บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
18.70
0.10 (0.53%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=15199 out_tok=2694 at=2026-07-25T12:18:51 -->
# BGRIM Q1/2565 กำไรสุทธิหดตัวแรง 96% จับตาราคาก๊าซพุ่งกระทบต้นทุน
## รายได้โต 41% แต่กำไรสุทธิบริษัทใหญ่ลดลง 96% YoY เหตุต้นทุนก๊าซธรรมชาติพุ่งสูง
บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 14,758 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จะเติบโต แต่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่กลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 96.2% มาอยู่ที่ 23 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรและกำไรสุทธิของ BGRIM ในไตรมาส 1 ปี 2565 ปรับตัวลดลงอย่างมาก คือ **ต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรม (IU) และกระทบต่อกำไรสุทธิจากการดำเนินงานของบริษัทใหญ่ลดลงถึง 94.7% YoY
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ราคาขายไฟฟ้าให้กับ กฟผ. เพิ่มขึ้น 65.8% YoY เนื่องจากกลไกการส่งผ่านต้นทุนเชื้อเพลิงตามราคาก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้น 100.4% เป็น 442 บาทต่อล้าน BTU ในไตรมาส 1/2565 อย่างไรก็ตาม แม้ราคาขายไฟฟ้าให้ลูกค้า IU จะปรับเพิ่มขึ้น 7.1% YoY ตามการปรับขึ้นของค่า Ft แต่การปรับขึ้นดังกล่าวมีความล่าช้าเมื่อเทียบกับต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ส่วนต่างกำไร (Margin) ถูกกดดันอย่างหนัก โดยเฉพาะในธุรกิจกลุ่มลูกค้า IU ซึ่งคิดเป็น 20.4% ของรายได้รวม
นอกจากนี้ กำไรสุทธิยังได้รับผลกระทบจาก **ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง** ซึ่งเกิดจากการอ่อนค่าของสกุลเงินท้องถิ่นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ในส่วนของเงินให้กู้ยืมระยะสั้นแก่กิจการที่เกี่ยวข้องกัน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว แต่ต้องติดตามปัจจัยกดดัน**
ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าผลการดำเนินงานในช่วง 12 เดือนข้างหน้าจะได้รับการสนับสนุนจากหลายปัจจัย เช่น การปรับขึ้นของค่า Ft ทุก 4 เดือน, การนำเข้า LNG ภายใต้สัญญาระยะยาวตั้งแต่ต้นปี 2566, การลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์, การเข้าซื้อกิจการ, การขยายฐานลูกค้า IU และการควบคุมค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการปรับขึ้นค่า Ft อาจไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้อย่างทันท่วงที
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 41.2% YoY** แตะ 14,758 ล้านบาท จากราคาขายไฟฟ้าที่สูงขึ้นและการเติบโตของลูกค้า IU
* **กำไรสุทธิส่วนบริษัทใหญ่ลดลง 96.2% YoY** เหลือเพียง 23 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติพุ่งสูง
* **EBITDA ลดลง 34.1% YoY** เหลือ 2,172 ล้านบาท และ EBITDA margin หดตัวเหลือ 14.7%
* **ราคาก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยพุ่งสูงขึ้น 100.4% YoY** แตะ 442 บาทต่อล้าน BTU
* **การปรับขึ้นค่า Ft มีความล่าช้า** เมื่อเทียบกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนก๊าซธรรมชาติ
* **สถานะทางการเงินยังคงแข็งแกร่ง** ด้วยเงินสดในมือ 26,383 ล้านบาท และ D/E ratio ที่ 1.6 เท่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 BGRIM มีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 14,758 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากราคาขายไฟฟ้าที่ปรับสูงขึ้นทั้งให้กับ กฟผ. (เพิ่มขึ้น 65.8%) และลูกค้าอุตสาหกรรม (IU) ในประเทศ (เพิ่มขึ้น 7.1%) รวมถึงการเติบโตของปริมาณไฟฟ้าที่ขายให้ลูกค้า IU ในประเทศ 7.0% และการเติบโตจากโครงการพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมในไทย รวมถึงโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำในลาว
อย่างไรก็ตาม EBITDA ปรับลดลง 34.1% YoY มาอยู่ที่ 2,172 ล้านบาท และ EBITDA margin ลดลงเหลือ 14.7% สาเหตุหลักมาจากราคาก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้นถึง 100.4% เป็น 442 บาทต่อล้าน BTU ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนอย่างมีนัยสำคัญ
กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ลดลงอย่างมากถึง 96.2% YoY มาอยู่ที่ 23 ล้านบาท โดยกำไรสุทธิจากการดำเนินงานส่วนของบริษัทใหญ่ลดลง 94.7% YoY มาอยู่ที่ 34 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้น และความล่าช้าในการปรับค่า Ft นอกจากนี้ ยังมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงเข้ามาเป็นปัจจัยลบเพิ่มเติม
## โอกาส
* **การปรับขึ้นค่า Ft อย่างต่อเนื่อง:** ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าค่า Ft จะมีการปรับขึ้นทุก 4 เดือน ซึ่งจะช่วยบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้นได้
* **การนำเข้า LNG:** การเริ่มนำเข้า LNG ในต้นปี 2566 จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดหาเชื้อเพลิงและอาจช่วยลดต้นทุนในระยะยาว
* **การเติบโตของลูกค้า IU:** บริษัทมีแผนขยายฐานลูกค้า IU อย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะมีลูกค้ารายใหม่เชื่อมเข้าระบบตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าอย่างน้อย 55 เมกะวัตต์ในปี 2565
* **โครงการลงทุนใหม่:** มีการเดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ เช่น โครงการโรงไฟฟ้า SPP Replacement, โครงการ U-Tapao Hybrid Power Plant และโครงการ BGPAT2 & BGPAT3 ซึ่งจะทยอย COD ในช่วงปี 2565-2566
* **ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์:** การร่วมทุนกับ SCG Cleanergy และ AMATA เพื่อพัฒนาธุรกิจไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และความร่วมมือกับกลุ่มทรูในการพัฒนานวัตกรรมดิจิทัล จะช่วยเสริมศักยภาพการเติบโตในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติ:** เป็นความเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนและอัตรากำไรของบริษัทโดยตรง
* **ความล่าช้าในการปรับค่า Ft:** หากการปรับขึ้นค่า Ft ไม่สามารถชดเชยต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นได้อย่างทันท่วงที จะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** ความผันผวนของค่าเงินอาจส่งผลกระทบต่อผลกำไร โดยเฉพาะรายการที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง
* **ความล่าช้าในการก่อสร้างโครงการ:** โครงการโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างอาจมีความล่าช้ากว่ากำหนดการ COD ซึ่งจะกระทบต่อการรับรู้รายได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ทิศทางราคาก๊าซธรรมชาติ:** การเปลี่ยนแปลงของราคาพลังงานโลกจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อต้นทุนและกำไร
* **การปรับขึ้นค่า Ft:** ความถี่และอัตราการปรับขึ้นค่า Ft จะส่งผลต่อรายได้ของธุรกิจ IU
* **ความคืบหน้าโครงการก่อสร้าง:** การเดินหน้าโครงการใหม่ๆ ให้เป็นไปตามแผน COD เป็นสิ่งสำคัญต่อการเติบโตในอนาคต
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A และต้นทุนการดำเนินงานอื่นๆ
* **การเข้าซื้อกิจการ:** กลยุทธ์การเติบโตผ่าน M&A จะเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มกำลังการผลิต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**ราคาขายไฟฟ้า:** ราคาขายไฟฟ้าให้ กฟผ. เพิ่มขึ้น 65.8% YoY เป็น 4.51 บาท/kWh เนื่องจากราคาก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้น ส่วนราคาขายไฟฟ้าให้ลูกค้า IU ในไทยเพิ่มขึ้น 7.1% YoY เป็น 3.46 บาท/kWh ตามการปรับขึ้นของค่า Ft
