บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
18.70
0.10 (0.53%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7313 out_tok=3010 at=2026-07-25T09:58:37 -->
# BGRIM Q3/2566 กำไรสุทธิโตแรง 33% รับแรงหนุนรายได้คอนโดฯ ฟื้น
## รายได้คอนโดฯ พุ่งดันกำไร Q3/66 โต 33% ขณะที่ภาพรวม 9 เดือนยังขาดทุน เหตุต้นทุนบ้านเดี่ยว-ทาวน์โฮมสูง
บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 14.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.05% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ภาพรวม 9 เดือนจะยังคงขาดทุนสุทธิ 33.66 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของผลประกอบการมาจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียมที่ฟื้นตัว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ BGRIM ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การฟื้นตัวของรายได้จากโครงการคอนโดมิเนียม** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตถึง 33.05% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม ภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทยังคงประสบภาวะขาดทุนสุทธิ 33.66 ล้านบาท ซึ่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**การฟื้นตัวของรายได้จากโครงการคอนโดมิเนียม:** ในไตรมาส 3/2566 รายได้จากโครงการคอนโดมิเนียมอยู่ที่ 349.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.45% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการโอนกรรมสิทธิ์ที่เพิ่มขึ้นในโครงการชีวาทัย ฮอลล์มาร์ค ลาดพร้าว - โชคชัย 4 เฟส 2 ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาด
**แรงกดดันต่อรายได้โครงการแนวราบและต้นทุน:** แม้ว่ารายได้จากโครงการบ้านเดี่ยวจะเติบโตได้ดีจากโครงการชีวารมย์ นครอินทร์ และชีวาวัลย์ ปิ่นเกล้า-สาธร แต่รายได้รวมจากโครงการแนวราบกลับลดลง 27.47% เนื่องจากไม่มีโครงการเปิดตัวใหม่ ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น และหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของลูกค้า นอกจากนี้ ต้นทุนการพัฒนาโครงการที่สูงขึ้น ทั้งจากราคาที่ดิน ค่าแรงขั้นต่ำที่ปรับเพิ่มขึ้น และต้นทุนวัสดุ ยังเป็นปัจจัยกดดันต่ออัตรากำไร
**การเติบโตของธุรกิจบ้านมือสอง:** บริษัทได้เริ่มขยายธุรกิจบ้านมือสองตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2565 และได้รับการตอบรับที่ดี มีรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้น 71.79% ในงวด 9 เดือน และ 100% ในไตรมาส 3/2566 ซึ่งเป็นสัญญาณบวกในการกระจายรูปแบบธุรกิจ
**การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** ฝ่ายจัดการยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพ รวมถึงการนำหลักการ ESG มาปรับใช้ ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง (สำหรับรายได้คอนโดฯ และบ้านมือสอง):** การฟื้นตัวของรายได้จากโครงการคอนโดมิเนียมมีแนวโน้มที่จะต่อเนื่อง หากการตลาดและการขายยังคงได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า ในขณะที่ธุรกิจบ้านมือสองซึ่งเพิ่งเริ่มต้นก็มีแนวโน้มเติบโตได้ดีเช่นกัน
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม (สำหรับภาพรวม):** ผลประกอบการโดยรวมยังคงเผชิญความท้าทายจากต้นทุนการพัฒนาโครงการที่สูงขึ้นและกำลังซื้อที่อ่อนแอ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานในระยะสั้นถึงกลาง การเปิดตัวโครงการใหม่และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการให้กลับมาเติบโตอย่างยั่งยืน
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2566 เติบโต 33.05%** อยู่ที่ 14.02 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของรายได้โครงการคอนโดมิเนียม
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ Q3/2566 เพิ่มขึ้น 9.19%** อยู่ที่ 519.63 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากโครงการคอนโดมิเนียม
* **รายได้โครงการคอนโดมิเนียม Q3/2566 เพิ่มขึ้น 15.45%** จากโครงการชีวาทัย ฮอลล์มาร์ค ลาดพร้าว - โชคชัย 4 เฟส 2
* **รายได้โครงการแนวราบ Q3/2566 ลดลง 27.47%** เนื่องจากไม่มีโครงการเปิดตัวใหม่และกำลังซื้อที่อ่อนแอ
* **ธุรกิจบ้านมือสองเติบโตโดดเด่น** มีรายได้เพิ่มขึ้น 100% ใน Q3/2566
