บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
18.70
0.10 (0.53%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=18777 out_tok=3225 at=2026-07-25T12:28:17 -->
# BGRIM กำไรสุทธิจากการดำเนินงาน 9 เดือนแรกปี 64 โต 6% รับแรงหนุนลูกค้าอุตสาหกรรม แต่ Q3 กำไรหด 23% จากต้นทุนก๊าซพุ่ง
## รายได้-กำไร Q3/64 ได้รับแรงกดดันจากราคาก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้น ขณะที่ 9 เดือนแรกโตต่อเนื่องจากปริมาณขายลูกค้าอุตสาหกรรมและการควบคุมค่าใช้จ่าย
บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 571 ล้านบาท ลดลง 23.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าปริมาณไฟฟ้าขายให้ลูกค้าอุตสาหกรรมในประเทศจะเติบโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ได้รับผลกระทบจากราคาก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้นและการซ่อมบำรุงตามแผน อย่างไรก็ตาม สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2564 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 2,228 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.0% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากการเติบโตของปริมาณขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรม การควบคุมค่าใช้จ่าย และการขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลต่อผลประกอบการของ BGRIM ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **แรงกดดันจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้น** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิจากการดำเนินงานส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นลดลง 23.4% y-on-y อยู่ที่ 571 ล้านบาท แม้ว่าปริมาณไฟฟ้าขายให้ลูกค้าอุตสาหกรรมในประเทศจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 17.1% และทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 844 กิกะวัตต์-ชั่วโมง แต่ปัจจัยด้านต้นทุนได้หักล้างผลบวกดังกล่าวไป
สำหรับภาพรวม 9 เดือนแรกปี 2564 หัวใจสำคัญคือ **การเติบโตของปริมาณขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรมในประเทศ ควบคู่กับการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A)** ที่ลดลง 16.9% y-on-y ซึ่งช่วยหนุนให้กำไรสุทธิจากการดำเนินงานส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นเติบโต 6.0% y-on-y สู่ 2,228 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**สำหรับไตรมาส 3 ปี 2564:**
* **ราคาก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้น:** ราคาเฉลี่ยก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้น 14.0% y-on-y สู่ 268 บาทต่อล้าน BTU ซึ่งเป็นต้นทุนหลักในการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า SPP ทำให้ต้นทุนขายเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **การซ่อมบำรุงตามแผน:** มีการซ่อมบำรุงตามแผนของโรงไฟฟ้า SPP จำนวน 3 โครงการ ซึ่งส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตและขายไฟฟ้าในช่วงเวลาดังกล่าว
* **ผลกระทบจากโควิด-19 ในเวียดนาม:** ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ลดลงในประเทศเวียดนามจากการล็อคดาวน์ชั่วคราว ส่งผลให้ปริมาณไฟฟ้าขายให้ลูกค้าอุตสาหกรรมในเวียดนามลดลง 10.1% y-on-y
**สำหรับ 9 เดือนแรกปี 2564:**
* **ปริมาณขายไฟฟ้าลูกค้าอุตสาหกรรมเติบโต:** การเติบโต 21.0% y-on-y มาจากการขยายฐานลูกค้าใหม่ 33.5 เมกะวัตต์ และความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก
* **การควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A:** การลดลง 16.9% y-on-y เป็นผลมาจากการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
* **การขยายกำลังการผลิตต่อเนื่อง:** การเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ๆ ในช่วงปลายปี 2563 และเดือนสิงหาคม 2564 ช่วยเพิ่มกำลังการผลิตและรายได้ในระยะยาว
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในบางส่วน แต่ต้องจับตาปัจจัยต้นทุน:**
* **การเติบโตของลูกค้าอุตสาหกรรม:** แนวโน้มการขยายฐานลูกค้า IU ในประเทศยังคงมีต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะมีลูกค้าใหม่เข้ามาอีก 43 เมกะวัตต์ในปี 2564 และมากกว่า 25 เมกะวัตต์ในครึ่งแรกปี 2565 ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่คาดว่าจะต่อเนื่อง
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** บริษัทฯ มีกลยุทธ์ในการรับมือกับราคาก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้น เช่น การเข้าซื้อโครงการเพิ่มเติม การควบคุมค่าใช้จ่าย (ตั้งเป้าลด 100 ล้านบาทในปีหน้า) และแผนการใช้ LNG ในอนาคต รวมถึงโครงการโรงไฟฟ้าทดแทน 5 โครงการที่จะช่วยประหยัดการใช้ก๊าซลง 15% ซึ่งคาดว่าจะช่วยบรรเทาแรงกดดันด้านต้นทุนในระยะยาว
