บริษัท บิวเดอสมาร์ท จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.69
0.01 (1.43%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5049 out_tok=2343 at=2026-07-25T12:33:36 -->
# BSM พลิกขาดทุนสุทธิ Q3/65 เหลือ 7.15 ล้านบาท รับอสังหาฯ ฟื้น-วัสดุก่อสร้างโต
## รายได้รวม Q3/65 หด 7% แต่กำไรขั้นต้นพุ่ง 20.8% หลังอสังหาฯ กลับมาโอน-วัสดุก่อสร้างยอดขายดี
บริษัท บิวเดอสมาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ BSM รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้รวม 171.74 ล้านบาท ลดลง 7.02% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถพลิกจากผลขาดทุนสุทธิ 48.01 ล้านบาทในปีก่อน มาเป็นขาดทุนสุทธิ 7.15 ล้านบาทในไตรมาสนี้ โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และการฟื้นตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงยอดขายวัสดุก่อสร้างที่เติบโต
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ BSM ในไตรมาส 3/2565 มีทิศทางดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมากจาก 3.4% ในปีก่อน เป็น 20.8% ในไตรมาสนี้** ซึ่งเป็นผลมาจากการรับรู้รายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นจากการโอนโครงการ และการเติบโตของยอดขายในธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง แม้ว่ารายได้รวมจะยังคงลดลง 7.02%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้นอย่างโดดเด่น มาจาก 2 ปัจจัยหลัก:
* **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นถึง 189.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเฉพาะโครงการแสนสรา (ที่อยู่อาศัยผู้เกษียณอายุที่หัวหิน) มียอดขายเพิ่มขึ้น 51.3% หลังการเปิดประเทศเต็มรูปแบบ ทำให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้าไทยได้สะดวกขึ้น และโครงการทีค-สาทร และ ทีค-รัชดา มีการพร้อมขายและโอนห้องชุด ทำให้มีรายได้จากการขายห้องชุดรวม 40.61 ล้านบาท การโอนโครงการเหล่านี้มีต้นทุนที่ถูกควบคุมได้ดีกว่า ทำให้มีอัตรากำไรที่ดีขึ้น
* **ธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง:** บริษัท บิวเดอสมาร์ท และ บริษัท อัลลอย โซลูชั่นส์ เอเซีย มี ยอดขายรวมเพิ่มขึ้นถึง 44.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนถึงการกลับมาดีขึ้นของธุรกิจหลังได้รับผลกระทบจากโควิด-19 มานานกว่า 2 ปี การเพิ่มขึ้นของยอดขายในส่วนนี้มีต้นทุนการขายที่ต่ำกว่า (74.4%) เมื่อเทียบกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ (86.1%) จึงช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมให้สูงขึ้น
นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินยังลดลง 1.26 ล้านบาท จากการคืนเงินกู้ในส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายโดยรวม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการระบุว่าสัญญาณการกลับมาดีขึ้นของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้างนั้นชัดเจนขึ้นหลังการเปิดประเทศเต็มรูปแบบ การที่โครงการแสนสราเริ่มกลับมามียอดขาย และโครงการทีคฯ มีการโอนห้องชุด ประกอบกับธุรกิจวัสดุก่อสร้างที่เติบโต แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่ดีในระยะอันใกล้ อย่างไรก็ตาม การกลับมาทำกำไรสุทธิได้อย่างเต็มที่ยังคงต้องจับตาการรับรู้รายได้จากโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เหลือ และการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ:** ไตรมาส 3/2565 ขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่เท่ากับ 7.15 ล้านบาท ลดลงจาก 48.01 ล้านบาทในปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้นพุ่งสูง:** เพิ่มขึ้นจาก 3.4% ใน Q3/2564 เป็น 20.8% ใน Q3/2565
* **รายได้ธุรกิจอสังหาฯ เติบโตแรง:** เพิ่มขึ้น 189.8% จากการโอนโครงการแสนสราและทีคฯ
* **ยอดขายวัสดุก่อสร้างฟื้นตัว:** เพิ่มขึ้น 44.6% จากปีก่อน
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง:** จากการคืนเงินกู้ในส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
* **ค่าใช้จ่ายบริหารจัดการคงที่:** ควบคุมค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหารได้ดี
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้รวม 171.74 ล้านบาท ลดลง 7.02% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 3.4% เป็น 20.8% ส่งผลให้ผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ลดลงเหลือ 7.15 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 48.01 ล้านบาทในปีก่อน
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 604.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 211.36 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมอยู่ที่ 19.5% เพิ่มขึ้นจาก 12.2% ในปีก่อน และมีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ลดลงเหลือ 17.38 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 84.73 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์:** การเปิดประเทศเต็มรูปแบบส่งผลดีต่อการเดินทางของลูกค้าชาวต่างชาติ โดยเฉพาะโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้เกษียณอายุอย่างโครงการแสนสรา
* **การกลับมาของตลาดคอนโดมิเนียม:** โครงการทีค-สาทร และ ทีค-รัชดา พร้อมขายและโอน ทำให้มีรายได้จากการขายห้องชุดเพิ่มขึ้น
* **การเติบโตของธุรกิจวัสดุก่อสร้าง:** ยอดขายที่เพิ่มขึ้นสะท้อนถึงการฟื้นตัวของตลาดหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย
