บริษัท บิวเดอสมาร์ท จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.69
0.01 (1.43%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5267 out_tok=2348 at=2026-07-25T12:13:19 -->
# BSM พลิกขาดทุนสุทธิลดลง YoY รับผลกระทบโควิดกระทบธุรกิจอสังหาฯ หนัก
## รายได้รวมหด 16.57% แต่การบริหารต้นทุนช่วยลดผลขาดทุนสุทธิลงได้
บริษัท บิวเดอสมาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ BSM รายงานผลประกอบการปี 2564 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 มีรายได้จากการขายและบริการรวมรายได้อื่น 613.78 ล้านบาท ลดลง 16.57% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 83.75 ล้านบาท ลดลงจาก 88.05 ล้านบาทในปีก่อนหน้า แม้ภาพรวมรายได้จะลดลง แต่การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่รัดกุมขึ้นช่วยลดผลขาดทุนสุทธิลงได้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ BSM ในปี 2564 คือ **ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์** ทำให้รายได้รวมลดลง 16.57% และบริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 83.75 ล้านบาท แม้จะลดลงจากปีก่อนหน้า แต่ก็ยังคงเป็นผลขาดทุน โดยมีสาเหตุหลักมาจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบหนักกว่าธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง:** มีรายได้ลดลง 18.17% เป็น 334.54 ล้านบาท เนื่องจากโครงการก่อสร้างชะลอหรือเลื่อนกำหนดการออกไป รวมถึงยอดขายในต่างประเทศ (อินเดีย) ลดลงกว่า 50% จากผลกระทบโควิดเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ธุรกิจส่วนนี้ยังสามารถทำกำไรสุทธิให้กับกลุ่มบริษัทได้
* **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** ได้รับผลกระทบอย่างมาก โดยเฉพาะโครงการแสนสรา ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ กังวลกับการเดินทางและข้อจำกัดในการเข้าประเทศไทย ทำให้ยอดขายและรายได้จากการบริการลดลงถึง 62.64% เป็น 42.29 ล้านบาท ขณะที่บริษัท ทีคดีเวลลอปเมนท์ จำกัด มีรายได้จากการขายที่ดินและห้องชุดเพิ่มขึ้น 18.08 ล้านบาท เป็น 228.25 ล้านบาท จากการขายที่ดินแปลงกิ่งแก้วและนางลิ้นจี่ แต่โครงการทีค-รัชดา ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างและล่าช้า ทำให้รายได้จากการโอนห้องชุดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** จาก 24.4% เหลือ 15.1% เป็นผลมาจากการขายที่ดินโครงการของทีคดีเวลลอปเมนท์ที่บันทึกผลขาดทุนขั้นต้น 10.03 ล้านบาท และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีอัตราต้นทุนขายสูงกว่าธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น:** 35.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.78 ล้านบาท เนื่องจากโครงการทีคดีเวลลอปเมนท์ต้องบันทึกดอกเบี้ยจ่ายเป็นต้นทุนทางการเงินทั้งหมด
* **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** แม้รายได้ลดลง แต่บริษัทได้มีการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้รัดกุมขึ้น ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงเล็กน้อย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีแนวโน้มดีขึ้นในปี 2565 ฝ่ายจัดการคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการทีค-รัชดาในต้นไตรมาส 2 ปี 2565 ซึ่งจะช่วยหนุนรายได้จากการโอนห้องชุด อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากโควิด-19 ต่อการเดินทางระหว่างประเทศและเศรษฐกิจโดยรวมยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมปี 2564 ลดลง 16.57%** อยู่ที่ 613.78 ล้านบาท จากผลกระทบโควิด-19 ต่อภาคธุรกิจและเศรษฐกิจ
* **ผลขาดทุนสุทธิส่วนผู้ถือหุ้นใหญ่ลดลง** อยู่ที่ 83.75 ล้านบาท จาก 88.05 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
* **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้รับผลกระทบหนัก** โดยเฉพาะโครงการแสนสรา (ยอดขายและบริการลดลง 62.64%) และโครงการทีค-สาทร (การโอนห้องชุดลดลง)
* **ธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้างยังทำกำไรได้** แต่รายได้ลดลง 18.17%
* **อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลง** จาก 24.4% เหลือ 15.1% สาเหตุหลักจากการขายที่ดินโครงการทีคดีเวลลอปเมนท์ที่ขาดทุนขั้นต้น
* **คาดเริ่มรับรู้รายได้โครงการทีค-รัชดาใน Q2/2565**
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายและบริการรวมรายได้อื่น 613.78 ล้านบาท ลดลง 121.98 ล้านบาท หรือ 16.57% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้างมีรายได้ 334.54 ล้านบาท ลดลง 18.17% และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีรายได้ 270.53 ล้านบาท ลดลง 16.34% อัตราส่วนกำไรขั้นต้นรวมลดลงจาก 24.4% เป็น 15.1% เนื่องจากต้นทุนขายที่ดินโครงการทีคดีเวลลอปเมนท์มีผลขาดทุนขั้นต้น ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 4.78 ล้านบาท เป็น 35.48 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ 83.75 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อนหน้า
## โอกาส
* **การเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการทีค-รัชดา:** ฝ่ายจัดการคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ในต้นไตรมาส 2 ปี 2565 ซึ่งจะช่วยหนุนรายได้จากการโอนห้องชุด
