บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
18.70
0.10 (0.53%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=18581 out_tok=2963 at=2026-07-25T10:04:29 -->
# BGRIM Q4/2565 พลิกขาดทุนสุทธิ สวนทางกำไรจากการดำเนินงานโต รับต้นทุนก๊าซพุ่งฉุด
## รายได้รวมโต 12.3% แต่กำไรสุทธิจากการดำเนินงานหดตัว 20.3% หลังต้นทุนก๊าซธรรมชาติพุ่งสูงกว่าการปรับขึ้นค่า Ft
บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 มีรายได้รวม 14,579 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ภาพรวมรายได้จะเติบโต แต่กำไรสุทธิจากการดำเนินงานส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่กลับลดลง 20.3% มาอยู่ที่ 169 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — ต้นทุนก๊าซธรรมชาติพุ่งสูงกว่าการปรับขึ้นค่า Ft ฉุดกำไรจากการดำเนินงาน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลต่อผลประกอบการของ BGRIM ในไตรมาส 4 ปี 2565 คือ **ต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ซึ่งไม่สามารถส่งผ่านไปยังผู้บริโภคได้ทั้งหมดผ่านกลไกการปรับค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft)** ทำให้ส่วนต่างกำไรจากการดำเนินงานลดลง แม้รายได้รวมจะเติบโตจากการเพิ่มขึ้นของราคาขายไฟฟ้าก็ตาม โดยกำไรสุทธิจากการดำเนินงานส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ลดลง 20.3% y-on-y
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลให้ราคาก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกผันผวนและปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยราคาเฉลี่ยก๊าซธรรมชาติสำหรับ SPP ในไตรมาส 4 ปี 2565 อยู่ที่ 481 บาทต่อล้าน BTU เพิ่มขึ้น 43.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่การปรับขึ้นค่า Ft ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการส่งผ่านต้นทุนเชื้อเพลิงไปยังผู้บริโภค มีความล่าช้าและปรับขึ้นไม่ทันกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรของบริษัท โดยเฉพาะในส่วนของลูกค้าอุตสาหกรรมในประเทศ (IU) ซึ่งมีสัดส่วนรายได้ 20.7%
นอกจากนี้ ยังมีรายการขาดทุนจากการด้อยค่าของโรงไฟฟ้าและอุปกรณ์ที่ต้องมีการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ทดแทน จำนวน 1,122 ล้านบาท และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการแปลงหนี้สินสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นเงินบาท จำนวน 523 ล้านบาท ซึ่งส่งผลให้บริษัทรายงานผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ที่ 545 ล้านบาท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากเอกสารระบุว่า **คาดการณ์ราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับ SPP ในปี 2566 จะอยู่ที่ 400-450 บาทต่อล้าน BTU ลดลงจาก 476 บาทต่อล้าน BTU ในปี 2565** ประกอบกับการปรับขึ้นค่า Ft ที่มีแนวโน้มจะสะท้อนต้นทุนเชื้อเพลิงได้ดีขึ้นในอนาคต (มีการปรับขึ้นค่า Ft เป็น 1.5492 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง ในช่วง ม.ค.-เม.ย. 2566) ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะช่วยบรรเทาแรงกดดันด้านต้นทุนและส่งผลดีต่อผลประกอบการในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงของราคาก๊าซธรรมชาติและนโยบายการปรับค่า Ft ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q4/2565 เพิ่มขึ้น 12.3% y-on-y เป็น 14,579 ล้านบาท** จากการเพิ่มขึ้นของราคาขายไฟฟ้าให้ กฟผ. และลูกค้า IU จากราคาก๊าซธรรมชาติและค่า Ft ที่สูงขึ้น รวมถึงปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในเวียดนาม
* **EBITDA Q4/2565 เติบโต 3.5% y-on-y เป็น 2,582 ล้านบาท** แม้ต้นทุนก๊าซธรรมชาติจะสูงขึ้น แต่การปรับขึ้นค่า Ft และปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นช่วยชดเชยได้บางส่วน
* **กำไรสุทธิจากการดำเนินงานส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ Q4/2565 ลดลง 20.3% y-on-y เป็น 169 ล้านบาท** เนื่องจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อลูกค้า IU มากกว่าการปรับขึ้นค่า Ft
* **ขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ Q4/2565 อยู่ที่ 545 ล้านบาท** โดยมีรายการขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ 1,122 ล้านบาท และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง 523 ล้านบาท
