บริษัท เบล็ส แอสเสท กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.29
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8944 out_tok=2757 at=2026-07-25T12:20:47 -->
# BLESS Q1/2565 กำไรสุทธิหดตัว 38% รับผลกระทบโอนกรรมสิทธิ์ลด-ต้นทุนพุ่ง
## รายได้-กำไรสุทธิปรับลงตามยอดโอนฯ ขณะที่ต้นทุนขาย-บริหารเพิ่มกดดันมาร์จิ้น
บริษัท เบล็ส แอสเสท กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BLESS รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 13.46 ล้านบาท ลดลง 38.25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการโอนกรรมสิทธิ์ที่ลดลง การปรับลดราคาขายเพื่อแข่งขัน และต้นทุนที่ปรับสูงขึ้น ฝ่ายบริหารระบุว่าปัจจัยเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น ขณะที่ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารก็ปรับเพิ่มขึ้นเช่นกัน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ BLESS ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การลดลงของรายได้จากการขายและบริการ 7.02%** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อ **กำไรสุทธิที่หดตัวถึง 38.25%** โดยมีปัจจัยกดดันเพิ่มเติมจาก **อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง** และ **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น**
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้จากการขายและบริการลดลง:** สาเหตุหลักมาจาก **โครงการเบล็สเชอร์จรัญฯ 96/1** ที่ใกล้จะปิดการขาย ทำให้ยอดรับรู้รายได้ลดลงจาก 22 ห้องใน Q1/2564 เหลือเพียง 4 ห้องใน Q1/2565 ประกอบกับโครงการใหม่ เช่น **Blessity Park รังสิตคลอง 3 และ ศรีนครินทร์ เทพารักษ์** ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการรับรู้รายได้ นอกจากนี้ **ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวจาก COVID-19** ส่งผลให้กำลังซื้อลดลง และ **การโอนกรรมสิทธิ์ล่าช้า** จากมาตรการภาครัฐ เช่น การปิดแคมป์คนงาน
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** แม้ต้นทุนขายและให้บริการจะลดลงตามรายได้ แต่สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้กลับสูงขึ้นเล็กน้อย (จาก 67.33% เป็น 69.47%) ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 32.67% เหลือ 30.53% โดยฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากการ **ปรับลดราคาขายเพื่อให้สามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้**
* **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น:** ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 4.98% จากค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายและประชาสัมพันธ์เพื่อกระตุ้นยอดขาย ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 13.26% จากค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าธรรมเนียมวิชาชีพที่เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับการขยายธุรกิจและการเตรียมความพร้อมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าการลดลงของรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ในโครงการเดิมและการเริ่มต้นของโครงการใหม่จะเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลต่อเนื่องในระยะสั้น แต่การปรับลดราคาขายเพื่อแข่งขันและต้นทุนที่สูงขึ้นอาจเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไรในระยะยาว ปัจจัยสำคัญที่จะต้องจับตาคือความสามารถในการเร่งยอดขายของโครงการใหม่ และแนวโน้มกำลังซื้อของผู้บริโภค รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนของบริษัทฯ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q1/2565 ลดลง 38.25%** อยู่ที่ 13.46 ล้านบาท จาก 21.80 ล้านบาทใน Q1/2564
* **รายได้จากการขายและให้บริการลดลง 7.02%** อยู่ที่ 174.16 ล้านบาท จาก 186.56 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง** จาก 32.67% เป็น 30.53%
* **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 4.98%** และ **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 13.26%**
* **สินทรัพย์รวมลดลง 1.38%** อยู่ที่ 2,180.04 ล้านบาท และ **หนี้สินรวมลดลง 3.32%** อยู่ที่ 1,283.14 ล้านบาท
* **ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 1.52%** อยู่ที่ 896.89 ล้านบาท จากกำไรสุทธิในไตรมาส
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท เบล็ส แอสเสท กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BLESS มีผลประกอบการในไตรมาส 1 ปี 2565 ที่น่าจับตา โดยมีกำไรสุทธิ 13.46 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 38.25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (Q1/2564) ที่ทำได้ 21.80 ล้านบาท การลดลงนี้เป็นผลมาจากรายได้จากการขายและให้บริการที่ปรับตัวลดลง 7.02% มาอยู่ที่ 174.16 ล้านบาท จาก 186.56 ล้านบาทในปีที่แล้ว ประกอบกับอัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัวลงจาก 32.67% เหลือ 30.53% ขณะเดียวกัน ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารกลับปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการในไตรมาสนี้เผชิญแรงกดดัน
## โอกาส
* **การควบคุมคุณภาพและต้นทุนการก่อสร้าง:** การมีบริษัทย่อยที่รับเหมาก่อสร้าง (BB) ช่วยให้บริษัทฯ สามารถควบคุมคุณภาพมาตรฐานและต้นทุนการก่อสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **การพัฒนาโครงการที่หลากหลาย:** บริษัทฯ มีการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลากหลายรูปแบบ ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียมชั้นเตี้ย ตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่แตกต่างกัน
* **การเตรียมพร้อมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ:** การเพิ่มจำนวนพนักงานและค่าธรรมเนียมวิชาชีพที่สูงขึ้น สะท้อนถึงการเตรียมความพร้อมเพื่อการเติบโตและการเข้าสู่ตลาดทุน ซึ่งอาจนำมาซึ่งโอกาสในการระดมทุนและเพิ่มความน่าเชื่อถือในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและกำลังซื้อผู้บริโภคลดลง:** การแพร่ระบาดของ COVID-19 และปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาคส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์:** บริษัทฯ จำเป็นต้องปรับลดราคาขายเพื่อแข่งขันกับคู่แข่ง ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **ความล่าช้าในการโอนกรรมสิทธิ์:** มาตรการป้องกันการระบาดของภาครัฐ เช่น การปิดแคมป์คนงาน และข้อจำกัดในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ อาจทำให้การโอนกรรมสิทธิ์เกิดความล่าช้า
