บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
18.70
0.10 (0.53%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=17821 out_tok=3157 at=2026-07-25T11:44:01 -->
# BGRIM Q2/2565 กำไรสุทธิจากการดำเนินงานฟื้นตัวแรง หลังต้นทุนก๊าซธรรมชาติเริ่มทรงตัว ขณะที่ค่า Ft ปรับขึ้นต่อเนื่อง
## รายได้รวมเติบโต 27.9% รับแรงหนุนจากราคาขายไฟฟ้าที่สูงขึ้น ขณะที่กำไรสุทธิจากการดำเนินงานกลับมาเป็นบวกจากผลกระทบต้นทุนเชื้อเพลิงที่ลดลงเล็กน้อยในไตรมาส
บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 14,676 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการปรับขึ้นของราคาขายไฟฟ้าต่อหน่วยให้กับ กฟผ. และลูกค้าอุตสาหกรรมในประเทศ จากกลไกการส่งผ่านต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิจากการดำเนินงานส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่พลิกกลับมาเป็นบวกที่ 147 ล้านบาท จากขาดทุน 181 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิงที่เริ่มทรงตัวและผลบวกจากการปรับขึ้นค่า Ft ที่ทยอยปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
## Hero: หัวใจกำไร — การฟื้นตัวของกำไรสุทธิจากการดำเนินงานจากแรงหนุนของราคาขายไฟฟ้าที่สูงขึ้นและการบริหารต้นทุนเชื้อเพลิง
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรของ BGRIM ในไตรมาส 2 ปี 2565 มีการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ คือ การปรับตัวเพิ่มขึ้นของ **ราคาขายไฟฟ้าต่อหน่วย** โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับลูกค้า กฟผ. ที่เพิ่มขึ้นถึง 51.9% y-on-y และลูกค้าอุตสาหกรรมในประเทศที่เพิ่มขึ้น 9.9% y-on-y ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการส่งผ่านต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้นตามกลไกสัญญา ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิงที่เริ่มเห็นผล และการทยอยปรับขึ้นค่า Ft ที่ช่วยชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้บางส่วน ทำให้ **กำไรสุทธิจากการดำเนินงานส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่กลับมาเป็นบวกที่ 147 ล้านบาท** เทียบกับขาดทุน 181 ล้านบาทในปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนการฟื้นตัวนี้มาจาก **ราคาขายไฟฟ้าที่สูงขึ้น** ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากราคาก๊าซธรรมชาติที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 76.6% y-on-y ในไตรมาส 2 ปี 2565 โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับโรงไฟฟ้า SPP ที่อ้างอิงราคาก๊าซธรรมชาติเป็นต้นทุนหลัก แม้ว่าต้นทุนก๊าซธรรมชาติจะสูงขึ้น แต่ BGRIM สามารถส่งผ่านต้นทุนดังกล่าวไปยังผู้ซื้อไฟฟ้าได้ตามสัญญา ทำให้รายได้จากการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมาก นอกจากนี้ การปรับขึ้นค่า Ft อย่างต่อเนื่องของ กกพ. ตั้งแต่เดือนมกราคม พฤษภาคม และกันยายน 2565 ช่วยลดผลกระทบจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นต่ออัตรากำไรของกลุ่มลูกค้า IU ได้ดียิ่งขึ้น แม้ว่าปริมาณขายไฟฟ้าให้ กฟผ. จะลดลงเล็กน้อยจากการซ่อมบำรุงตามแผน แต่ราคาขายที่สูงขึ้นก็ชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าจะมีหลายปัจจัยสนับสนุนผลการดำเนินงานในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ได้แก่ การปรับขึ้นของค่า Ft ทุกๆ 4 เดือน, การเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิงภายหลังการเริ่มนำเข้า LNG ตั้งแต่ต้นปี 2566, การเข้าซื้อกิจการอื่นๆ, การเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการโรงไฟฟ้า SPP ใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูง, การขยายฐานลูกค้าอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง และการควบคุมค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ต้องจับตาคือความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติ และความล่าช้าในการปรับขึ้นค่า Ft ที่อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรได้
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 27.9% y-on-y** แตะ 14,676 ล้านบาทใน Q2/2565 จากราคาขายไฟฟ้าที่สูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้กับ กฟผ. และลูกค้าอุตสาหกรรมในประเทศ
* **กำไรสุทธิจากการดำเนินงานส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่พลิกเป็นบวก 147 ล้านบาท** จากขาดทุน 181 ล้านบาทใน Q2/2564 เป็นผลจากการส่งผ่านต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นและค่า Ft ที่ปรับเพิ่มขึ้น
* **ต้นทุนก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยสูงขึ้น 76.6% y-on-y** อยู่ที่ 422 บาทต่อล้าน BTU ใน Q2/2565 แต่มีแนวโน้มลดลง q-on-q เล็กน้อย