* **การควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายให้รัดกุมอย่างต่อเนื่อง จะช่วยลดผลกระทบต่อผลประกอบการในภาวะที่รายได้ยังมีความท้าทาย
## ความเสี่ยง
* **การแพร่ระบาดของโควิด-19 และมาตรการควบคุม:** ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่อการเดินทางระหว่างประเทศ การท่องเที่ยว และกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **ความล่าช้าของโครงการ:** โครงการทีค-รัชดา มีความล่าช้าจากการหยุดและชะลอการก่อสร้าง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแผนการรับรู้รายได้
* **ต้นทุนการก่อสร้างและราคาวัสดุ:** แม้จะไม่ได้ระบุในเอกสาร แต่เป็นความเสี่ยงทั่วไปในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
* **ความกังวลของนักลงทุนต่างชาติ:** ส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงการแสนสรา ซึ่งมีลูกค้าหลักเป็นชาวต่างชาติ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าการก่อสร้างและการโอนกรรมสิทธิ์โครงการทีค-รัชดา:** การรับรู้รายได้ตามแผนที่วางไว้ใน Q2/2565
* **สถานการณ์การเดินทางระหว่างประเทศและการท่องเที่ยว:** จะส่งผลต่อการฟื้นตัวของโครงการแสนสรา
* **มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการอสังหาริมทรัพย์ของภาครัฐ:** อาจส่งผลดีต่อภาพรวมอุตสาหกรรม
* **แนวโน้มยอดขายวัสดุก่อสร้าง:** การฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์และภาคการก่อสร้างในประเทศ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **มูลค่าโอน:** ได้รับผลกระทบอย่างมาก โดยเฉพาะโครงการแสนสราที่ยอดขายลดลงถึง 62.64% และโครงการทีค-สาทรที่การโอนห้องชุดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
* **Backlog:** ไม่ได้ระบุในเอกสาร แต่โครงการทีค-รัชดาที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ใน Q2/2565 ถือเป็น Backlog ที่สำคัญ
* **การเปิดโครงการใหม่:** ไม่ได้ระบุในเอกสาร
* **ต้นทุนก่อสร้าง:** มีแนวโน้มสูงขึ้นในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะที่ดินที่จำหน่ายไปมีผลขาดทุนขั้นต้น
* **D/E:** ไม่ได้ระบุในเอกสาร
* **กระแสเงินสดจากโครงการ:** ไม่ได้ระบุในเอกสาร แต่การที่ดอกเบี้ยจ่ายถูกบันทึกเป็นต้นทุนทางการเงินทั้งหมด สะท้อนถึงภาระทางการเงินของโครงการ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **ขาดทุนสะสม:** ณ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทมีขาดทุนสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรร 91.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 6.99 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
* **กระแสเงินสด:** ไม่ได้ระบุรายละเอียดในเอกสาร
## สรุปท้าย
BSM ในปี 2564 เผชิญความท้าทายจากผลกระทบโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทำให้รายได้รวมลดลงและบริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ แม้จะลดลงจากปีก่อนหน้า แต่การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่รัดกุมขึ้นเป็นปัจจัยบวกสำคัญ ความหวังในการพลิกฟื้นอยู่ที่การเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการทีค-รัชดาในไตรมาส 2 ปี 2565 อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากสถานการณ์โควิด-19 และความล่าช้าของโครงการยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BSM ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
101.52
ล้านบาท
↓ 59.6% YoY
กำไรขั้นต้น
33.89
ล้านบาท
↓ 13.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
33.38
%
กำไรสุทธิ
-4.38
ล้านบาท
↓ 93.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-4.32
%
D/E Ratio
2.50
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
102
↓ -59.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
34
↓ -13.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-4
↓ -93.5%
YoY
D/E Ratio
2.50
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BSM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.50
ROE (%)
-7.23
ROA (%)
1.27
Book Value/หุ้น
1.32
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BSM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-57
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+12
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BSM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-56.92
-482.01%
|
14.90
-145.50%
|
-32.75
-87.91%
|
-270.98
-544.89%
|
60.91
-17.34%
|
73.69
+234.20%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
12.26
-61.79%
|
32.09
+76.32%
|
18.20
-289.19%
|
-9.62
-541.28%
|
2.18
-108.48%
|
-25.72
-85.16%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
56.40
-332.58%
|
-24.25
+517.05%
|
-3.93
-101.37%
|
286.00
-1,902.14%
|
-15.87
-73.73%
|
-60.40
-140.32%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
11.73
-48.42%
|
22.74
-222.99%
|
-18.49
-442.41%
|
5.40
-88.57%
|
47.23
-479.97%
|
-12.43
+775.35%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
29.34
-22.13%
|
37.68
+5.10%
|
35.85
-13.18%
|
41.29
-35.80%
|
64.31
+64.31%
|
39.14
-79.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
20.82
-29.04%
|
29.34
-22.13%
|
37.68
+5.10%
|
35.85
-13.18%
|
41.29
-35.80%
|
64.31
+64.31%
|