* **การควบคุมต้นทุน:** บริษัทมีการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างรัดกุม ซึ่งจะช่วยหนุนผลกำไรเมื่อรายได้กลับมาเติบโต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจ:** สภาวะเศรษฐกิจโลกและในประเทศที่ยังมีความไม่แน่นอน อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการตัดสินใจลงทุนของลูกค้า
* **ข้อจำกัดในการเดินทางของลูกค้าต่างชาติ:** แม้จะเปิดประเทศแล้ว แต่ข้อจำกัดหรือความกังวลในการเดินทางของลูกค้าชาวต่างชาติยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
* **ต้นทุนการก่อสร้าง:** ความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้างและค่าแรง อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของโครงการอสังหาริมทรัพย์
* **การแข่งขันในตลาด:** ธุรกิจวัสดุก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์มีการแข่งขันสูง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการโอนโครงการอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาสถัดไป
* ยอดขายรอรับรู้ (Backlog) ของโครงการที่อยู่อาศัย
* การเติบโตของยอดขายในธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง
* ความสามารถในการควบคุมต้นทุนการขายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร
* ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจมหภาคต่อกำลังซื้อ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **การโอนโครงการ:** รายได้จากการโอนโครงการอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยโครงการแสนสรา มียอดขายเพิ่มขึ้น 51.3% และโครงการทีคฯ มีรายได้จากการโอนห้องชุดรวม 40.61 ล้านบาท ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อการฟื้นตัวของธุรกิจ
* **ยอดขายวัสดุก่อสร้าง:** ธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้างมียอดขายรวมเพิ่มขึ้น 44.6% แสดงถึงการกลับมาของอุปสงค์ในตลาด
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** การปรับตัวขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดผลขาดทุนสุทธิ โดยมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจาก 3.4% เป็น 20.8%
* **ต้นทุนทางการเงิน:** การลดลงของต้นทุนทางการเงินจากการคืนเงินกู้ช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่ระบุว่ามีการคืนเงินกู้ในส่วนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จากการปลอดจำนองและโอนทั้งโครงการแสนสรา และ โครงการทีค-รัชดา ซึ่งบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการหนี้สินที่ดีขึ้นในส่วนของโครงการที่ดำเนินการแล้วเสร็จ
## สรุปท้าย
BSM ในไตรมาส 3/2565 แสดงสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การปรับตัวขึ้นอย่างก้าวกระโดดของอัตรากำไรขั้นต้น ซึ่งเป็นผลมาจากการกลับมาโอนโครงการอสังหาริมทรัพย์และการเติบโตของยอดขายวัสดุก่อสร้าง แม้ว่ารายได้รวมจะยังคงลดลง แต่การควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น รวมถึงการลดลงของต้นทุนทางการเงิน ได้ช่วยลดผลขาดทุนสุทธิลงอย่างมาก ฝ่ายจัดการมองว่าทิศทางธุรกิจมีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาปัจจัยเสี่ยงจากความผันผวนทางเศรษฐกิจและการแข่งขันในตลาดต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BSM ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
101.52
ล้านบาท
↓ 59.6% YoY
กำไรขั้นต้น
33.89
ล้านบาท
↓ 13.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
33.38
%
กำไรสุทธิ
-4.38
ล้านบาท
↓ 93.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-4.32
%
D/E Ratio
2.50
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
102
↓ -59.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
34
↓ -13.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-4
↓ -93.5%
YoY
D/E Ratio
2.50
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BSM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.50
ROE (%)
-7.23
ROA (%)
1.27
Book Value/หุ้น
1.32
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BSM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-57
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+12
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BSM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-56.92
-482.01%
|
14.90
-145.50%
|
-32.75
-87.91%
|
-270.98
-544.89%
|
60.91
-17.34%
|
73.69
+234.20%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
12.26
-61.79%
|
32.09
+76.32%
|
18.20
-289.19%
|
-9.62
-541.28%
|
2.18
-108.48%
|
-25.72
-85.16%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
56.40
-332.58%
|
-24.25
+517.05%
|
-3.93
-101.37%
|
286.00
-1,902.14%
|
-15.87
-73.73%
|
-60.40
-140.32%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
11.73
-48.42%
|
22.74
-222.99%
|
-18.49
-442.41%
|
5.40
-88.57%
|
47.23
-479.97%
|
-12.43
+775.35%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
29.34
-22.13%
|
37.68
+5.10%
|
35.85
-13.18%
|
41.29
-35.80%
|
64.31
+64.31%
|
39.14
-79.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
20.82
-29.04%
|
29.34
-22.13%
|
37.68
+5.10%
|
35.85
-13.18%
|
41.29
-35.80%
|
64.31
+64.31%
|