* **ค่า Ft ปรับขึ้นต่อเนื่อง** โดยจะอยู่ที่ 0.9343 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง ในช่วง ก.ย.-ธ.ค. 2565 ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูง
* **เงินสดในมือแข็งแกร่ง 36 พันล้านบาท** และอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.8 เท่า ซึ่งยังต่ำกว่าเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด
* **โครงการโรงไฟฟ้า SPP ใหม่ 4 โครงการ** (ABP1R, ABP2R, BGPM1&2R) มีความคืบหน้า 80-92% คาด COD ในครึ่งหลังปี 2565
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2565 BGRIM มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 14,676 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของราคาขายไฟฟ้าต่อหน่วยให้กับ กฟผ. (เพิ่มขึ้น 51.9% y-on-y) และลูกค้าอุตสาหกรรมในประเทศ (เพิ่มขึ้น 9.9% y-on-y) ซึ่งเป็นผลมาจากการส่งผ่านต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม EBITDA ปรับลดลง 28.6% y-on-y อยู่ที่ 2,516 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (เพิ่มขึ้น 76.6% y-on-y) ขณะที่การปรับขึ้นค่า Ft ยังมีความล่าช้าเมื่อเทียบกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิจากการดำเนินงานส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่พลิกกลับมาเป็นบวกที่ 147 ล้านบาท จากขาดทุน 181 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยบวกจากการปรับขึ้นค่า Ft ในเดือนพฤษภาคมและกันยายน 2565
## โอกาส
* **การเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการโรงไฟฟ้า SPP ใหม่:** โครงการโรงไฟฟ้า SPP 4 โครงการ (ABP1R, ABP2R, BGPM1&2R) ที่มีกำลังการผลิตรวม 560 เมกะวัตต์ มีความคืบหน้าการก่อสร้าง 80-92% และคาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ในครึ่งหลังปี 2565 ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตและรายได้ในอนาคต
* **การลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียน:** การเข้าลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในมาเลเซีย 88 เมกะวัตต์ และการสนับสนุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเซกองใน สปป.ลาว สะท้อนถึงการขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง
* **การนำเข้า LNG:** การเตรียมนำเข้า LNG ตั้งแต่ต้นปี 2566 จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิง โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มลูกค้า IU
* **การขยายฐานลูกค้าอุตสาหกรรม:** บริษัทตั้งเป้ามีลูกค้ารายใหม่เชื่อมเข้าระบบตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าอย่างน้อย 55 เมกะวัตต์ในปี 2565 ซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณขายไฟฟ้า
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติ:** ราคาก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนการผลิตไฟฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขายไฟฟ้าทำได้ไม่ทันท่วงที
* **ความล่าช้าในการปรับขึ้นค่า Ft:** แม้ว่าค่า Ft จะมีการปรับขึ้น แต่หากการปรับขึ้นไม่สอดคล้องกับต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของกลุ่มลูกค้า IU
* **ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน:** ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจำนวน 541 ล้านบาทในไตรมาสนี้ ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ แม้ว่าจะไม่ใช่รายการเงินสดก็ตาม
* **การก่อสร้างโครงการ:** ความล่าช้าในการก่อสร้างหรือการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ อาจส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้และกำไรตามแผน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าการ COD ของโครงการ SPP ใหม่:** การเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการโรงไฟฟ้า SPP 4 โครงการในครึ่งหลังปี 2565 จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของรายได้และกำไร
* **ทิศทางราคาก๊าซธรรมชาติและน้ำมัน:** ความผันผวนของราคาพลังงานโลกจะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนเชื้อเพลิงและราคาขายไฟฟ้า
* **การบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิงหลังการนำเข้า LNG:** การเริ่มนำเข้า LNG ตั้งแต่ต้นปี 2566 จะเป็นปัจจัยสำคัญในการบริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
* **การขยายฐานลูกค้าอุตสาหกรรม:** การบรรลุเป้าหมายการเพิ่มลูกค้าใหม่ 55 เมกะวัตต์ในปีนี้ จะเป็นตัวชี้วัดการเติบโตของธุรกิจ
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ จะยังคงส่งผลต่อรายการกำไร (ขาดทุน) จากอัตราแลกเปลี่ยน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **ราคา Commodity (ก๊าซธรรมชาติ):** ราคาเฉลี่ยก๊าซธรรมชาติสำหรับโรงไฟฟ้า SPP ใน Q2/2565 อยู่ที่ 422 บาทต่อล้าน BTU เพิ่มขึ้น 76.6% y-on-y แต่ลดลง 4.6% q-on-q ฝ่ายจัดการคาดการณ์ราคาเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 400-450 บาทต่อล้าน BTU
