บริษัท เบล็ส แอสเสท กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.29
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9049 out_tok=2658 at=2026-07-25T11:16:00 -->
# BLESS ปี 2564 กำไรสุทธิวูบ 30% รับพิษโควิดฉุดยอดโอน-ค่าใช้จ่ายบริหารพุ่ง
## รายได้-กำไรสุทธิปี 64 หดตัว สวนทางต้นทุนบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการเตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ
บริษัท เบล็ส แอสเสท กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BLESS รายงานผลประกอบการปี 2564 มีกำไรสุทธิ 80.07 ล้านบาท ลดลง 30.09% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีรายได้จากการขายและบริการลดลง 11.07% เนื่องจากกำลังซื้อผู้บริโภคลดลงจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 และการโอนกรรมสิทธิ์ล่าช้า ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 26.34% จากการเตรียมความพร้อมบุคลากรและค่าที่ปรึกษาเพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ BLESS ในปี 2564 ลดลง 30.09% มาจาก **รายได้จากการขายและให้บริการที่ลดลง** ประกอบกับ **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น**
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ปัจจัยหลักที่กดดันรายได้คือ **ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวจากการแพร่ระบาดของ COVID-19** ส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง และเกิดความล่าช้าในการโอนกรรมสิทธิ์โครงการต่างๆ แม้บริษัทฯ จะมีการเปิดโครงการใหม่ 2 โครงการ และมียอดโอนต่อเนื่องจากโครงการเดิม แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ ทำให้รายได้จากการขายและบริการลดลง 11.07% มาอยู่ที่ 795.62 ล้านบาท
ในขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 26.34% เป็น 82.00 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจาก **ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน** ทั้งในส่วนของเงินเดือนและค่าตอบแทนกรรมการ รวมถึง **ค่าธรรมเนียมวิชาชีพ** และ **ค่าใช้จ่ายในการบริหารอื่นๆ** ที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากการเตรียมความพร้อมของบุคลากรเพื่อขยายธุรกิจ และการจ้างที่ปรึกษาต่างๆ เพื่อเตรียมการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าปัจจัยกดดันด้านรายได้จาก COVID-19 อาจคลี่คลายลง แต่การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ อาจส่งผลต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของกำลังซื้อและความสามารถในการโอนกรรมสิทธิ์โครงการจะเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินผลประกอบการในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2564 อยู่ที่ 80.07 ล้านบาท ลดลง 30.09%** จาก 114.54 ล้านบาทในปี 2563
* **รายได้จากการขายและให้บริการปี 2564 อยู่ที่ 795.62 ล้านบาท ลดลง 11.07%** จาก 894.65 ล้านบาทในปี 2563
* **อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวใกล้เคียงปีก่อน** อยู่ที่ 30.40% ในปี 2564 เทียบกับ 30.71% ในปี 2563
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 26.34%** เป็น 82.00 ล้านบาท จาก 64.90 ล้านบาทในปี 2563
* **หนี้สินรวมลดลง 5.81%** อยู่ที่ 1,327.18 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564
* **ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 7.05%** อยู่ที่ 883.43 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัท เบล็ส แอสเสท กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BLESS มีกำไรสุทธิ 80.07 ล้านบาท ลดลง 30.09% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 795.62 ล้านบาท ลดลง 11.07% สาเหตุหลักมาจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลงและการโอนกรรมสิทธิ์ล่าช้า แม้จะมีการเปิดโครงการใหม่ 2 โครงการ และมียอดโอนต่อเนื่องจากโครงการเดิมก็ตาม
ต้นทุนขายและให้บริการลดลงตามรายได้ โดยมีสัดส่วนต่อรายได้รวมใกล้เคียงปีก่อนหน้า ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวอยู่ที่ 30.40% อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 26.34% เป็น 82.00 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน ค่าธรรมเนียมวิชาชีพ และค่าใช้จ่ายในการบริหารอื่นๆ เพื่อเตรียมความพร้อมในการขยายธุรกิจและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
## โอกาส
* **การเปิดโครงการใหม่:** บริษัทฯ มีการเปิดขายโครงการใหม่ 2 โครงการในปี 2564 ได้แก่ โครงการเบล็สซิตี้ พาร์ครังสิต – คลองสาม และโครงการเบล็สซิตี้ พาร์คศรีนครินทร์ - เทพารักษ์ ซึ่งจะเป็นแหล่งรายได้ในอนาคต
* **การควบคุมคุณภาพและต้นทุน:** การมีบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง (BB) ทำให้บริษัทฯ สามารถควบคุมคุณภาพมาตรฐานและต้นทุนการก่อสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **ประสบการณ์ผู้บริหาร:** ประธานเจ้าหน้าที่บริหารมีประสบการณ์ในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มากว่า 20 ปี ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของบริษัทฯ
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและกำลังซื้อผู้บริโภค:** การแพร่ระบาดของ COVID-19 ยังคงส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
* **ความล่าช้าในการโอนกรรมสิทธิ์:** นโยบายป้องกันการระบาดของภาครัฐ เช่น การปิดแคมป์คนงานก่อสร้าง และข้อจำกัดในการเข้าทำงาน อาจส่งผลให้การโอนกรรมสิทธิ์เกิดความล่าช้า
* **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ อาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรในระยะสั้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการฟื้นตัวของกำลังซื้อและความสามารถในการโอนกรรมสิทธิ์โครงการต่างๆ
* ความคืบหน้าและผลกระทบจากการเตรียมการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ต่อค่าใช้จ่ายในการบริหาร