* **ภาพรวม 9 เดือนแรกปี 2566 ขาดทุนสุทธิ 33.66 ล้านบาท** ลดลง 88.78% จากปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM มีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์รวม 519.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากโครงการคอนโดมิเนียมที่เพิ่มขึ้น 15.45% จากโครงการชีวาทัย ฮอลล์มาร์ค ลาดพร้าว - โชคชัย 4 เฟส 2 อย่างไรก็ตาม รายได้จากโครงการแนวราบโดยรวมลดลง 27.47% เนื่องจากไม่มีโครงการเปิดตัวใหม่และกำลังซื้อที่อ่อนแอ ในขณะที่ธุรกิจบ้านมือสองมีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 100% ในไตรมาสนี้ ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 14.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.05% เมื่อเทียบกับปีก่อน
สำหรับผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์รวม 1,263.68 ล้านบาท ลดลง 23.63% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีขาดทุนสุทธิ 33.66 ล้านบาท ซึ่งลดลงอย่างมากถึง 88.78% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของตลาดคอนโดมิเนียม:** โครงการคอนโดมิเนียมที่ได้รับการตอบรับที่ดีมีแนวโน้มที่จะสร้างรายได้และกำไรอย่างต่อเนื่อง
* **การขยายธุรกิจบ้านมือสอง:** เป็นโอกาสในการเพิ่มช่องทางการสร้างรายได้และกระจายความเสี่ยงของธุรกิจ
* **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** การมุ่งเน้นประสิทธิภาพในการดำเนินงานและการนำหลักการ ESG มาใช้ จะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
* **นโยบายภาครัฐ:** มาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์จากภาครัฐ เช่น การลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง อาจช่วยหนุนกำลังซื้อในตลาด
## ความเสี่ยง
* **กำลังซื้อที่อ่อนแอ:** อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของลูกค้า โดยเฉพาะในกลุ่มระดับกลางและล่าง
* **ต้นทุนการพัฒนาโครงการที่สูงขึ้น:** ราคาที่ดิน ค่าแรงขั้นต่ำ และต้นทุนวัสดุที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการพัฒนาโครงการ และอาจต้องปรับขึ้นราคาขาย ซึ่งกระทบต่อความสามารถในการแข่งขัน
* **การแข่งขันในตลาด:** ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ประกอบการรายเดิมและรายใหม่
* **ความล่าช้าในการโอนกรรมสิทธิ์:** ปัจจัยภายนอก เช่น การอนุมัติสินเชื่อของลูกค้า อาจส่งผลให้การโอนกรรมสิทธิ์ล่าช้ากว่าแผน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มยอดขายและยอดโอนกรรมสิทธิ์โครงการคอนโดมิเนียม:** โดยเฉพาะโครงการที่กำลังจะแล้วเสร็จและโครงการใหม่
* **การเปิดตัวโครงการใหม่:** ความคืบหน้าและแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ในปี 2567 เพื่อทดแทนรายได้จากโครงการเดิม
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนการพัฒนาโครงการและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
* **ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ย:** การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ กนง. และผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัทและกำลังซื้อของลูกค้า
* **การตอบรับของธุรกิจบ้านมือสอง:** ศักยภาพในการเติบโตและขยายตลาดของธุรกิจบ้านมือสอง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
ในฐานะบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ BGRIM ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัว โดยเฉพาะการพลิกฟื้นรายได้จากโครงการคอนโดมิเนียม ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี อย่างไรก็ตาม การพึ่งพารายได้จากโครงการคอนโดมิเนียมเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอต่อการชดเชยรายได้ที่ลดลงจากโครงการแนวราบ
ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาคือ **ต้นทุนการพัฒนาโครงการ** ที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้น ฝ่ายจัดการได้ระบุถึงการปรับราคาประเมินที่ดินใหม่ การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ และต้นทุนวัสดุที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นความท้าทายที่ผู้ประกอบการทุกรายต้องเผชิญ การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ การเลือกทำเลที่เหมาะสม และการพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดในราคาที่แข่งขันได้ จะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาอัตรากำไร
นอกจากนี้ การขยายธุรกิจไปสู่ **บ้านมือสอง** ถือเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจในการเพิ่มแหล่งรายได้และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด การตอบรับที่ดีในช่วงเริ่มต้นบ่งชี้ถึงศักยภาพของตลาดนี้
ในส่วนของ **กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม** แม้เอกสารจะไม่ได้ลงรายละเอียดมากนัก แต่การที่บริษัทให้ความสำคัญกับหลักการ ESG และโครงการ CHEWA Goes Green แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ซึ่งอาจส่งผลดีต่อภาพลักษณ์และต้นทุนในระยะยาว
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 6,172.56 ล้านบาท ลดลง 2.22% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด เนื่องจากการจ่ายชำระค่าที่ดินเพื่อรองรับการขยายโครงการใหม่และการจ่ายคืนเงินกู้ยืมสถาบันการเงิน
หนี้สินรวมอยู่ที่ 4,219.40 ล้านบาท ลดลง 2.36% จากสิ้นปี 2565 เนื่องจากการคืนเงินกู้ยืมระยะยาวและชำระคืนหุ้นกู้ที่ครบกำหนด อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ที่ 2.16 เท่า ซึ่งยังคงเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด
ส่วนของผู้ถือหุ้นมีจำนวน 1,953.15 ล้านบาท ลดลง 1.89% จากสิ้นปี 2565 เนื่องจากการขาดทุนสุทธิในไตรมาส 3/2566
โดยรวมแล้ว ฐานะการเงินของบริษัทยังคงแข็งแกร่ง แต่การบริหารจัดการกระแสเงินสดและการลดต้นทุนทางการเงินจะเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไร
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ BGRIM ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือการฟื้นตัวของรายได้จากโครงการคอนโดมิเนียม ซึ่งช่วยหนุนกำไรสุทธิให้เติบโต 33.05% อย่างไรก็ตาม ภาพรวม 9 เดือนแรกยังคงเผชิญภาวะขาดทุนสุทธิจากแรงกดดันด้านต้นทุนการพัฒนาโครงการที่สูงขึ้นและกำลังซื้อที่อ่อนแอ แม้ว่าบริษัทจะมีความพยายามในการขยายธุรกิจบ้านมือสองและบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ความเสี่ยงจากสภาวะเศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ยที่สูงยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การเปิดตัวโครงการใหม่และการรักษาอัตรากำไรจะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BGRIM ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
27,338.42
ล้านบาท
↑ 100.2% YoY
กำไรขั้นต้น
5,376.24
ล้านบาท
↑ 114% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.67
%
กำไรสุทธิ
1,014.71
ล้านบาท
↑ 28.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.71
%
D/E Ratio
2.50
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
27,338
↑ + 100.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
5,376
↑ + 114%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,015
↑ + 28.9%
YoY
D/E Ratio
2.50
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BGRIM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.50
ROE (%)
4.82
ROA (%)
4.72
Book Value/หุ้น
13.32
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BGRIM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+2,983
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-2,853
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BGRIM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
2,983.22
-133.98%
|
-8,779.07
-2.69%
|
-9,021.91
+205.61%
|
-2,952.06
-66.63%
|
-8,846.02
+139.66%
|
-3,691.06
-211.17%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-2,853.36
-144.30%
|
6,441.72
-51.95%
|
13,405.02
+526.35%
|
2,140.17
+1,068.85%
|
183.10
-104.97%
|
-3,685.94
+353.00%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,252.61
-74.53%
|
8,844.45
-153.76%
|
-16,450.94
+21.38%
|
-13,553.64
-406.74%
|
4,418.54
-44.40%
|
7,946.81
+17.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-2,091.08
-132.14%
|
6,507.10
-153.92%
|
-12,067.82
-15.99%
|
-14,365.52
+238.46%
|
-4,244.37
-844.87%
|
569.81
-93.86%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
18,784.93
-33.95%
|
28,439.30
-1.62%
|
28,906.57
+12.45%
|
25,706.53
+34.52%
|
19,110.32
-9.69%
|
21,161.17
+68.48%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|