* **ปริมาณขาย-ผลิต:** ปริมาณไฟฟ้าที่ขายให้ กฟผ. ลดลง 8.7% y-on-y ใน Q2/2565 เนื่องจากแผนซ่อมบำรุง แต่ปริมาณขายให้ลูกค้าอุตสาหกรรมในไทยเพิ่มขึ้น 5.1% y-on-y ใน 6M/2565 จากการเติบโตของลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่
* **ต้นทุนต่อหน่วย:** ต้นทุนก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้น 63.9% y-on-y ใน Q2/2565 แต่การปรับขึ้นราคาขายไฟฟ้าและค่า Ft ช่วยชดเชยผลกระทบได้
* **กำลังการผลิต:** โครงการโรงไฟฟ้า SPP ใหม่ 4 โครงการ กำลังการผลิตรวม 560 เมกะวัตต์ คืบหน้า 80-92% คาด COD ใน 2H/2565
* **กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม:** การปรับขึ้นค่า Ft อย่างต่อเนื่องโดย กกพ. เป็นปัจจัยบวกสำคัญในการบริหารจัดการต้นทุน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2565 สินทรัพย์รวมของ BGRIM อยู่ที่ 168,489 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.9% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลงทุนในโครงการใหม่และการออกหุ้นกู้ ส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 18.4% เป็น 112,006 ล้านบาท เพื่อรองรับการพัฒนาโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและหุ้นกู้ที่ออกใหม่ ทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 6.1% เป็น 43,320 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.8 เท่า ซึ่งยังคงอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ดี บริษัทมีเงินสดในมือจำนวน 36,023 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.2% จากสิ้นปี 2564
## สรุปท้าย
BGRIM ในไตรมาส 2 ปี 2565 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของผลประกอบการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกำไรสุทธิจากการดำเนินงานที่กลับมาเป็นบวก จากแรงหนุนของราคาขายไฟฟ้าที่สูงขึ้นตามต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น และการทยอยปรับขึ้นค่า Ft แม้ว่าต้นทุนก๊าซธรรมชาติจะยังคงอยู่ในระดับสูง แต่การบริหารจัดการต้นทุนและการส่งผ่านราคาไปยังผู้บริโภคทำได้ดีขึ้น โอกาสในการเติบโตยังคงมีอยู่จากการเดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ๆ และการขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียน อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานและผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BGRIM ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
27,338.42
ล้านบาท
↑ 100.2% YoY
กำไรขั้นต้น
5,376.24
ล้านบาท
↑ 114% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.67
%
กำไรสุทธิ
1,014.71
ล้านบาท
↑ 28.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.71
%
D/E Ratio
2.50
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
27,338
↑ + 100.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
5,376
↑ + 114%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,015
↑ + 28.9%
YoY
D/E Ratio
2.50
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BGRIM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.50
ROE (%)
4.82
ROA (%)
4.72
Book Value/หุ้น
13.32
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BGRIM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+2,983
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-2,853
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BGRIM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
2,983.22
-133.98%
|
-8,779.07
-2.69%
|
-9,021.91
+205.61%
|
-2,952.06
-66.63%
|
-8,846.02
+139.66%
|
-3,691.06
-211.17%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-2,853.36
-144.30%
|
6,441.72
-51.95%
|
13,405.02
+526.35%
|
2,140.17
+1,068.85%
|
183.10
-104.97%
|
-3,685.94
+353.00%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,252.61
-74.53%
|
8,844.45
-153.76%
|
-16,450.94
+21.38%
|
-13,553.64
-406.74%
|
4,418.54
-44.40%
|
7,946.81
+17.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-2,091.08
-132.14%
|
6,507.10
-153.92%
|
-12,067.82
-15.99%
|
-14,365.52
+238.46%
|
-4,244.37
-844.87%
|
569.81
-93.86%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
18,784.93
-33.95%
|
28,439.30
-1.62%
|
28,906.57
+12.45%
|
25,706.53
+34.52%
|
19,110.32
-9.69%
|
21,161.17
+68.48%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|