บริษัท บิวเดอสมาร์ท จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.69
0.01 (1.43%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5331 out_tok=2452 at=2026-07-27T08:40:03 -->
# BSM พลิกขาดทุนหนัก Q2/64 รับธุรกิจอสังหาฯ ซึมยาว
## รายได้รวมหด 42.8% กดดันผลประกอบการขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น ขณะที่ธุรกิจวัสดุก่อสร้างยังคงกำไร
บริษัท บิวเดอสมาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ BSM รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีรายได้รวม 92.25 ล้านบาท ลดลง 42.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้นเป็น 26.08 ล้านบาท จากขาดทุน 12.83 ล้านบาทในปีก่อน ขณะที่ธุรกิจวัสดุก่อสร้างยังคงมีกำไรสุทธิ 10.67 ล้านบาทในช่วง 6 เดือนแรกของปี
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตราผลประกอบการของ BSM ในไตรมาส 2 ปี 2564 เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การหดตัวอย่างรุนแรงของรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมของบริษัทลดลงถึง 42.8% และทำให้ผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้นจาก 12.83 ล้านบาท เป็น 26.08 ล้านบาท ในขณะที่ธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้างยังคงสามารถทำกำไรได้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างหนัก โดยเฉพาะโครงการแสนสรา ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยสำหรับผู้เกษียณอายุ ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติที่ยังคงกังวลกับการเดินทางและข้อจำกัดในการเข้าประเทศไทย ทำให้การส่งมอบและการขายใหม่เป็นไปได้ยาก ส่งผลให้รายได้จากธุรกิจที่อยู่อาศัยเพื่อผู้เกษียณอายุลดลงถึง 97.1%
สำหรับโครงการทีค-สาทรของบริษัท ทีคดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมใจกลางเมือง ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้พักอาศัยในกรุงเทพฯ ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์ ทำให้ลูกค้าขอชะลอการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุด ส่งผลให้ **ไม่มียอดโอนอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาสที่ 2 เลย** นอกจากนี้ โครงการทีค-รัชดาที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างก็ได้รับผลกระทบจากมาตรการหยุดและชะลอการก่อสร้าง ทำให้แผนการก่อสร้างล่าช้าออกไป
ในส่วนของธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง แม้จะได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของภาคธุรกิจและเศรษฐกิจในประเทศ ซึ่งส่งผลให้โครงการก่อสร้างต่างๆ ถูกชะลอหรือลดงบประมาณลง ทำให้ยอดขายในประเทศลดลง 15.8% แต่การส่งออกไปยังประเทศอินเดียยังคงสามารถทำได้บ้าง ทำให้สัดส่วนรายได้จากการขายวัสดุก่อสร้างในประเทศลดลงจาก 95.61% เป็น 89.37% และต่างประเทศเพิ่มขึ้นจาก 4.39% เป็น 10.63% อย่างไรก็ตาม ธุรกิจนี้ยังคงสามารถสร้างกำไรสุทธิได้ 10.67 ล้านบาทในช่วง 6 เดือนแรกของปี
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และมาตรการควบคุมต่างๆ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับชาวต่างชาติและโครงการในกรุงเทพฯ การที่บริษัทคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการทีค-รัชดาได้ในไตรมาส 4 ปี 2564 อาจช่วยบรรเทาผลกระทบได้บ้าง แต่ยังคงต้องจับตาดูความคืบหน้าของการก่อสร้างและการกลับมาของกำลังซื้อในตลาดอสังหาริมทรัพย์อย่างใกล้ชิด ส่วนธุรกิจวัสดุก่อสร้าง คาดว่าจะยังคงเผชิญกับความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว แต่การส่งออกไปยังอินเดียอาจเป็นปัจจัยสนับสนุนได้
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมลดลง 42.8%** สู่ระดับ 92.25 ล้านบาทในไตรมาส 2/2564
* **ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น** เป็น 26.08 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 12.83 ล้านบาทในปีก่อน
* **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้รับผลกระทบหนัก** รายได้ลดลง 87.9% เนื่องจากลูกค้าต่างชาติกังวลการเดินทาง และลูกค้าในประเทศชะลอการโอน
* **ธุรกิจวัสดุก่อสร้างยอดขายในประเทศลดลง 15.8%** แต่ยอดขายต่างประเทศ (อินเดีย) ยังพอไปได้
* **อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลง** จาก 24.0% ในปีก่อน เป็น 15.1% ในไตรมาส 2/2564
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น** 3.94 ล้านบาท เป็น 10.74 ล้านบาท จากการบันทึกดอกเบี้ยจ่ายของโครงการที่แล้วเสร็จและชะลอการก่อสร้าง
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวมในไตรมาส 2 ปี 2564 เท่ากับ 92.25 ล้านบาท ลดลง 42.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้รายได้ลดลง 87.9% ขณะที่ธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้างมีรายได้ลดลง 15.8% จากผลกระทบต่อยอดขายในประเทศ
อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมลดลงจาก 24.0% ในไตรมาส 2 ปี 2563 เป็น 15.1% ในไตรมาส 2 ปี 2564 ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 3.94 ล้านบาท เป็น 10.74 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่เท่ากับ 26.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากขาดทุน 12.83 ล้านบาทในปีก่อน
สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทมีรายได้รวม 208.08 ล้านบาท ลดลง 39.8% และมีผลขาดทุนสุทธิ 36.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากขาดทุน 29.35 ล้านบาทในปีก่อน อย่างไรก็ตาม เฉพาะธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้างยังคงมีกำไรสุทธิ 10.67 ล้านบาทในช่วง 6 เดือนแรก
