บริษัท บิวเดอสมาร์ท จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.69
0.01 (1.43%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4989 out_tok=2460 at=2026-07-25T10:57:45 -->
# BSM พลิกขาดทุนสุทธิ Q3/66 เพิ่มขึ้น รับผลกระทบอสังหาฯ ซบเซา
## รายได้รวมวูบ 36% ฝ่ายจัดการชี้เศรษฐกิจชะลอ-ความขัดแย้งโลกกระทบการตัดสินใจลงทุน
บริษัท บิวเดอสมาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ BSM รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้รวม 109.32 ล้านบาท ลดลง 36.35% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้นเป็น 16.16 ล้านบาท จากขาดทุน 7.15 ล้านบาทในปีก่อนหน้า ปัจจัยหลักมาจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่รายได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้างทรงตัว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ส่งผลให้ผลประกอบการของ BSM ในไตรมาส 3 ปี 2566 เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางขาดทุนสุทธิที่เพิ่มขึ้น มาจาก **การลดลงอย่างมากของรายได้ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์** ซึ่งเป็นธุรกิจหลักที่สร้างรายได้หลักในปีก่อนหน้า โดยเฉพาะการโอนกรรมสิทธิ์โครงการคอนโดมิเนียมและยอดขายยูนิตที่อยู่อาศัยเพื่อผู้เกษียณอายุ ส่งผลให้รายได้รวมของบริษัทลดลงถึง 36.35% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2565
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การลดลงของรายได้ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เกิดจาก **ความไม่แน่นอนของสภาวะเศรษฐกิจโดยรวม และสถานการณ์ความขัดแย้งในอิสราเอล-กาซา** ซึ่งส่งผลให้หลายโครงการชะลอการก่อสร้าง การตัดสินใจใช้งบประมาณด้านการก่อสร้าง รวมถึงนักลงทุนและภาคธุรกิจต่างๆ ชะลอการลงทุนเพื่อรอดูสถานการณ์ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อยอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์โครงการของบริษัทฯ โดยเฉพาะโครงการทีค-สาทร และ ทีค-รัชดา รวมถึงโครงการแสนสรา ที่มีรายได้จากการขายยูนิตลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ในส่วนของธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง แม้จะมียอดขายลดลงเล็กน้อยเพียง 1.39% แต่ก็ได้รับผลกระทบจากปัจจัยเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนเช่นกัน อย่างไรก็ตาม การบริหารต้นทุนขายและการให้บริการที่ดีขึ้นในส่วนธุรกิจนี้ ส่งผลให้อัตราส่วนกำไรขั้นต้นโดยรวมของบริษัทปรับตัวสูงขึ้นจาก 21.39% เป็น 28.77% ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบจากรายได้ที่ลดลงได้บางส่วน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุถึงปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ แต่เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มการฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ หรือแผนการเร่งรัดการขายและการโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่ค้างอยู่ การที่ผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นในงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 สะท้อนว่าปัญหายังคงมีอยู่ และธุรกิจคอนโดมิเนียมยังไม่เป็นไปตามเป้าการขาย การฟื้นตัวของผลประกอบการในระยะถัดไปจึงขึ้นอยู่กับปัจจัยมหภาค และความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการสต็อกและกระตุ้นยอดขาย
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/66 ลดลง 36.35%** อยู่ที่ 109.32 ล้านบาท จากผลกระทบหลักในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
* **ขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้น** เป็น 16.16 ล้านบาท จาก 7.15 ล้านบาทใน Q3/65
* **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายได้ลดลง 78.35%** จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการคอนโดมิเนียมและยอดขายยูนิตที่อยู่อาศัย
* **ธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้างทรงตัว** ยอดขายลดลง 1.39%
* **อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมเพิ่มขึ้น** เป็น 28.77% จาก 21.39% ในปีก่อน จากการบริหารต้นทุนขายที่ดีขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น** จากการเช่าสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ ค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้รวม 109.32 ล้านบาท ลดลง 36.35% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 108.77 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ถึง 78.35% ขณะที่ธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้างมียอดขายลดลงเล็กน้อย 1.39% ต้นทุนขายและการให้บริการอยู่ที่ 77.48 ล้านบาท คิดเป็น 71.23% ของรายได้จากการขายและบริการ ส่งผลให้อัตราส่วนกำไรขั้นต้นโดยรวมเพิ่มขึ้นเป็น 28.77% จาก 21.39% ในปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นเป็น 38.82 ล้านบาท คิดเป็น 35.69% ของรายได้ จาก 42.04 ล้านบาท หรือ 26.02% ในปีก่อนหน้า เนื่องจากค่าเช่าสำนักงานใหม่ ค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้นเป็น 16.16 ล้านบาท
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 369.45 ล้านบาท ลดลง 234.69 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการรับรู้รายได้จากการขายที่ดินโครงการทีคฯ ในปีก่อนหน้า โดยมีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่เท่ากับ 37.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 17.38 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
## โอกาส
* **การบริหารต้นทุนขายที่ดีขึ้น:** การที่บริษัทสามารถบริหารต้นทุนขายและการให้บริการได้ดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกในการเพิ่มความสามารถในการทำกำไรหากรายได้กลับมาเติบโต