* **การขยายสู่พลังงานทดแทน:** การลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในโปแลนด์ และการเข้าลงทุนใน reNIKOLA ที่มาเลเซีย รวมถึงโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในเวียดนาม จะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตในอนาคต แต่ผลกระทบต่อกำไรในระยะสั้นอาจยังไม่มากนัก
โดยรวมแล้ว ปัจจัยด้านการเติบโตของรายได้จากลูกค้าอุตสาหกรรมมีแนวโน้มต่อเนื่อง แต่ผลประกอบการจะได้รับอิทธิพลอย่างมากจากความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิจากการดำเนินงาน 9M’64 เพิ่มขึ้น 6.0% y-on-y เป็น 2,228 ล้านบาท** จากปริมาณไฟฟ้าขายลูกค้าอุตสาหกรรมที่เติบโต 21.0% และการควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A ที่ลดลง 16.9%
* **กำไรสุทธิจากการดำเนินงาน Q3’64 ลดลง 23.4% y-on-y เป็น 571 ล้านบาท** สาเหตุหลักจากราคาก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้น 14.0% และการซ่อมบำรุงตามแผนของโรงไฟฟ้า SPP 3 โครงการ
* **รายได้จากการขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรมในประเทศ Q3’64 เติบโต 16.8% y-on-y เป็น 2,762 ล้านบาท** ปริมาณขายไฟฟ้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 844 กิกะวัตต์-ชั่วโมง
* **ขยายการลงทุนในพลังงานทดแทน:** เข้าลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในโปแลนด์ และการเข้าลงทุนใน reNIKOLA ที่มาเลเซีย
* **ความคืบหน้าโครงการก่อสร้าง:** โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม 5 โครงการเพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าเดิมมีความคืบหน้าเฉลี่ย 61% และคาดว่าจะ COD ในครึ่งหลังปี 2565
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 33,642 ล้านบาท ทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (ลดลง 0.0%) โดยมี EBITDA อยู่ที่ 9,896 ล้านบาท ทรงตัวเช่นกัน (เพิ่มขึ้น 0.0%) อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิจากการดำเนินงานส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 6.0% y-on-y เป็น 2,228 ล้านบาท
ในส่วนของไตรมาส 3 ปี 2564 รายได้จากการขายและการให้บริการเพิ่มขึ้น 4.7% y-on-y เป็น 11,714 ล้านบาท จากปริมาณไฟฟ้าขายลูกค้าอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น แต่ EBITDA ลดลง 9.3% y-on-y เป็น 3,079 ล้านบาท และกำไรสุทธิจากการดำเนินงานส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นลดลง 23.4% y-on-y เป็น 571 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของลูกค้าอุตสาหกรรม:** ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก และการขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง
* **การขยายกำลังการผลิต:** โครงการโรงไฟฟ้าใหม่ๆ ที่ทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ ทั้งในไทยและต่างประเทศ
* **การลงทุนในพลังงานทดแทน:** การขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียนในยุโรปตะวันออก (โปแลนด์) และมาเลเซีย เพื่อกระจายความเสี่ยงและตอบรับเทรนด์ ESG
* **การบริหารจัดการต้นทุนก๊าซธรรมชาติ:** แผนการใช้ LNG และโครงการโรงไฟฟ้าทดแทนที่จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและลดต้นทุนในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติ:** เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้าและอัตรากำไร
* **ความล่าช้าของโครงการก่อสร้าง:** ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ๆ
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านพลังงาน หรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน
* **ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน:** การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินอาจส่งผลกระทบต่อกำไรและขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาก๊าซธรรมชาติ:** ติดตามการเคลื่อนไหวของราคาพลังงาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อต้นทุน
* **ความคืบหน้าโครงการโรงไฟฟ้าทดแทน:** การเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในครึ่งหลังปี 2565 จะช่วยลดต้นทุนการใช้ก๊าซได้
* **การขยายฐานลูกค้าอุตสาหกรรม:** การบรรลุเป้าหมายการเพิ่มลูกค้าใหม่ตามที่คาดการณ์ไว้
* **การดำเนินงานโครงการพลังงานทดแทนในต่างประเทศ:** ผลการดำเนินงานและการขยายการลงทุนในโปแลนด์และมาเลเซีย
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A ให้เป็นไปตามเป้าหมาย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**ราคา Commodity/ASP:** ราคาขายไฟฟ้าให้กฟผ. เพิ่มขึ้น 8.9% y-on-y ใน Q3’64 เป็น 3.07 บาท/kWh จากค่าพลังงานที่อ้างอิงราคาก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้น ขณะที่ราคาขายให้ลูกค้าอุตสาหกรรมในไทยทรงตัว y-on-y ที่ 3.27 บาท/kWh เนื่องจากค่า Ft ที่ลดลง
