่มโอนห้องชุดโครงการทีค-รัชดา จำนวน 4 ห้อง มูลค่า 19 ล้านบาท รวมถึงการโอนห้องชุดโครงการทีค-สาทร ที่มีรายได้ 35.54 ล้านบาท
นอกจากนี้ **ต้นทุนขายและการให้บริการ** ในไตรมาส 2/2565 คิดเป็น 76.1% ของรายได้ ลดลงจาก 84.9% ในปีก่อน และ **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร** คิดเป็น 30.4% ของรายได้ ลดลงจาก 37.2% ในปีก่อน แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่รัดกุมขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากแผนการควบคุมต้นทุนที่ดำเนินการมาตั้งแต่ช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในบางส่วน แต่ต้องติดตามปัจจัยเฉพาะ**
* **ธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง:** มีแนวโน้มที่ดีขึ้นต่อเนื่องตามภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว
* **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** การโอนกรรมสิทธิ์ที่เพิ่มขึ้นในไตรมาสนี้เป็นสัญญาณที่ดี แต่ยังคงมีความเปราะบาง โดยเฉพาะโครงการแสนสราที่พึ่งพากลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ และโครงการทีค-สาทร ที่ยังได้รับผลกระทบจากการชะลอการตัดสินใจซื้อของลูกค้าในกรุงเทพฯ การกลับมาของรายได้ในส่วนนี้จึงยังต้องพิจารณาจากสถานการณ์การเดินทางระหว่างประเทศและกำลังซื้อในประเทศเป็นสำคัญ
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/65 พุ่ง 55.4%** แตะ 143.36 ล้านบาท จาก 92.24 ล้านบาทในปีก่อน
* **ผลขาดทุนสุทธิส่วนผู้ถือหุ้นใหญ่ลดลง 42%** เหลือ 15.14 ล้านบาท จาก 26.11 ล้านบาทในปีก่อน
* **ธุรกิจวัสดุก่อสร้างยอดขายโต 18.1%** สู่ 94.73 ล้านบาท สะท้อนการฟื้นตัว
* **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายได้โต 491.2%** สู่ 46.68 ล้านบาท จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการทีค-สาทร และทีค-รัชดา
* **อัตรากำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้น** เป็น 23.9% จาก 15.1% ในปีก่อน
* **ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายบริหารลดลง** เมื่อเทียบกับรายได้
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้รวม 143.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายและบริการ 141.41 ล้านบาท และรายได้อื่น 1.95 ล้านบาท (รวมดอกเบี้ยและกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ)
ต้นทุนขายและการให้บริการอยู่ที่ 107.63 ล้านบาท คิดเป็น 76.1% ของรายได้ ลดลงจาก 84.9% ในปีก่อน ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมเพิ่มขึ้นเป็น 23.9% จาก 15.1% ในปีก่อน
ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารอยู่ที่ 43.02 ล้านบาท คิดเป็น 30.4% ของรายได้ ลดลงจาก 37.2% ในปีก่อน
ต้นทุนทางการเงินลดลง 5.28 ล้านบาท จากการคืนเงินกู้โครงการต่างๆ
ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 2.36 ล้านบาท ตามกำไรที่เพิ่มขึ้น
ส่งผลให้ไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่เท่ากับ 15.14 ล้านบาท ลดลง 42% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 26.11 ล้านบาท
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 432.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 224.32 ล้านบาท โดยรวมรายได้จากการขายที่ดินโครงการทีคฯ ในไตรมาส 1 จำนวน 139 ล้านบาท มีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 10.22 ล้านบาท เทียบกับผลขาดทุนสุทธิ 36.72 ล้านบาทในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้างของบริษัทฯ สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2565 ยังคงสามารถทำกำไรสุทธิได้เท่ากับ 13.40 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 7.5%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคธุรกิจ:** การกลับมาดีขึ้นของธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้างและสัญญาณบวกจากภาคอสังหาริมทรัพย์หลังการเปิดประเทศ เป็นโอกาสในการเพิ่มรายได้และยอดขาย
* **การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** การควบคุมต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่รัดกุมขึ้น จะช่วยเพิ่มอัตรากำไรและลดผลขาดทุนในระยะยาว
* **โครงการที่อยู่อาศัยผู้เกษียณอายุ:** มาตรการเปิดประเทศอาจช่วยกระตุ้นยอดขายโครงการแสนสราได้มากขึ้น
* **โครงการทีค-รัชดา:** การเริ่มโอนห้องชุดโครงการทีค-รัชดา เป็นปัจจัยบวกต่อรายได้ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของภาคอสังหาริมทรัพย์:** ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังคงได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อในประเทศและข้อจำกัดในการเดินทางของลูกค้าต่างชาติ โดยเฉพาะโครงการแสนสรา
* **การชะลอการตัดสินใจซื้อ:** ลูกค้าในกรุงเทพฯ ยังคงชะลอการตัดสินใจซื้อห้องชุดโครงการทีค-สาทร จากมาตรการ Work from Home
