บริษัท เบล็ส แอสเสท กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.29
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3926 out_tok=2043 at=2026-07-25T10:06:26 -->
# BLESS กำไรสุทธิปี 65 หดตัว 56.5% เหตุต้นทุนพุ่ง-อุปสงค์ชะลอ
## รายได้รวมลด 1.13% ต้นทุนขายพุ่ง 5.69% กดดันกำไรสุทธิปี 65 วูบ 56.5%
บริษัท เบล็ส แอสเสท กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BLESS รายงานผลประกอบการปี 2565 มีกำไรสุทธิหลังหักภาษี 229.03 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 56.5% เมื่อเทียบกับ 261.06 ล้านบาทในปี 2564 โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่ปรับตัวลดลง 1.13% ประกอบกับต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นถึง 5.69% ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ BLESS ในปี 2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นอย่างมาก ประกอบกับอุปสงค์ในตลาดที่ชะลอตัวลง** ส่งผลกระทบต่อทั้งกลุ่มธุรกิจยางและผลิตภัณฑ์จากยาง
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า ในปี 2565 ราคายางพาราปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย 2.68% จาก 53.41 บาทต่อกิโลกรัม เป็น 54.84 บาทต่อกิโลกรัม แต่ปัจจัยที่ส่งผลกระทบมากกว่าคือสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวจากปัญหาเงินเฟ้อและสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนการผลิต เช่น เชื้อเพลิงและสารเคมี ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ต้นทุนขายของกลุ่มบริษัทเพิ่มขึ้น 5.69% จาก 7,704.10 ล้านบาท เป็น 8,142.72 ล้านบาท ในขณะที่รายได้จากการขายกลับลดลง 1.13% จาก 9,333.33 ล้านบาท เป็น 9,227.74 ล้านบาท
เมื่อพิจารณาแยกตามกลุ่มธุรกิจ:
* **กลุ่มธุรกิจยางขันและน้ำยางแปรรูป:** กำไรก่อนภาษีลดลง 25.62% เนื่องจากปริมาณการขายลดลงจากสภาวะเศรษฐกิจโลกและเงินเฟ้อที่ผันผวน ทำให้สัดส่วนต้นทุนขายและต้นทุนจัดจำหน่ายต่อรายได้สูงขึ้น
* **กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์จากยาง:** กำไรก่อนภาษีลดลงอย่างมากถึง 74.07% เนื่องจากต้นทุนขายเพิ่มขึ้นมากและความต้องการอุปโภคบริโภคผลิตภัณฑ์จากยางมีแนวโน้มลดลงทั้งในและต่างประเทศ จากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและต้นทุนเชื้อเพลิง/สารเคมีที่สูงขึ้น ส่งผลให้ปริมาณคำสั่งซื้อลดลง
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร **มีแนวโน้มที่จะเป็นลักษณะครั้งคราว แต่ยังคงต้องติดตามปัจจัยภายนอกอย่างใกล้ชิด** เนื่องจากฝ่ายจัดการระบุถึงสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ปัญหาเงินเฟ้อ และความผันผวนของต้นทุนพลังงาน ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก และส่งผลกระทบต่ออุปสงค์และต้นทุนการผลิตโดยตรง แม้ว่าราคาขายยางพาราจะปรับตัวขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและอุปสงค์ที่ลดลงได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2565 ลดลง 56.5%** อยู่ที่ 229.03 ล้านบาท จาก 261.06 ล้านบาทในปี 2564
* **รายได้จากการขายปี 2565 ลดลง 1.13%** อยู่ที่ 9,227.74 ล้านบาท จาก 9,333.33 ล้านบาทในปี 2564
* **ต้นทุนขายปี 2565 เพิ่มขึ้น 5.69%** อยู่ที่ 8,142.72 ล้านบาท จาก 7,704.10 ล้านบาทในปี 2564
* **กลุ่มธุรกิจยางขันและน้ำยางแปรรูป:** กำไรก่อนภาษีลดลง 25.62% จากปริมาณขายลดลงและต้นทุนสูงขึ้น
* **กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์จากยาง:** กำไรก่อนภาษีลดลง 74.07% จากต้นทุนขายสูงและความต้องการลดลง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 กลุ่มบริษัท ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 9,227.74 ล้านบาท ลดลง 1.13% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ปัญหาเงินเฟ้อ และความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต เช่น เชื้อเพลิงและสารเคมีที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 5.69% เป็น 8,142.72 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นถูกกดดัน
เมื่อพิจารณาผลกำไรสุทธิหลังหักภาษี พบว่าลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 56.5% จาก 261.06 ล้านบาทในปี 2564 มาอยู่ที่ 229.03 ล้านบาทในปี 2565
## โอกาส
* **การบริหารต้นทุน:** แม้ต้นทุนจะสูงขึ้น แต่การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและต้นทุนขายอย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นโอกาสในการรักษาอัตรากำไร
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก:** หากสภาวะเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวและปัญหาเงินเฟ้อคลี่คลาย จะส่งผลดีต่ออุปสงค์ผลิตภัณฑ์ยางและยางพารา