* **ต้นทุนก๊าซธรรมชาติ Q4/2565 เพิ่มขึ้น 43.6% y-on-y เป็น 481 บาทต่อล้าน BTU** ขณะที่ราคาขายไฟฟ้าให้ กฟผ. เพิ่มขึ้น 32.6% และให้ลูกค้า IU ในไทยเพิ่มขึ้น 35.4%
* **เดินหน้าขยายกำลังการผลิต** ประกาศลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานลมในเกาหลีใต้กว่า 1 GW และเข้าถือหุ้นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่น 20 MW
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปี 2565 BGRIM มีรายได้รวม 62,395 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.8% y-on-y โดยมีปัจจัยหนุนจากราคาขายไฟฟ้าที่สูงขึ้นตามราคาก๊าซธรรมชาติและค่า Ft ที่ปรับขึ้น รวมถึงการฟื้นตัวของปริมาณขายให้ลูกค้า IU ในเวียดนาม และการเริ่มดำเนินการของโรงไฟฟ้าพลังงานลมในไทย อย่างไรก็ตาม EBITDA สำหรับปี 2565 ลดลง 20.9% y-on-y อยู่ที่ 9,796 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นสูงกว่าการปรับขึ้นค่า Ft ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิจากการดำเนินงานส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ลดลงถึง 84.6% y-on-y อยู่ที่ 375 ล้านบาท และรายงานขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 1,244 ล้านบาท
ในไตรมาส 4 ปี 2565 รายได้รวมเพิ่มขึ้น 12.3% y-on-y เป็น 14,579 ล้านบาท EBITDA เติบโต 3.5% y-on-y เป็น 2,582 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิจากการดำเนินงานส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ลดลง 20.3% y-on-y เป็น 169 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 545 ล้านบาท
## โอกาส
* **การขยายธุรกิจสู่พลังงานหมุนเวียนและโซลูชันอุตสาหกรรม:** บริษัทประกาศยุทธศาสตร์ GreenLeap-Global and Green เพื่อมุ่งสู่การเป็นผู้ผลิตพลังงานชั้นนำระดับโลก และบรรลุเป้าหมาย Net-Zero Carbon Emissions ภายในปี 2593 โดยมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 4,700 MW ในปี 2567 และ 10,000 MW ในปี 2573
* **การลงทุนในโครงการใหม่:** มีการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในเกาหลีใต้กว่า 1 GW และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่น 20 MW รวมถึงความร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อพัฒนาโครงการพลังงานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
* **การเปิดดำเนินการโรงไฟฟ้าทดแทน:** โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมทดแทนโรงไฟฟ้าเดิม (SPP Replacement) 4 โครงการ กำลังผลิตรวม 560 MW ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 และมีแผนเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์อีก 438 MW ในปี 2566
* **การเพิ่มลูกค้าอุตสาหกรรม (IU):** ตั้งเป้าเพิ่มลูกค้า IU ใหม่ด้วยสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 50-60 เมกะวัตต์ในปี 2566
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติ:** แม้คาดการณ์ว่าราคาจะลดลงในปี 2566 แต่ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้า
* **ความล่าช้าในการปรับขึ้นค่า Ft:** หากการปรับขึ้นค่า Ft ไม่สอดคล้องกับต้นทุนเชื้อเพลิงที่แท้จริง จะส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของบริษัท
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐส่งผลให้เกิดขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง
* **การด้อยค่าของสินทรัพย์:** การรับรู้ขาดทุนจากการด้อยค่าของโรงไฟฟ้าและอุปกรณ์ที่ต้องมีการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ทดแทน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาก๊าซธรรมชาติในปี 2566 และผลกระทบต่อต้นทุน
* การปรับขึ้นค่า Ft และความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภค
* ความคืบหน้าของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนใหม่ๆ ทั้งในและต่างประเทศ
* การขยายฐานลูกค้าอุตสาหกรรม (IU) และปริมาณการขายไฟฟ้า
* ผลกระทบจากรายการขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์และอัตราแลกเปลี่ยน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **ราคาขายไฟฟ้า:** ราคาขายไฟฟ้าให้ กฟผ. เพิ่มขึ้น 32.6% y-on-y ใน Q4/2565 เป็น 4.80 บาท/kWh และให้ลูกค้า IU ในไทยเพิ่มขึ้น 35.4% y-on-y เป็น 4.44 บาท/kWh โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของราคาก๊าซธรรมชาติและค่า Ft
