BGRIM
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
BGRIM
บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
18.70
0.10 (0.53%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=17263 out_tok=3152 at=2026-07-25T03:03:03 --> BGRIM พลิกกำไร Q2/66 โตแรง รับอานิสงส์ค่า Ft พุ่ง-ต้นทุนก๊าซลด ฝ่ายจัดการ BGRIM เผยผลประกอบการไตรมาส 2/2566 ฟื้นตัวแข็งแกร่ง กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่พลิกกลับมาเป็นบวกที่ 678 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุน 193 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการปรับขึ้นของค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) และการบริหารจัดการต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ BGRIM ในไตรมาส 2/2566 คือการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP ซึ่งได้รับแรงหนุนหลักจากการปรับขึ้นของค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ **1) หัวใจคืออะไร** หัวใจหลักของผลประกอบการในไตรมาส 2/2566 คือ **การฟื้นตัวของกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (NNP) ส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ที่เติบโตถึง 366.7% YoY เป็น 686 ล้านบาท** และ **กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ที่พลิกกลับมาเป็นบวก 678 ล้านบาท** จากที่ขาดทุน 193 ล้านบาทในปีก่อน ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการฟื้นตัวของกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP **2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น** การฟื้นตัวนี้มีสาเหตุมาจาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่: * **การปรับขึ้นของค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft):** ค่า Ft ที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 154.92 สตางค์ต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง ในช่วง ม.ค.-เม.ย. 2566 และ 91.19 สตางค์ต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง ในช่วง พ.ค.-ส.ค. 2566 เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของปีก่อนที่ 39.86 สตางค์ต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง ส่งผลให้ราคาขายไฟฟ้าให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรม (IU) ในประเทศปรับสูงขึ้น 27.3% YoY และ 35.4% ใน 6M’66 * **การบริหารจัดการต้นทุนก๊าซธรรมชาติ:** บริษัทประสบความสำเร็จในการลดปริมาณการใช้ก๊าซธรรมชาติลงประมาณ 3.8% ใน Q2’66 และ 4.2% ใน 6M’66 อันเนื่องมาจากการเปิดดำเนินการโครงการโรงไฟฟ้า SPP ที่ทดแทนโรงไฟฟ้าเดิม และการปรับปรุงประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับราคาก๊าซธรรมชาติที่ลดลง 4.4% YoY ใน Q2’66 ทำให้ต้นทุนขายก๊าซธรรมชาติรวมลดลง 8.3% YoY **3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่** **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยปัจจัยบวกจากค่า Ft ที่ยังคงมีผลต่อเนื่องในช่วงเดือน พ.ค.-ส.ค. 2566 และแนวโน้มการบริหารจัดการต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ๆ ที่จะทยอยเข้าระบบ จะเป็นแรงหนุนสำคัญต่อผลประกอบการในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงของราคาก๊าซธรรมชาติและนโยบายค่า Ft ในอนาคตยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่พลิกกลับมาเป็นบวก 678 ล้านบาท** จากขาดทุน 193 ล้านบาทใน Q2/2565 * **EBITDA ฟื้นตัว 47.6% YoY แตะ 3,714 ล้านบาท** จากการปรับขึ้นของค่า Ft และการลดลงของต้นทุนก๊าซธรรมชาติ * **รายได้รวมเพิ่มขึ้น 1.5% YoY เป็น 14,891 ล้านบาท** โดยได้แรงหนุนจากราคาขายไฟฟ้าให้ลูกค้า IU ที่สูงขึ้นจากการปรับค่า Ft และการเพิ่มขึ้นของปริมาณขายไอน้ำ * **ปริมาณไฟฟ้าขายให้ กฟผ. ลดลงเล็กน้อย** แต่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นหลังโครงการ BGPAT2&3 เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ * **ลูกค้าอุตสาหกรรมในไทยมีการเชื่อมเข้าระบบเพิ่มขึ้น** 12.2 เมกะวัตต์ใน 6M’66 และอีก 29 เมกะวัตต์ในช่วงต้น Q3/66 หนุนเป้าหมายทั้งปีที่ 50-60 เมกะวัตต์ * **การลงทุนในโครงการใหม่ยังคงเดินหน้า** โดยมีเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิต 609 เมกะวัตต์ในปี 2566 ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM รายงานผลการดำเนินงานที่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่เท่ากับ 686 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 366.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 147 ล้านบาท ซึ่งเป็นช่วงที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากวิกฤตค่าก๊าซธรรมชาติ ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่พลิกกลับมาเป็นบวกที่ 678 ล้านบาท จากที่ขาดทุนสุทธิ 193 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการฟื้นตัวของกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP และการบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิงที่มีประสิทธิภาพ รายได้จากการขายและการให้บริการรวมอยู่ที่ 14,891 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.5% YoY โดยได้แรงหนุนจากราคาขายไฟฟ้าต่อหน่วยให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรม (IU) ที่เพิ่มขึ้นจากการปรับขึ้นของค่า Ft และการปรับขึ้นของทั้งปริมาณการขายไอน้ำและราคาขายไอน้ำต่อหน่วย EBITDA ฟื้นตัว 47.6% YoY แตะ 3,714 