* **การพึ่งพิงโครงการ:** การลดลงของยอดรับรู้รายได้จากโครงการที่ใกล้ปิดการขาย (เบล็สเชอร์จรัญฯ 96/1) และการเริ่มต้นโครงการใหม่ที่ยังไม่สามารถรับรู้รายได้เต็มที่ เป็นความเสี่ยงที่ต้องบริหารจัดการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ยอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการใหม่:** โดยเฉพาะ Blessity Park รังสิตคลอง 3 และ ศรีนครินทร์ เทพารักษ์ ว่าจะสามารถสร้างรายได้ทดแทนโครงการเดิมได้เร็วเพียงใด
* **แนวโน้มกำลังซื้อของผู้บริโภค:** การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกำลังซื้อจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนการก่อสร้างและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เพื่อรักษาอัตรากำไร
* **แผนการเปิดโครงการใหม่:** การมีโครงการในอนาคต 1 โครงการ จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในระยะต่อไป
* **ความคืบหน้าในการเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ:** ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นและโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **มูลค่าโอน:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะจากโครงการเบล็สเชอร์จรัญฯ 96/1 ที่ใกล้ปิดการขาย ทำให้ยอดรับรู้รายได้ลดลงอย่างมาก ขณะที่โครงการใหม่อยู่ในช่วงเริ่มต้น
* **Presale/Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Presale หรือ Backlog โดยตรง แต่การลดลงของรายได้จากการโอนฯ บ่งชี้ว่า Backlog จากโครงการเดิมอาจเหลือน้อยลง และต้องพึ่งพา Presale จากโครงการใหม่เพื่อสร้าง Backlog ในอนาคต
* **อัตรากำไรโครงการ:** อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมลดลง สะท้อนถึงแรงกดดันด้านราคาและการแข่งขัน
* **ต้นทุนก่อสร้าง:** แม้ต้นทุนขายและให้บริการจะลดลงตามรายได้ แต่สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้เพิ่มขึ้นเล็กน้อย บ่งชี้ว่าต้นทุนบางส่วนอาจทรงตัวหรือเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้
* **D/E Ratio:** อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจาก 1.50 เท่า เป็น 1.43 เท่า แสดงถึงการบริหารจัดการหนี้สินที่ดีขึ้น
* **กระแสเงินสดจากโครงการ:** กระแสเงินสดรับสุทธิจากการดำเนินงานเป็นบวกที่ 19.08 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการลดลงของต้นทุนจากโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2565 สินทรัพย์รวมของ BLESS อยู่ที่ 2,180.04 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 1.38% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนคิดเป็น 74.26% ของสินทรัพย์รวม หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,283.14 ล้านบาท ลดลง 3.32% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการลดลงของเงินกู้ยืมระยะสั้นจากบุคคลที่เกี่ยวข้องกันและเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ลดลงจาก 1.50 เท่า เป็น 1.43 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 1.52% เป็น 896.89 ล้านบาท จากกำไรสุทธิในไตรมาสนี้ ด้านสภาพคล่อง อัตราส่วนสภาพคล่องเพิ่มขึ้นจาก 1.28 เท่า เป็น 1.36 เท่า เนื่องจากหนี้สินหมุนเวียนลดลง กระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวกที่ 19.08 ล้านบาท แม้จะมีกระแสเงินสดใช้ไปสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงินจำนวนมากจากการชำระคืนเงินกู้ยืม
## สรุปท้าย
หัวใจหลักของผลประกอบการ BLESS ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือการเผชิญแรงกดดันจากรายได้ที่ลดลงจากการโอนกรรมสิทธิ์ที่น้อยลงในโครงการเดิม และการแข่งขันที่ทำให้ต้องปรับลดราคาขาย ประกอบกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัวอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าบริษัทฯ จะมีโอกาสจากการควบคุมต้นทุนผ่านบริษัทย่อย และการเตรียมพร้อมเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ยังไม่แน่นอน รวมถึงการบริหารจัดการโครงการใหม่ให้สามารถสร้างรายได้และรักษาระดับกำไรได้ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BLESS ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
94.05
ล้านบาท
↓ 3.6% YoY
กำไรขั้นต้น
35.74
ล้านบาท
↑ 20.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
38.00
%
กำไรสุทธิ
-0.75
ล้านบาท
↓ 195.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-0.80
%
D/E Ratio
0.89
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
94
↓ -3.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
36
↑ + 20.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-1
↓ -195.4%
YoY
D/E Ratio
0.89
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BLESS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.89
ROE (%)
0.88
ROA (%)
0.89
Book Value/หุ้น
1.47
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BLESS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-32
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BLESS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-32.41
-143.07%
|
75.25
-53,850.00%
|
-0.14
-100.78%
|
17.97
-96.77%
|
556.10
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-0.32
-105.25%
|
6.09
+15.34%
|
5.28
-113.81%
|
-38.24
+38.80%
|
-27.55
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
40.56
-138.88%
|
-104.32
-1,039.82%
|
11.10
-1,199.01%
|
-1.01
-99.81%
|
-523.38
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
7.82
-134.01%
|
-22.99
-241.56%
|
16.24
-176.28%
|
-21.29
-511.80%
|
5.17
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
17.38
-40.84%
|
29.38
-45.44%
|
53.85
-16.74%
|
64.68
+8.69%
|
59.51
+181.48%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
12.34
-23.50%
|
16.13
-45.10%
|
29.38
-45.44%
|
53.85
-16.74%
|
64.68
+8.69%
|