**ปริมาณขายไฟฟ้า:** ปริมาณขายไฟฟ้าให้ กฟผ. ลดลง 3.9% YoY เนื่องจากแผนซ่อมบำรุงและ Load Management ในช่วงสัญญาต่ออายุโรงไฟฟ้า ขณะที่ปริมาณขายไฟฟ้าให้ลูกค้า IU ในไทยเติบโต 7.0% YoY จากการเพิ่มขึ้นของความต้องการใช้ไฟฟ้าของลูกค้าเดิมและลูกค้ารายใหม่
**ต้นทุนก๊าซธรรมชาติ:** ต้นทุนก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้น 97.1% YoY เป็น 10,917 ล้านบาท เนื่องจากราคาก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 100.4% YoY
**โครงการลงทุน:** โครงการโรงไฟฟ้า SPP Replacement 5 โครงการ (700 MW) มีความคืบหน้า 70-97% และคาด COD ใน H2/2565, โครงการ BGPAT2 & BGPAT3 (280 MW) มีความคืบหน้า 23-33% และคาด COD ในปี 2566, โครงการ U-Tapao เฟสแรก (65% progress) คาด COD ในปี 2565
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2565 BGRIM มีสินทรัพย์รวม 152,398 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.1% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลงทุนในโครงการต่างๆ หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 1.4% เป็น 95,918 ล้านบาท เพื่อรองรับการก่อสร้างโครงการ ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 4.0% เป็น 42,465 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.6 เท่า ซึ่งยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งเมื่อเทียบกับข้อกำหนดของสถาบันการเงิน
เงินสดในมือ ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 26,383 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากสิ้นปี 2564
## สรุปท้าย
BGRIM เผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนอย่างหนักในไตรมาส 1 ปี 2565 จากราคาก๊าซธรรมชาติที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้รายได้จะเติบโตจากการปรับขึ้นของราคาขายไฟฟ้า แต่ก็ไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทันเวลา ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนบริษัทใหญ่ลดลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม บริษัทมีแผนการดำเนินงานที่ชัดเจนเพื่อบรรเทาผลกระทบในระยะยาว ทั้งการปรับขึ้นค่า Ft, การนำเข้า LNG, การควบคุมค่าใช้จ่าย และการเดินหน้าโครงการลงทุนใหม่ๆ ซึ่งต้องติดตามความคืบหน้าและผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงานต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BGRIM ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
27,338.42
ล้านบาท
↑ 100.2% YoY
กำไรขั้นต้น
5,376.24
ล้านบาท
↑ 114% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.67
%
กำไรสุทธิ
1,014.71
ล้านบาท
↑ 28.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.71
%
D/E Ratio
2.50
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
27,338
↑ + 100.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
5,376
↑ + 114%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,015
↑ + 28.9%
YoY
D/E Ratio
2.50
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BGRIM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.50
ROE (%)
4.82
ROA (%)
4.72
Book Value/หุ้น
13.32
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BGRIM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+2,983
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-2,853
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BGRIM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
2,983.22
-133.98%
|
-8,779.07
-2.69%
|
-9,021.91
+205.61%
|
-2,952.06
-66.63%
|
-8,846.02
+139.66%
|
-3,691.06
-211.17%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-2,853.36
-144.30%
|
6,441.72
-51.95%
|
13,405.02
+526.35%
|
2,140.17
+1,068.85%
|
183.10
-104.97%
|
-3,685.94
+353.00%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,252.61
-74.53%
|
8,844.45
-153.76%
|
-16,450.94
+21.38%
|
-13,553.64
-406.74%
|
4,418.54
-44.40%
|
7,946.81
+17.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-2,091.08
-132.14%
|
6,507.10
-153.92%
|
-12,067.82
-15.99%
|
-14,365.52
+238.46%
|
-4,244.37
-844.87%
|
569.81
-93.86%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
18,784.93
-33.95%
|
28,439.30
-1.62%
|
28,906.57
+12.45%
|
25,706.53
+34.52%
|
19,110.32
-9.69%
|
21,161.17
+68.48%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|