* **ปริมาณขายไฟฟ้า:** ปริมาณขายไฟฟ้าให้ กฟผ. ลดลง 18.6% y-on-y ใน Q4/2565 เป็น 1,985 GWh เนื่องจากสัญญา PPA ลดลงตามโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมใหม่ ส่วนปริมาณขายให้ลูกค้า IU ในไทยลดลง 2.6% y-on-y เป็น 803 GWh จากลูกค้าบางกลุ่มมีการย้ายฐานการผลิต แต่คาดว่าจะมีลูกค้ารายใหม่เพิ่ม 50-60 MW ในปี 2566
* **ต้นทุนก๊าซธรรมชาติ:** ต้นทุนก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยใน Q4/2565 อยู่ที่ 481 บาท/ล้าน BTU เพิ่มขึ้น 43.6% y-on-y ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรอย่างมีนัยสำคัญ
* **การลงทุนในอนาคต:** บริษัทเดินหน้าขยายการลงทุนในพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าพลังงานลมในเกาหลีใต้ และพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่น รวมถึงการพัฒนาโซลูชันสำหรับอุตสาหกรรม
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2565 สินทรัพย์รวมของ BGRIM เพิ่มขึ้น 14.4% y-on-y เป็น 170,651 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการลงทุนในโครงการใหม่และเงินสดจากการออกหุ้นกู้ หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 20.9% y-on-y เป็น 114,453 ล้านบาท จากการกู้ยืมระยะยาวเพื่อพัฒนาโครงการและการออกหุ้นกู้ ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 3.3% y-on-y เป็น 42,168 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 1.98 เท่า
## สรุปท้าย
BGRIM เผชิญความท้าทายจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมากในไตรมาส 4 ปี 2565 ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรจากการดำเนินงาน แม้รายได้รวมจะเติบโตจากการปรับขึ้นราคาขายไฟฟ้า แต่การขาดทุนสุทธิจากการด้อยค่าสินทรัพย์และอัตราแลกเปลี่ยนก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการโดยรวมติดลบ อย่างไรก็ตาม บริษัทมีแนวโน้มเชิงบวกจากการคาดการณ์ราคาก๊าซธรรมชาติที่ลดลงในปี 2566 และการเดินหน้าขยายการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและโซลูชันอุตสาหกรรม ซึ่งจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BGRIM ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
27,338.42
ล้านบาท
↑ 100.2% YoY
กำไรขั้นต้น
5,376.24
ล้านบาท
↑ 114% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.67
%
กำไรสุทธิ
1,014.71
ล้านบาท
↑ 28.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.71
%
D/E Ratio
2.50
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
27,338
↑ + 100.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
5,376
↑ + 114%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,015
↑ + 28.9%
YoY
D/E Ratio
2.50
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BGRIM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.50
ROE (%)
4.82
ROA (%)
4.72
Book Value/หุ้น
13.32
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BGRIM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+2,983
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-2,853
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BGRIM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
2,983.22
-133.98%
|
-8,779.07
-2.69%
|
-9,021.91
+205.61%
|
-2,952.06
-66.63%
|
-8,846.02
+139.66%
|
-3,691.06
-211.17%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-2,853.36
-144.30%
|
6,441.72
-51.95%
|
13,405.02
+526.35%
|
2,140.17
+1,068.85%
|
183.10
-104.97%
|
-3,685.94
+353.00%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,252.61
-74.53%
|
8,844.45
-153.76%
|
-16,450.94
+21.38%
|
-13,553.64
-406.74%
|
4,418.54
-44.40%
|
7,946.81
+17.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-2,091.08
-132.14%
|
6,507.10
-153.92%
|
-12,067.82
-15.99%
|
-14,365.52
+238.46%
|
-4,244.37
-844.87%
|
569.81
-93.86%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
18,784.93
-33.95%
|
28,439.30
-1.62%
|
28,906.57
+12.45%
|
25,706.53
+34.52%
|
19,110.32
-9.69%
|
21,161.17
+68.48%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|