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจอินเดีย:** อาจช่วยหนุนยอดขายวัสดุก่อสร้างในตลาดต่างประเทศ
* **การเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการทีค-รัชดา:** คาดว่าจะเริ่มในไตรมาส 4 ปี 2564 ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
* **การควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** บริษัทได้ดำเนินมาตรการควบคุมต้นทุนอย่างรัดกุมตั้งแต่ปี 2563 ซึ่งอาจช่วยลดผลกระทบจากรายได้ที่ลดลง
## ความเสี่ยง
* **การแพร่ระบาดของโควิด-19 และมาตรการควบคุม:** ยังคงเป็นความเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของทั้งธุรกิจวัสดุก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะการเดินทางของลูกค้าต่างชาติและการก่อสร้างในประเทศ
* **ความล่าช้าในการก่อสร้างโครงการ:** โครงการทีค-รัชดาอาจเผชิญความล่าช้าเพิ่มเติมหากมาตรการควบคุมยังคงเข้มงวด
* **กำลังซื้อในตลาดอสังหาริมทรัพย์:** ความกังวลทางเศรษฐกิจและข้อจำกัดในการเดินทางอาจส่งผลต่อกำลังซื้อในระยะยาว
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** การบันทึกดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้นส่งผลต่อผลประกอบการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ความคืบหน้าการก่อสร้างและการเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการทีค-รัชดาในไตรมาส 4/2564
* แนวโน้มการเดินทางของลูกค้าต่างชาติและการเปิดประเทศของอินเดีย
* มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 และผลกระทบต่อภาคอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้าง
* การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายของบริษัทท่ามกลางรายได้ที่ผันผวน
* การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน (หากมีผลกระทบต่อยอดขายต่างประเทศ)
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **การโอนกรรมสิทธิ์:** ไม่มียอดโอนอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาส 2/2564 จากการชะลอการโอนของลูกค้าโครงการทีค-สาทร
* **Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Backlog ที่ชัดเจน แต่โครงการทีค-รัชดาคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ใน Q4/64
* **การเปิดโครงการใหม่:** เอกสารไม่ได้ระบุแผนการเปิดโครงการใหม่
* **ต้นทุนก่อสร้าง:** ไม่ได้ระบุรายละเอียด แต่ระบุว่าแผนการก่อสร้างโครงการทีค-รัชดาได้รับผลกระทบและล่าช้า
* **D/E:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล D/E
* **กระแสเงินสดจากโครงการ:** ไม่ได้ระบุรายละเอียด แต่รายได้จากการบริการโครงการแสนสราลดลงเนื่องจากจำนวนผู้เข้าพักน้อย
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง นอกเหนือจากการกล่าวถึงต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น
## สรุปท้าย
BSM เผชิญความท้าทายอย่างหนักในไตรมาส 2 ปี 2564 จากผลกระทบของโควิด-19 ที่ส่งผลให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หยุดชะงัก โดยเฉพาะการโอนกรรมสิทธิ์ที่กลายเป็นศูนย์ ขณะที่ธุรกิจวัสดุก่อสร้างยังคงประคองตัวได้ด้วยยอดขายต่างประเทศ แม้รายได้รวมจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญและขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น แต่การคาดการณ์รายได้จากโครงการใหม่ในปลายปีนี้ และการควบคุมต้นทุนอย่างต่อเนื่อง อาจเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาเพื่อประเมินแนวโน้มการฟื้นตัวในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BSM ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
101.52
ล้านบาท
↓ 59.6% YoY
กำไรขั้นต้น
33.89
ล้านบาท
↓ 13.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
33.38
%
กำไรสุทธิ
-4.38
ล้านบาท
↓ 93.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-4.32
%
D/E Ratio
2.50
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
102
↓ -59.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
34
↓ -13.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-4
↓ -93.5%
YoY
D/E Ratio
2.50
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BSM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.50
ROE (%)
-7.23
ROA (%)
1.27
Book Value/หุ้น
1.32
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BSM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-57
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+12
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BSM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-56.92
-482.01%
|
14.90
-145.50%
|
-32.75
-87.91%
|
-270.98
-544.89%
|
60.91
-17.34%
|
73.69
+234.20%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
12.26
-61.79%
|
32.09
+76.32%
|
18.20
-289.19%
|
-9.62
-541.28%
|
2.18
-108.48%
|
-25.72
-85.16%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
56.40
-332.58%
|
-24.25
+517.05%
|
-3.93
-101.37%
|
286.00
-1,902.14%
|
-15.87
-73.73%
|
-60.40
-140.32%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
11.73
-48.42%
|
22.74
-222.99%
|
-18.49
-442.41%
|
5.40
-88.57%
|
47.23
-479.97%
|
-12.43
+775.35%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
29.34
-22.13%
|
37.68
+5.10%
|
35.85
-13.18%
|
41.29
-35.80%
|
64.31
+64.31%
|
39.14
-79.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
20.82
-29.04%
|
29.34
-22.13%
|
37.68
+5.10%
|
35.85
-13.18%
|
41.29
-35.80%
|
64.31
+64.31%
|