* **การขยายธุรกิจวัสดุก่อสร้าง:** แม้จะได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจ แต่ธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้างยังคงเป็นธุรกิจหลักที่มีการดำเนินงานต่อเนื่อง และมีโอกาสเติบโตได้หากสภาวะเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของภาคอสังหาริมทรัพย์:** ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังคงเผชิญความท้าทายจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อยอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์
* **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** ค่าใช้จ่ายในการเช่าสำนักงานใหม่ ค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เป็นปัจจัยกดดันต่อผลประกอบการ
* **ต้นทุนทางการเงิน:** สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นจากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเป็นภาระต้นทุนของบริษัท
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์:** การเปลี่ยนแปลงของสภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคจะมีผลต่อการตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์
* **แผนการเร่งรัดการขายและการโอนกรรมสิทธิ์:** กลยุทธ์ของบริษัทในการระบายสต็อกโครงการที่ค้างอยู่ และการสร้างยอดขายใหม่
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ให้สอดคล้องกับรายได้ที่คาดการณ์
* **ทิศทางอัตราดอกเบี้ย:** การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยจะมีผลต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัท
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **ธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง:** มียอดขายรวม 94.56 ล้านบาท ลดลง 1.39% เมื่อเทียบกับ Q3/65 โดยได้รับผลกระทบจากความไม่มั่นใจในสภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ความไม่สงบในต่างประเทศ ทำให้หลายโครงการชะลอการก่อสร้าง
* **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** มีรายได้จากการขายและบริการรวม 14.21 ล้านบาท ลดลง 78.35% เมื่อเทียบกับ Q3/65
* **โครงการแสนสรา:** รายได้ส่วนใหญ่มาจากบริหารส่วนกลาง ไม่เกิดรายได้จากการขายยูนิต ยอดขายรวม 6.62 ล้านบาท ลดลง 73.60%
* **บริษัททีคดีเวลลอปเมนท์จำกัด:** มีรายได้จากการขายห้องชุดรวม 7.60 ล้านบาท ลดลง 81.29% จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการทีค-สาทร และ ทีค-รัชดา
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่ระบุว่าต้นทุนทางการเงินสำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 เท่ากับ 22.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.64 ล้านบาทจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น และมีการคืนเงินกู้ในส่วนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาส 3/2566
## สรุปท้าย
BSM ในไตรมาส 3 ปี 2566 เผชิญกับความท้าทายจากภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัว ส่งผลให้รายได้รวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญและขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น แม้ว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนขายได้ดีขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้น แต่การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหาร และความไม่แน่นอนของสภาวะเศรษฐกิจ ทำให้แนวโน้มการฟื้นตัวยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความสามารถในการกระตุ้นยอดขายและโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ค้างอยู่
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BSM ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
101.52
ล้านบาท
↓ 59.6% YoY
กำไรขั้นต้น
33.89
ล้านบาท
↓ 13.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
33.38
%
กำไรสุทธิ
-4.38
ล้านบาท
↓ 93.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-4.32
%
D/E Ratio
2.50
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
102
↓ -59.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
34
↓ -13.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-4
↓ -93.5%
YoY
D/E Ratio
2.50
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BSM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.50
ROE (%)
-7.23
ROA (%)
1.27
Book Value/หุ้น
1.32
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BSM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-57
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+12
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BSM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-56.92
-482.01%
|
14.90
-145.50%
|
-32.75
-87.91%
|
-270.98
-544.89%
|
60.91
-17.34%
|
73.69
+234.20%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
12.26
-61.79%
|
32.09
+76.32%
|
18.20
-289.19%
|
-9.62
-541.28%
|
2.18
-108.48%
|
-25.72
-85.16%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
56.40
-332.58%
|
-24.25
+517.05%
|
-3.93
-101.37%
|
286.00
-1,902.14%
|
-15.87
-73.73%
|
-60.40
-140.32%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
11.73
-48.42%
|
22.74
-222.99%
|
-18.49
-442.41%
|
5.40
-88.57%
|
47.23
-479.97%
|
-12.43
+775.35%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
29.34
-22.13%
|
37.68
+5.10%
|
35.85
-13.18%
|
41.29
-35.80%
|
64.31
+64.31%
|
39.14
-79.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
20.82
-29.04%
|
29.34
-22.13%
|
37.68
+5.10%
|
35.85
-13.18%
|
41.29
-35.80%
|
64.31
+64.31%
|