BSM
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
BSM
บริษัท บิวเดอสมาร์ท จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.69
+0.01 (+1.47%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5274 out_tok=3028 at=2026-07-25T12:32:08 --> # BSM พลิกขาดทุนสุทธิลดลง Q3/64 รับแรงหนุนธุรกิจอสังหาฯ แม้รายได้รวมหด ## รายได้รวม Q3/64 ฟื้นตัว 17% หลังธุรกิจอสังหาฯ โอนที่ดิน-ห้องชุดได้ แต่ธุรกิจวัสดุก่อสร้างยังซบเซา บริษัท บิวเดอสมาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ BSM รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้รวม 184.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ภาพรวมจะดูดีขึ้น แต่ผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ยังคงอยู่ที่ 48.01 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 59.52 ล้านบาทในปีก่อน ปัจจัยสำคัญมาจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เริ่มรับรู้รายได้จากการขายที่ดินและห้องชุด ขณะที่ธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้างยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ BSM ในไตรมาส 3 ปี 2564 มีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น (ขาดทุนลดลง) คือ **การรับรู้รายได้จากการขายที่ดินและห้องชุดในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์** ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 106.10 ล้านบาท โดยเฉพาะจากโครงการทีค-สาทร แม้ว่าการรับรู้รายได้นี้จะมาพร้อมกับ **ผลขาดทุนขั้นต้นในส่วนของการขายที่ดินโครงการจำนวน 13.33 ล้านบาท** ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 23.1% ในปีก่อน เหลือเพียง 3.3% ในไตรมาสนี้ แต่การมีรายได้ก้อนใหญ่เข้ามาช่วยพยุงภาพรวมรายได้รวมให้เติบโต 17% YoY เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ผลขาดทุนสุทธิลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การรับรู้รายได้จากการขายที่ดินและห้องชุดดังกล่าว เกิดขึ้นจากความพยายามในการระบายสต็อกโครงการทีค-สาทร ซึ่งได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ลูกค้าขอชะลอการโอนกรรมสิทธิ์ อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 3 นี้ มีการโอนกรรมสิทธิ์เกิดขึ้น ส่งผลให้บริษัทสามารถรับรู้รายได้เข้ามาได้ แม้ว่าจะเป็นการขายที่ดินและห้องชุดที่อาจมีอัตรากำไรไม่สูงนัก หรืออาจมีผลขาดทุนขั้นต้นจากการขายที่ดินตามที่ระบุไว้ก็ตาม ในทางกลับกัน ธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง ซึ่งเป็นธุรกิจหลักอีกส่วนหนึ่งของบริษัท กลับมีรายได้ลดลงถึง 35.7% YoY เนื่องจากผลกระทบต่อเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้โครงการก่อสร้างต่างๆ ถูกชะลอหรือเลื่อนกำหนดการออกไป ส่งผลกระทบต่อยอดขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ลักษณะครั้งคราว** จากเอกสารที่ระบุว่ารายได้จากการขายที่ดินและห้องชุดในไตรมาส 3 มาจากโครงการทีค-สาทรที่ล่าช้า และโครงการทีค-รัชดาที่ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างและคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาส 1 ปี 2565 บ่งชี้ว่ารายได้ก้อนใหญ่ที่เข้ามาในไตรมาสนี้อาจเป็นลักษณะของการโอนกรรมสิทธิ์ที่ค้างอยู่ ซึ่งมีโอกาสที่จะไม่เกิดขึ้นในปริมาณเท่าเดิมในไตรมาสถัดไป นอกจากนี้ การที่ธุรกิจวัสดุก่อสร้างยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้แนวโน้มการฟื้นตัวของรายได้ในส่วนนี้ยังคงมีความไม่แน่นอน ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวม Q3/64 เพิ่มขึ้น 17% YoY เป็น 184.70 ล้านบาท** หนุนโดยรายได้จากการขายที่ดินและห้องชุดในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 106.10 ล้านบาท * **ขาดทุนสุทธิส่วนผู้ถือหุ้นลดลงเหลือ 48.01 ล้านบาท** เทียบกับขาดทุน 59.52 ล้านบาทใน Q3/63 * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวรุนแรง** จาก 23.1% ใน Q3/63 เหลือ 3.3% ใน Q3/64 สาเหตุหลักจากการขายที่ดินโครงการทีคดีเวลลอปเมนท์จำกัดซึ่งมีผลขาดทุนขั้นต้น 13.33 ล้านบาท * **ธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้างรายได้ลดลง 35.7% YoY** จากผลกระทบโควิด-19 ทำให้โครงการก่อสร้างชะลอตัว * **โครงการทีค-รัชดา ยังอยู่ระหว่างก่อสร้าง** คาดเริ่มรับรู้รายได้ Q1/65 * **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น** เป็น 8.88 ล้านบาทใน Q3/64 จาก 6.59 ล้านบาทใน Q3/63 เนื่องจากโครงการทีค-สาทรเริ่มส่งมอบและดอกเบี้ยจ่ายถูกบันทึกเป็นต้นทุนทางการเงิน ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวม 184.