* การเปิดตัวโครงการใหม่และการตอบรับของตลาดต่อโครงการเหล่านั้น
* การบริหารจัดการต้นทุนการก่อสร้างและต้นทุนทางการเงิน
* การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยและนโยบายทางการเงินที่อาจส่งผลต่อต้นทุนทางการเงิน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **รายได้จากการขาย:** รายได้จากการขายและให้บริการลดลง 11.07% เป็น 795.62 ล้านบาท โดยโครงการที่มีสัดส่วนรายได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญคือ โครงการเบล็สทาวน์ รามอินทรา - เกษตรนวมินทร์ (จาก 9.47% เหลือ 1.78%) และโครงการเบล็สเชอร์ จรัญสนิทวงศ์ 96/1 (จาก 17.13% เหลือ 11.51%) ในขณะที่โครงการเบล็สซิตี้ พาร์ค สุขุมวิท – บางปู ยังคงมีสัดส่วนรายได้สูงที่สุดที่ 33.44%
* **ต้นทุนขายและให้บริการ:** ต้นทุนขายและให้บริการลดลง 10.55% เป็น 553.79 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนต่อรายได้รวมใกล้เคียงปีก่อนหน้า (69.39% ในปี 2564 เทียบกับ 69.23% ในปี 2563) ต้นทุนที่ดินและพัฒนาที่ดินลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
* **กำไรขั้นต้น:** กำไรขั้นต้นลดลง 11.97% เป็น 241.83 ล้านบาท แต่อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวอยู่ที่ 30.40%
* **ต้นทุนในการจัดจำหน่าย:** ลดลง 4.50% เป็น 61.43 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของภาษีธุรกิจเฉพาะและค่าใช้จ่ายพนักงานขาย สวนทางกับการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายด้านการโฆษณาประชาสัมพันธ์
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** เพิ่มขึ้น 26.34% เป็น 82.00 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานและค่าธรรมเนียมวิชาชีพที่เพิ่มขึ้นเพื่อเตรียมการเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ
* **โครงการ:** ณ สิ้นปี 2564 มีโครงการที่ปิดการขายแล้ว 6 โครงการ โครงการที่อยู่ระหว่างการขาย 8 โครงการ และโครงการในอนาคต 1 โครงการ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ลดลง 1.06% เป็น 2,210.61 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของต้นทุนโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย
* **หนี้สินรวม:** ลดลง 5.81% เป็น 1,327.18 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินและเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 7.05% เป็น 883.43 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น (แม้จะลดลงจากปีก่อน) และการเรียกชำระหุ้นเพิ่มทุน
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio):** ลดลงจาก 1.71 เท่า เป็น 1.50 เท่า ณ สิ้นปี 2564 ซึ่งแสดงถึงการปรับปรุงโครงสร้างหนี้สิน
* **สภาพคล่อง:** อัตราส่วนสภาพคล่องลดลงจาก 1.66 เท่า เป็น 1.28 เท่า เนื่องจากสินทรัพย์หมุนเวียนลดลงจากการโอนกรรมสิทธิ์ และหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น
* **กระแสเงินสด:** กระแสเงินสดรับสุทธิจากการดำเนินงานอยู่ที่ 556.10 ล้านบาท โดยมีรายการหลักจากการลดลงของต้นทุนโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย และกำไรสุทธิ ส่วนกระแสเงินสดใช้ไปสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงินมีจำนวนมากจากการจ่ายเงินปันผลและชำระคืนเงินกู้ยืมต่างๆ
## สรุปท้าย
ผลประกอบการปี 2564 ของ BLESS ได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกอย่าง COVID-19 ทำให้รายได้จากการขายและบริการลดลง ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการเตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ทรงตัว และมีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้สินให้ดีขึ้น การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกำลังซื้อ รวมถึงความสำเร็จในการบริหารจัดการโครงการใหม่ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการของบริษัทฯ ในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BLESS ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
94.05
ล้านบาท
↓ 3.6% YoY
กำไรขั้นต้น
35.74
ล้านบาท
↑ 20.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
38.00
%
กำไรสุทธิ
-0.75
ล้านบาท
↓ 195.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-0.80
%
D/E Ratio
0.89
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
94
↓ -3.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
36
↑ + 20.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-1
↓ -195.4%
YoY
D/E Ratio
0.89
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BLESS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.89
ROE (%)
0.88
ROA (%)
0.89
Book Value/หุ้น
1.47
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BLESS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-32
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BLESS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-32.41
-143.07%
|
75.25
-53,850.00%
|
-0.14
-100.78%
|
17.97
-96.77%
|
556.10
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-0.32
-105.25%
|
6.09
+15.34%
|
5.28
-113.81%
|
-38.24
+38.80%
|
-27.55
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
40.56
-138.88%
|
-104.32
-1,039.82%
|
11.10
-1,199.01%
|
-1.01
-99.81%
|
-523.38
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
7.82
-134.01%
|
-22.99
-241.56%
|
16.24
-176.28%
|
-21.29
-511.80%
|
5.17
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
17.38
-40.84%
|
29.38
-45.44%
|
53.85
-16.74%
|
64.68
+8.69%
|
59.51
+181.48%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
12.34
-23.50%
|
16.13
-45.10%
|
29.38
-45.44%
|
53.85
-16.74%
|
64.68
+8.69%
|