* **การบริหารจัดการสวนยางพารา:** แม้ปัจจุบันจะขาดทุน แต่การบริหารจัดการผลผลิตและต้นทุนในธุรกิจสวนยางพาราที่ลดลงจากปีก่อน อาจเป็นโอกาสในการลดผลขาดทุนในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคายางพาราและวัตถุดิบ:** ความผันผวนของราคายางพาราและวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต เช่น เชื้อเพลิงและสารเคมี ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลัก
* **สภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและเงินเฟ้อ:** ปัญหาเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและภาวะเงินเฟ้อยังคงส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและปริมาณคำสั่งซื้อ
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและรายได้จากการส่งออก
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมยางพาราและผลิตภัณฑ์ยาง อาจกดดันราคาขายและส่วนแบ่งทางการตลาด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคายางพาราและวัตถุดิบหลัก (เชื้อเพลิง, สารเคมี) ในปี 2566
* ทิศทางเศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อของผู้บริโภคในตลาดหลัก
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและต้นทุนขายของบริษัท
* ปริมาณคำสั่งซื้อและยอดขายของกลุ่มธุรกิจยางขันและผลิตภัณฑ์จากยาง
* ผลประกอบการของกลุ่มธุรกิจสวนยางพารา และแนวโน้มการลดผลขาดทุน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
*หมายเหตุ: เอกสารที่ได้รับมาเป็นของบริษัท ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ซึ่งอยู่ในกลุ่มธุรกิจยาง ไม่ใช่อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง จึงไม่สามารถวิเคราะห์ตามจุดโฟกัส sector ที่กำหนดได้*
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
*หมายเหตุ: เอกสารที่ได้รับมาไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัท*
## สรุปท้าย
ผลประกอบการปี 2565 ของ BLESS สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและอุปสงค์ที่ชะลอตัว ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก แม้รายได้รวมจะลดลงไม่มากนัก แต่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้กัดกินกำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิไปอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์จากยางที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบและทิศทางเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด รวมถึงความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุนและปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับสภาวะตลาดที่ท้าทายในปีต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BLESS ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
94.05
ล้านบาท
↓ 3.6% YoY
กำไรขั้นต้น
35.74
ล้านบาท
↑ 20.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
38.00
%
กำไรสุทธิ
-0.75
ล้านบาท
↓ 195.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-0.80
%
D/E Ratio
0.89
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
94
↓ -3.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
36
↑ + 20.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-1
↓ -195.4%
YoY
D/E Ratio
0.89
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BLESS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.89
ROE (%)
0.88
ROA (%)
0.89
Book Value/หุ้น
1.47
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BLESS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-32
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BLESS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-32.41
-143.07%
|
75.25
-53,850.00%
|
-0.14
-100.78%
|
17.97
-96.77%
|
556.10
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-0.32
-105.25%
|
6.09
+15.34%
|
5.28
-113.81%
|
-38.24
+38.80%
|
-27.55
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
40.56
-138.88%
|
-104.32
-1,039.82%
|
11.10
-1,199.01%
|
-1.01
-99.81%
|
-523.38
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
7.82
-134.01%
|
-22.99
-241.56%
|
16.24
-176.28%
|
-21.29
-511.80%
|
5.17
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
17.38
-40.84%
|
29.38
-45.44%
|
53.85
-16.74%
|
64.68
+8.69%
|
59.51
+181.48%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
12.34
-23.50%
|
16.13
-45.10%
|
29.38
-45.44%
|
53.85
-16.74%
|
64.68
+8.69%
|