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายที่ดินและห้องชุดในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จำนวน 106.10 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายวัสดุก่อสร้างลดลง 35.7% เหลือ 62.64 ล้านบาท ส่งผลให้ภาพรวมรายได้ 9 เดือนแรกปี 2564 ลดลง 22.2% เป็น 392.78 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 23.1% ในไตรมาส 3 ปี 2563 เหลือเพียง 3.3% ในไตรมาส 3 ปี 2564 และจาก 22.8% ในงวด 9 เดือนแรกปี 2563 เหลือ 12.2% ในงวดเดียวกันปี 2564 ซึ่งเป็นผลมาจากการขายที่ดินโครงการทีคดีเวลลอปเมนท์จำกัดที่มีผลขาดทุนขั้นต้น 13.33 ล้านบาท ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารรวม 44.63 ล้านบาท คิดเป็น 24.1% ของรายได้จากการขายและบริการ ซึ่งใกล้เคียงกับปีก่อน แต่สัดส่วนต่อรายได้สูงขึ้นเนื่องจากรายได้ที่ลดลงมากกว่าต้นทุนคงที่ ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นเป็น 8.88 ล้านบาทในไตรมาสนี้ จาก 6.59 ล้านบาทในปีก่อน เนื่องจากโครงการทีค-สาทรเริ่มส่งมอบและดอกเบี้ยจ่ายถูกบันทึกเป็นต้นทุนทางการเงิน ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 48.01 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2564 ลดลงจากขาดทุน 59.52 ล้านบาทในปีก่อน และขาดทุนสุทธิ 84.70 ล้านบาทในงวด 9 เดือนแรกปี 2564 ลดลงจากขาดทุน 88.86 ล้านบาทในปีก่อน ## โอกาส * **การรับรู้รายได้จากโครงการทีค-รัชดาในปี 2565:** ฝ่ายจัดการคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการทีค-รัชดา ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมย่านใจกลางเมือง ได้ตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 2565 ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนรายได้ในอนาคต * **การฟื้นตัวของธุรกิจวัสดุก่อสร้าง:** หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 คลี่คลายลง และภาครัฐมีมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง อาจส่งผลดีต่อยอดขายวัสดุก่อสร้างของบริษัท * **การควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** บริษัทมีแผนการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายให้รัดกุมขึ้น ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบจากรายได้ที่ผันผวน ## ความเสี่ยง * **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โควิด-19:** การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจและเศรษฐกิจโดยรวม รวมถึงโครงการก่อสร้างและการเดินทางของลูกค้า * **ผลกระทบต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** โครงการที่อยู่อาศัยเพื่อผู้เกษียณอายุ (โครงการแสนสรา) ยังคงได้รับผลกระทบจากความกังวลในการเดินทางของลูกค้าชาวต่างชาติ และข้อจำกัดในการเดินทางเข้าประเทศไทย * **ผลขาดทุนขั้นต้นจากการขายที่ดิน:** การขายที่ดินโครงการของบริษัททีคดีเวลลอปเมนท์จำกัดมีผลขาดทุนขั้นต้น 13.33 ล้านบาท ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นโดยรวม * **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** การบันทึกดอกเบี้ยจ่ายเป็นต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่อผลกำไรสุทธิ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **ความคืบหน้าการก่อสร้างและกำหนดการรับรู้รายได้ของโครงการทีค-รัชดา:** โดยเฉพาะการเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาส 1 ปี 2565 ตามที่คาดการณ์ไว้ * **แนวโน้มการฟื้นตัวของธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง:** การปรับตัวของยอดขายในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดอินเดีย * **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** ประสิทธิภาพในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร * **ผลกระทบจากมาตรการควบคุมโควิด-19:** การเปลี่ยนแปลงของมาตรการต่างๆ ที่อาจส่งผลต่อการดำเนินงานของบริษัท * **ความสามารถในการระบายสต็อกโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เหลือ:** โดยเฉพาะโครงการทีค-สาทร และโครงการแสนสรา ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) * **การโอนกรรมสิทธิ์และยอดขาย:** ในไตรมาส 3/64 ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีรายได้จากการขายรวม 122.