บริษัท บิวเดอสมาร์ท จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.69
0.01 (1.43%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4902 out_tok=2657 at=2026-07-25T03:07:58 -->
# BSM พลิกขาดทุนสุทธิ Q2/66 ลดลง 74% รับธุรกิจอสังหาฯ ฟื้น-บริหารต้นทุนดีขึ้น
## รายได้รวมโต 2% แม้ธุรกิจวัสดุก่อสร้างชะลอ แต่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เติบโตโดดเด่น ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ
บริษัท บิวเดอสมาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ BSM รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้รวม 146.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.06% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้างจะปรับตัวลดลง แต่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กลับเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อผู้เกษียณอายุ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และสามารถลดผลขาดทุนสุทธิลงได้ถึง 74%
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ BSM ในไตรมาส 2/2566 มีการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น คือ **การฟื้นตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อผู้เกษียณอายุ (โครงการแสนสรา) และการบริหารต้นทุนขายและบริการที่ทำได้ดีขึ้น** ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 23.88% ในไตรมาส 2/2565 เป็น 28.63% ในไตรมาส 2/2566 แม้ว่ารายได้รวมจะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย 2.06% แต่การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพนี้เป็นปัจจัยหลักที่ช่วยลดผลขาดทุนสุทธิลงได้อย่างมาก จาก 15.14 ล้านบาทในปีก่อนหน้า เหลือเพียง 3.94 ล้านบาทในไตรมาสนี้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มาจากปัจจัยหลัก 2 ประการ:
* **โครงการแสนสรา:** มีการขายใหม่ของโครงการได้มากขึ้น และบริษัท แสนสรา ไลฟ์สไตส์ เซอร์วิส จำกัด ซึ่งเป็นผู้บริหารโครงการและให้บริการแก่ผู้อยู่อาศัย มีรายได้รวมจากการขายและให้เช่าระยะยาวเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 281.83% คิดเป็น 42.54 ล้านบาท
* **การบริหารต้นทุน:** ต้นทุนขายและการให้บริการคิดเป็น 71.37% ของรายได้จากการขายและบริการ ลดลงจาก 76.12% ในปีก่อนหน้า โดยเฉพาะในส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่บริหารต้นทุนได้ดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมเพิ่มขึ้น
ในขณะที่ธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้างมียอดขายลดลง 6.99% เนื่องจากความไม่แน่นอนทางการเมืองหลังการเลือกตั้งที่ทำให้หลายโครงการชะลอการก่อสร้างและการตัดสินใจใช้งบประมาณ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามปัจจัยภายนอก**
การฟื้นตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะโครงการแสนสรา มีแนวโน้มที่ดีจากการบริหารจัดการและการตอบรับของตลาด อย่างไรก็ตาม ธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้างยังคงได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนทางการเมือง ซึ่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนในโครงการก่อสร้างต่างๆ การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพเป็นปัจจัยที่บริษัทสามารถควบคุมได้และมีโอกาสรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้ในระดับที่ดี
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/66 เท่ากับ 146.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.06% YoY** จาก 143.38 ล้านบาทในปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมเพิ่มขึ้นเป็น 28.63%** จาก 23.88% ใน Q2/65
* **ผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ Q2/66 ลดลง 74% YoY** เหลือ 3.94 ล้านบาท จาก 15.14 ล้านบาท
* **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เติบโต 19.04% YoY** โดยโครงการแสนสรา (Property Management) เติบโตสูงถึง 281.83%
* **ธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้างลดลง 6.99% YoY** จากความไม่แน่นอนทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้รวม 146.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.06% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายและบริการ 143.67 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นของรายได้รวมเป็นผลมาจากการเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น 19.04% เป็น 55.56 ล้านบาท โดยเฉพาะโครงการแสนสราที่มีรายได้จากการขายและให้เช่าระยะยาวเพิ่มขึ้นถึง 281.83% ขณะที่ธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้างมียอดขายรวมลดลง 6.99% เป็น 88.11 ล้านบาท เนื่องจากความไม่แน่นอนทางการเมือง
ต้นทุนขายและการให้บริการลดลงเมื่อเทียบกับรายได้ ทำให้ต้นทุนคิดเป็น 71.37% ของรายได้ จาก 76.12% ในปีก่อนหน้า ส่งผลให้อัตราส่วนกำไรขั้นต้นโดยรวมเพิ่มขึ้นเป็น 28.63% จาก 23.88% ในปีก่อนหน้า
ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยคิดเป็น 27.21% ของรายได้ จาก 30.42% ในปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม มีค่าใช้จ่ายในการบริหารที่สูงขึ้นจากการเช่าพื้นที่สำนักงานใหญ่แห่งใหม่ ค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้นจากสำนักงานและโครงการตัวอย่างรีสอร์ทบ้านน็อคดาวน์
ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 2.02 ล้านบาท เป็น 7.48 ล้านบาท เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยธนาคารปรับสูงขึ้น
ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ในไตรมาส 2/2566 เท่ากับ 3.94 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 74% จาก 15.14 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 บริษัทมีรายได้รวม 260.12 ล้านบาท ลดลง 172.27 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการรวมรายได้จากการขายที่ดินโครงการทีคฯ ในไตรมาส 1 ปี 2565 จำนวน 139 ล้านบาท อัตราส่วนกำไรขั้นต้นโดยรวมอยู่ที่ 26.97% เพิ่มขึ้น 7.91% ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายการบริหารรวม 76.92 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้า ต้นทุนทางการเงิน 14.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.85 ล้านบาท และมีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 21.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 10.22 ล้านบาทในปีก่อนหน้า ซึ่งเกิดจากการขายคอนโดมิเนียมที่ไม่เป็นไปตามเป้า