**ปริมาณขาย-ผลิต:** ปริมาณขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรมในไทยเติบโตโดดเด่น 17.1% y-on-y ใน Q3’64 แตะระดับสูงสุดใหม่ที่ 844 GWh จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นและการมีลูกค้าใหม่ แต่ปริมาณขายให้ลูกค้าอุตสาหกรรมในเวียดนามลดลง 10.1% y-on-y จากผลกระทบของ COVID-19
**ต้นทุนต่อหน่วย:** ต้นทุนก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้น 15.9% y-on-y ใน Q3’64 เป็น 7,096 ล้านบาท จากราคาที่สูงขึ้น 14.0% y-on-y
**กำลังการผลิต:** มีการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมบ่อทองวินด์ฟาร์ม 1&2 ขนาด 16 MW ในเดือนสิงหาคม 2564
**โครงการลงทุน:** อยู่ระหว่างการเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัท อีสเทิร์น โคเจนเนอเรชั่น จำกัด เพื่อได้สิทธิในโรงไฟฟ้า SPP อีก 2 โครงการ และขยายสู่ 2 นิคมอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังเข้าลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม 14 MW ในโปแลนด์ และเข้าลงทุนใน reNIKOLA ที่มาเลเซีย
**กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม:** ได้รับการคัดเลือกเข้าสู่รายชื่อหุ้นยั่งยืน (THSI) ติดต่อกันเป็นปีที่ 4 และได้รับคะแนน CGR ระดับ "ดีเลิศ" (5 ดาว)
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 9.0% จากสิ้นปี 2563 เป็น 142,512 ล้านบาท โดยมีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 13.4% เป็น 87,707 ล้านบาท เพื่อรองรับการลงทุนในโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 2.3% เป็น 40,217 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นทรงตัวที่ 1.5 เท่า
## สรุปท้าย
BGRIM เผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนในไตรมาส 3 ปี 2564 จากราคาก๊าซธรรมชาติที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิจากการดำเนินงานลดลง แม้ว่าปริมาณขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรมในประเทศจะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม สำหรับภาพรวม 9 เดือนแรก บริษัทยังคงเติบโตได้จากปัจจัยหนุนด้านปริมาณขายและการควบคุมค่าใช้จ่าย ขณะที่การขยายการลงทุนในพลังงานทดแทนและการบริหารจัดการต้นทุนในระยะยาวเป็นโอกาสสำคัญที่ต้องติดตาม เพื่อประเมินความสามารถในการสร้างผลกำไรที่ต่อเนื่องในอนาคต ท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงานและปัจจัยภายนอกอื่นๆ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BGRIM ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
27,338.42
ล้านบาท
↑ 100.2% YoY
กำไรขั้นต้น
5,376.24
ล้านบาท
↑ 114% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.67
%
กำไรสุทธิ
1,014.71
ล้านบาท
↑ 28.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.71
%
D/E Ratio
2.50
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
27,338
↑ + 100.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
5,376
↑ + 114%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,015
↑ + 28.9%
YoY
D/E Ratio
2.50
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BGRIM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.50
ROE (%)
4.82
ROA (%)
4.72
Book Value/หุ้น
13.32
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BGRIM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+2,983
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-2,853
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BGRIM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
2,983.22
-133.98%
|
-8,779.07
-2.69%
|
-9,021.91
+205.61%
|
-2,952.06
-66.63%
|
-8,846.02
+139.66%
|
-3,691.06
-211.17%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-2,853.36
-144.30%
|
6,441.72
-51.95%
|
13,405.02
+526.35%
|
2,140.17
+1,068.85%
|
183.10
-104.97%
|
-3,685.94
+353.00%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,252.61
-74.53%
|
8,844.45
-153.76%
|
-16,450.94
+21.38%
|
-13,553.64
-406.74%
|
4,418.54
-44.40%
|
7,946.81
+17.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-2,091.08
-132.14%
|
6,507.10
-153.92%
|
-12,067.82
-15.99%
|
-14,365.52
+238.46%
|
-4,244.37
-844.87%
|
569.81
-93.86%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
18,784.93
-33.95%
|
28,439.30
-1.62%
|
28,906.57
+12.45%
|
25,706.53
+34.52%
|
19,110.32
-9.69%
|
21,161.17
+68.48%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|