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปีก่อน โดยมีรายละเอียดดังนี้ * **โครงการแสนสรา (ที่อยู่อาศัยผู้เกษียณ):** มีรายได้จากการขาย 15.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 7.15 ล้านบาทในปีก่อน แม้ว่าลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติและได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดการเดินทาง แต่ก็ยังมีการขายเกิดขึ้น * **บริษัททีคดีเวลลอปเมนท์จำกัด:** มีรายได้จากการขายที่ดินและห้องชุด 106.10 ล้านบาท จากโครงการทีค-สาทร ซึ่งเป็นผลมาจากการโอนกรรมสิทธิ์ที่ล่าช้าจากปีก่อน อย่างไรก็ตาม การขายส่วนนี้มีผลขาดทุนขั้นต้น 13.33 ล้านบาท * **Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Backlog ที่ชัดเจน แต่ระบุว่าโครงการทีค-รัชดาจะเริ่มรับรู้รายได้ใน Q1/65 ซึ่งบ่งชี้ว่ามี Backlog จากโครงการนี้รออยู่ * **ต้นทุนก่อสร้าง:** ไม่ได้ระบุข้อมูลต้นทุนก่อสร้างโดยตรง แต่กล่าวถึงความล่าช้าของโครงการทีค-รัชดาจากมาตรการหยุดและชะลอการก่อสร้าง * **D/E Ratio:** ไม่ได้ระบุข้อมูล D/E Ratio ในเอกสาร * **กระแสเงินสดจากโครงการ:** ไม่ได้ระบุข้อมูลกระแสเงินสดจากโครงการโดยตรง ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับงบดุล หรืองบกระแสเงินสดโดยตรง มีเพียงการกล่าวถึงต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงภาระดอกเบี้ยจ่ายที่สูงขึ้นจากการดำเนินโครงการ ## สรุปท้าย BSM ในไตรมาส 3 ปี 2564 แสดงให้เห็นถึงการพลิกตัวของรายได้รวมที่เติบโต 17% YoY โดยมีแรงหนุนหลักจากการรับรู้รายได้จากการขายที่ดินและห้องชุดในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งช่วยลดผลขาดทุนสุทธิลงเมื่อเทียบกับปีก่อน อย่างไรก็ตาม ปัจจัยนี้เป็นลักษณะครั้งคราว และมาพร้อมกับอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงอย่างมากจากการขายที่ดินที่มีผลขาดทุน ในขณะที่ธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้างยังคงเผชิญความท้าทายจากสถานการณ์โควิด-19 ความเสี่ยงหลักยังคงอยู่ที่ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โควิด-19 และผลกระทบต่อการดำเนินงาน รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น การจับตาความคืบหน้าของโครงการทีค-รัชดาและการฟื้นตัวของธุรกิจวัสดุก่อสร้างจะเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินทิศทางผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BSM ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
101.52 ล้านบาท
↓ 59.6% YoY
กำไรขั้นต้น
33.89 ล้านบาท
↓ 13.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
33.38 %
กำไรสุทธิ
-4.38 ล้านบาท
↓ 93.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-4.32 %
D/E Ratio
2.50
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
102
↓ -59.6% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
34
↓ -13.2% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-4
↓ -93.5% YoY
D/E Ratio
2.50

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BSM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
101.52
-59.58%
251.19
+102.43%
124.09
-10.64%
138.85
-37.06%
220.60
-5.59%
233.65
-16.43%
กำไรขั้นต้น —
33.89
-13.24%
39.06
+12.05%
34.86
+0.79%
34.58
-19.71%
43.07
-31.58%
62.96
-1.04%
ค่าใช้จ่ายรวม —
31.73
-64.91%
90.43
+107.80%
43.52
-0.23%
43.62
+9.68%
39.76
-17.01%
47.92
-18.94%
กำไรสุทธิ —
-4.38
+93.46%
-67.06
-400.93%
-13.39
+2.95%
-13.79
-1,510.43%
0.98
+20.15%
0.81
-42.80%
กำไรต่อหุ้น —
-0.02
+93.33%
-0.32
-400.00%
-0.06
+3.08%
-0.07
-1,400.00%
0.01
+25.00%
0.00
-42.86%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.26
+122.41%
-1.16
-231.43%
-0.35
+74.26%
-1.36
-440.00%
0.40
+344.44%
0.09
ROE(%) —
-7.23
+65.57%
-21.00
-71.43%
-12.25
-82.56%
-6.71
+58.17%
-16.04
-51.32%
-10.60
ROA(%) —
1.27
+130.02%
-4.23
-295.33%
-1.07
-1,883.33%
0.06
+102.03%
-2.96
-211.58%