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** โครงการแสนสรามีแนวโน้มการเติบโตที่ดีจากการบริหารโครงการและบริการที่ตอบสนองความต้องการของผู้สูงอายุ
* **การบริหารต้นทุน:** บริษัทแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการได้ดีขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** หากสถานการณ์ทางการเมืองคลี่คลายและมีการจัดตั้งรัฐบาลที่ชัดเจน อาจส่งผลดีต่อการตัดสินใจลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนทางการเมือง:** ยังคงเป็นปัจจัยกดดันการตัดสินใจลงทุนในโครงการก่อสร้างและส่งผลกระทบต่อธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง
* **การขายคอนโดมิเนียม:** ธุรกิจขายคอนโดมิเนียมของบริษัทย่อยยังคงไม่เป็นไปตามเป้า ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลประกอบการโดยรวม
* **ต้นทุนทางการเงิน:** การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มสูงขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการฟื้นตัวของธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้างหลังความไม่แน่นอนทางการเมืองคลี่คลาย
* ผลการดำเนินงานของโครงการแสนสราและการขยายบริการ Property Management
* ความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาการขายคอนโดมิเนียมของบริษัทย่อย
* การบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการเพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
* ผลกระทบจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อต้นทุนทางการเงิน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **มูลค่าโอน/Presale:** โครงการแสนสรามีการขายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีรายได้จากการขายและให้เช่าระยะยาว 42.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 281.83% YoY ในขณะที่โครงการทีคดีเวลลอปเมนท์มีรายได้จากการขายห้องชุด 13.03 ล้านบาท ลดลง 66.34% YoY
* **Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Backlog โดยตรง แต่รายได้จากการขายห้องชุดของทีคฯ ที่ลดลงอาจบ่งชี้ถึง backlog ที่ลดลงหรือการโอนที่ช้าลง
* **อัตรากำไรโครงการ:** อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมของกลุ่มบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน จาก 23.88% เป็น 28.63% โดยธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีต้นทุนเฉลี่ย 72.81% ซึ่งสูงกว่าธุรกิจวัสดุก่อสร้างเล็กน้อย (71.55%)
* **ต้นทุนก่อสร้าง:** ไม่ได้ระบุรายละเอียดต้นทุนก่อสร้างโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงการบริหารต้นทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้ดีขึ้น
* **D/E:** เอกสารไม่ได้ระบุอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E)
* **กระแสเงินสดจากโครงการ:** ไม่ได้ระบุรายละเอียดกระแสเงินสดจากโครงการ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงิน เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน และการจัดหาเงิน โดยมีการกล่าวถึงต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการปรับอัตราดอกเบี้ย
## สรุปท้าย
BSM ในไตรมาส 2/2566 แสดงสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะโครงการแสนสรา และการบริหารต้นทุนขายและบริการที่ทำได้ดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวและลดผลขาดทุนสุทธิลงได้อย่างมาก แม้ว่าธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้างจะยังคงเผชิญความท้าทายจากปัจจัยภายนอก การจับตาแนวโน้มการฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์โดยรวม การบริหารจัดการต้นทุนอย่างต่อเนื่อง และการแก้ไขปัญหาในธุรกิจคอนโดมิเนียม จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BSM ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
101.52
ล้านบาท
↓ 59.6% YoY
กำไรขั้นต้น
33.89
ล้านบาท
↓ 13.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
33.38
%
กำไรสุทธิ
-4.38
ล้านบาท
↓ 93.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-4.32
%
D/E Ratio
2.50
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
102
↓ -59.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
34
↓ -13.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-4
↓ -93.5%
YoY
D/E Ratio
2.50
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BSM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.50
ROE (%)
-7.23
ROA (%)
1.27
Book Value/หุ้น
1.32
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BSM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-57
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+12
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BSM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-56.92
-482.01%
|
14.90
-145.50%
|
-32.75
-87.91%
|
-270.98
-544.89%
|
60.91
-17.34%
|
73.69
+234.20%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
12.26
-61.79%
|
32.09
+76.32%
|
18.20
-289.19%
|
-9.62
-541.28%
|
2.18
-108.48%
|
-25.72
-85.16%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
56.40
-332.58%
|
-24.25
+517.05%
|
-3.93
-101.37%
|
286.00
-1,902.14%
|
-15.87
-73.73%
|
-60.40
-140.32%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
11.73
-48.42%
|
22.74
-222.99%
|
-18.49
-442.41%
|
5.40
-88.57%
|
47.23
-479.97%
|
-12.43
+775.35%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
29.34
-22.13%
|
37.68
+5.10%
|
35.85
-13.18%
|
41.29
-35.80%
|
64.31
+64.31%
|
39.14
-79.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
20.82
-29.04%
|
29.34
-22.13%
|
37.68
+5.10%
|
35.85
-13.18%
|
41.29
-35.80%
|
64.31
+64.31%
|