* **ต้นทุนวัสดุก่อสร้าง:** แม้ธุรกิจวัสดุก่อสร้างจะฟื้นตัว แต่ต้นทุนวัตถุดิบที่อาจผันผวนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ความผันผวนของค่าเงินยังคงเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์:** โดยเฉพาะโครงการทีค-สาทร และทีค-รัชดา รวมถึงการกลับมาของยอดขายโครงการแสนสรา
* **การฟื้นตัวของยอดขายในธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง:** การเติบโตอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับปีก่อน
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการบริหารให้มีประสิทธิภาพต่อไป
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** การลดลงของต้นทุนทางการเงินจากการคืนเงินกู้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **การโอนกรรมสิทธิ์:** รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยโครงการทีค-สาทร มีรายได้ 35.54 ล้านบาท และโครงการทีค-รัชดา มีรายได้จากการโอน 4 ห้อง รวม 19 ล้านบาท ส่วนโครงการแสนสรา มียอดขาย 11.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.1%
* **Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Backlog ของโครงการอสังหาริมทรัพย์
* **การเปิดโครงการใหม่:** เอกสารไม่ได้ระบุแผนการเปิดโครงการใหม่
* **ต้นทุนก่อสร้าง:** ต้นทุนส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 87.2% ซึ่งสูงกว่าธุรกิจวัสดุก่อสร้างที่ 70.7%
* **D/E Ratio:** เอกสารไม่ได้ระบุ D/E Ratio โดยตรง แต่กล่าวถึงการคืนเงินกู้โครงการต่างๆ ซึ่งบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการหนี้สิน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **ต้นทุนทางการเงิน:** ลดลง 5.28 ล้านบาทในไตรมาส 2/65 และ 6.01 ล้านบาทในงวด 6 เดือนแรกปี 2565 เนื่องจากการคืนเงินกู้โครงการต่างๆ
* **กระแสเงินสด:** แม้จะยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ แต่การลดลงของผลขาดทุนและการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น บ่งชี้ถึงแนวโน้มกระแสเงินสดที่อาจดีขึ้นในอนาคต อย่างไรก็ตาม เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดกระแสเงินสดโดยตรง
## สรุปท้าย
BSM ในไตรมาส 2/2565 แสดงสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน โดยมีรายได้รวมเติบโตถึง 55.4% จากการกลับมาของธุรกิจวัสดุก่อสร้างและการโอนกรรมสิทธิ์ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ประกอบกับการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ผลขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะยังคงมีผลขาดทุนอยู่ แต่ทิศทางเชิงบวกนี้เป็นปัจจัยที่น่าจับตา อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความผันผวนของภาคอสังหาริมทรัพย์และกำลังซื้อยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BSM ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
101.52
ล้านบาท
↓ 59.6% YoY
กำไรขั้นต้น
33.89
ล้านบาท
↓ 13.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
33.38
%
กำไรสุทธิ
-4.38
ล้านบาท
↓ 93.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-4.32
%
D/E Ratio
2.50
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
102
↓ -59.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
34
↓ -13.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-4
↓ -93.5%
YoY
D/E Ratio
2.50
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BSM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.50
ROE (%)
-7.23
ROA (%)
1.27
Book Value/หุ้น
1.32
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BSM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-57
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+12
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BSM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-56.92
-482.01%
|
14.90
-145.50%
|
-32.75
-87.91%
|
-270.98
-544.89%
|
60.91
-17.34%
|
73.69
+234.20%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
12.26
-61.79%
|
32.09
+76.32%
|
18.20
-289.19%
|
-9.62
-541.28%
|
2.18
-108.48%
|
-25.72
-85.16%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
56.40
-332.58%
|
-24.25
+517.05%
|
-3.93
-101.37%
|
286.00
-1,902.14%
|
-15.87
-73.73%
|
-60.40
-140.32%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
11.73
-48.42%
|
22.74
-222.99%
|
-18.49
-442.41%
|
5.40
-88.57%
|
47.23
-479.97%
|
-12.43
+775.35%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
29.34
-22.13%
|
37.68
+5.10%
|
35.85
-13.18%
|
41.29
-35.80%
|
64.31
+64.31%
|
39.14
-79.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
20.82
-29.04%
|
29.34
-22.13%
|
37.68
+5.10%
|
35.85
-13.18%
|
41.29
-35.80%
|
64.31
+64.31%
|