-0.95
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
2.50
+17.37%
2.13
+11.52%
1.91
-3.54%
1.98
-13.16%
2.28
+21.28%
1.88
P/E —
-100.00
-100.00
-100.00
-100.00
0.00
0.00
-100.00%
P/BV —
0.26
-71.74%
0.92
-29.23%
1.30
-14.47%
1.52
-12.14%
1.73
+76.53%
0.98
-16.95%
BV —
1.40
-22.65%
1.81
-10.40%
2.02
+818.18%
0.22
-4.35%
0.23
-11.54%
0.26
-16.13%
YIELD(%) —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
-100.00%
ราคาหุ้น —
0.00
-100.00%
1.66
-36.64%
2.62
+693.94%
0.33
-15.38%
0.39
+50.00%
0.26
-27.78%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
33.38
+114.66%
15.55
-44.64%
28.09
+12.77%
24.91
+27.55%
19.53
-27.51%
26.94
+18.42%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
31.26
-13.17%
36.00
+2.65%
35.07
+11.65%
31.41
+74.21%
18.03
-12.09%
20.51
-2.98%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
-4.32
+83.82%
-26.70
-147.45%
-10.79
-8.66%
-9.93
-2,356.82%
0.44
+25.71%
0.35
-31.37%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.50
ROE (%)
-7.23
ROA (%)
1.27
Book Value/หุ้น
1.32

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BSM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
512.07
-13.21%
590.01
-10.74%
661.04
-10.09%
731.22
-6.35%
780.84
-22.60%
1,008.81
-6.14%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
518.14
+4.35%
496.52
-14.96%
583.87
-3.14%
606.82
-23.73%
795.58
-3.59%
823.07
-0.51%
รวมสินทรัพย์ —
1,030.20
-5.18%
1,086.54
-12.72%
1,244.91
-6.96%
1,338.05
-15.12%
1,576.42
-14.04%
1,831.89
-3.69%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
409.83
-12.13%
436.40
-23.33%
569.21
-4.98%
599.05
-23.60%
802.44
-8.66%
878.01
-4.84%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
325.93
+7.56%
303.00
+22.50%
247.35
-14.76%
290.19
-7.09%
294.00
-24.84%
389.50
+19.14%
รวมหนี้สิน —
735.76
-4.37%
739.41
-9.45%
816.56
-8.17%
889.23
-18.90%
1,096.44
-13.64%
1,267.51
+1.43%
รวมส่วนของเจ้าของ —
294.45
-7.15%
347.13
-18.96%
428.35
-4.56%
448.81
-6.49%
479.98
-14.95%
564.38
-13.50%
D/E —
2.50
2.13
1.91
1.98
2.28
2.25
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
-7.23
-21.00
-12.25
-6.71
-16.04
-10.60
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
1.27
-4.23
-1.07
0.06
-2.96
-0.95
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.25
1.35
1.16
1.22
0.97
1.22
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.19
0.19
0.17
0.16
0.16
0.17
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
47.72
42.31
0.00
0.00
55.74
56.22
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
582.48
517.07
0.00
0.00
501.24
545.80
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
132.52
103.62
0.00
0.00
107.82
121.84
วงจรเงินสด —
497.69
455.76
0.00
0.00
449.16
480.18
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-57
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+12
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BSM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-56.92
-482.01%
14.90
-145.50%
-32.75
-87.91%
-270.98
-544.89%
60.91
-17.34%
73.69
+234.20%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
12.26
-61.79%
32.09
+76.32%
18.20
-289.19%
-9.62
-541.28%
2.18
-108.48%
-25.72
-85.16%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
56.40
-332.58%
-24.25
+517.05%
-3.93
-101.37%
286.00
-1,902.14%
-15.87
-73.73%
-60.40
-140.32%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
11.73
-48.42%
22.74
-222.99%
-18.49
-442.41%
5.40
-88.57%
47.23
-479.97%
-12.43
+775.35%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
29.34
-22.13%
37.68
+5.10%
35.85
-13.18%
41.29
-35.80%
64.31
+64.31%
39.14
-79.57%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
20.82
-29.04%
29.34
-22.13%
37.68
+5.10%
35.85
-13.18%
41.29
-35.80%
64.31
+64.31%