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไร EBITDA ปรับตัวดีขึ้นจาก 17.1% ใน Q2/2565 เป็น 24.9% ใน Q2/2566 ## โอกาส * **การขยายกำลังการผลิต:** บริษัทมุ่งขยายการลงทุนทั้งโครงการใหม่และการเข้าซื้อกิจการ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตอีก 609 เมกะวัตต์ในปี 2566 ซึ่งรวมถึงการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ตามแผนของโครงการโรงไฟฟ้า SPP เพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าเดิม, โครงการโรงไฟฟ้า SPP ใหม่ 2 โครงการ, และการเข้าลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในมาเลเซียและเกาหลีใต้ * **การเพิ่มลูกค้าอุตสาหกรรม:** ตั้งเป้าเพิ่มลูกค้าอุตสาหกรรมรายใหม่เข้าเชื่อมระบบรวม 50-60 เมกะวัตต์ ตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า โดยใน 6M’66 มีการเชื่อมเข้าระบบแล้ว 12.2 เมกะวัตต์ และคาดว่าจะมีลูกค้าใหม่เข้ามาเพิ่มเติมในครึ่งปีหลัง * **ความร่วมมือกับพันธมิตร:** การลงนาม MOU กับอมตะวอเตอร์ในการพัฒนาโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำขนาดใหญ่ และการจำหน่ายหุ้น 25% ให้แก่ PEA ENCOM เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรม * **การลงทุนในพลังงานหมุนเวียน:** การเข้าถือหุ้นในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในสาธารณรัฐเกาหลี (SEBIT) และการพัฒนาโครงการ Solar Rooftop และ Floating Solar Farm สะท้อนการมุ่งสู่พลังงานสะอาด ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาเชื้อเพลิง:** แม้ว่าต้นทุนก๊าซธรรมชาติจะลดลงในไตรมาสนี้ แต่ราคาก๊าซธรรมชาติยังคงมีความผันผวนและอ้างอิงกับราคาเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของปตท. ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต * **การเปลี่ยนแปลงนโยบายค่า Ft:** การปรับค่า Ft มีผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ของบริษัท โดยเฉพาะการขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรม การเปลี่ยนแปลงนโยบายค่า Ft ในอนาคตจึงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา * **ความล่าช้าของโครงการ:** โครงการโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง เช่น โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม KOPOS ในเกาหลีใต้ อาจมีความเสี่ยงเรื่องความล่าช้าในการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ซึ่งจะส่งผลต่อการรับรู้รายได้ * **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** การมีหนี้สินและธุรกรรมในสกุลเงินต่างประเทศ ทำให้บริษัทมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน แม้ว่าในไตรมาสนี้จะบันทึกกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ แต่ก็มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **ความคืบหน้าการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ของโครงการใหม่:** โดยเฉพาะโครงการ BGPAT2&3 ที่คาดว่าจะ COD ในปี 2566 และโครงการอื่นๆ ที่มีกำหนด COD ในปี 2567 * **การเพิ่มขึ้นของลูกค้าอุตสาหกรรม:** การบรรลุเป้าหมายการเพิ่มลูกค้าอุตสาหกรรมใหม่ 50-60 เมกะวัตต์ในปี 2566 * **แนวโน้มราคาก๊าซธรรมชาติและค่า Ft:** การเปลี่ยนแปลงของปัจจัยราคาเชื้อเพลิงและนโยบายค่าไฟฟ้าจะมีผลโดยตรงต่อรายได้และต้นทุน * **การบริหารจัดการต้นทุนการดำเนินงานและการบำรุงรักษา:** การควบคุมค่าใช้จ่าย O&M ท่ามกลางการขยายพอร์ตการลงทุน * **ความคืบหน้าการลงทุนในต่างประเทศ:** โดยเฉพาะโครงการในมาเลเซียและเกาหลีใต้ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน) **ราคา Commodity / ASP:** ราคาขายไฟฟ้าให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรมในไทยปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ YoY ที่ 27.3% ใน Q2’66 และ 35.4% ใน 6M’66 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการปรับขึ้นของค่า Ft ซึ่งสะท้อนราคาขายต่อหน่วย (ASP) ที่สูงขึ้น ในขณะที่ราคาขายไฟฟ้าให้ กฟผ. ลดลงเล็กน้อย YoY เนื่องจากราคาก๊าซธรรมชาติที่ลดลง **ปริมาณขาย-ผลิต:** ปริมาณไฟฟ้าที่ขายให้ กฟผ. ลดลงเล็กน้อย YoY แต่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นหลังโครงการ BGPAT2&3 เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ ปริมาณขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรมในไทยลดลงเล็กน้อย YoY แต่มีสัญญาณบวกจากการเชื่อมเข้าระบบของลูกค้าใหม่ที่เพิ่มขึ้น ปริมาณไอน้ำที่ขายเพิ่มขึ้น YoY ใน Q2’66 จากลูกค้ารายใหม่ แต่ลดลง YoY ใน 6M’66 จากการย้ายฐานผลิตของลูกค้ากลุ่มยางรถยนต์ **ต้นทุนต่อหน่วย:** ต้นทุนก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยต่อหน่วยลดลง YoY ใน Q2’66 เนื่องจากราคาก๊าซธรรมชาติที่ลดลงและประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง (heat rate) ที่ดีขึ้นจากการใช้เทคโนโลยีใหม่ของโรงไฟฟ้า SPP ที่ทดแทนโรงไฟฟ้าเดิม **กำลังการผลิต:** บริษัทมีโครงการโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างหลายโครงการ ซึ่งจะทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2566 และ 2567 เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตรวม **กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม:** การได้รับการคัดเลือกให้อยู่ใน “FTSE4Good Index Series” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 สะท้อนความมุ่งมั่นด้าน ESG นอกจากนี้ การลดอัตราการใช้เชื้อเพลิงที่ลดลงยังส่งผลต่อการลดอัตราการปล่อยคาร์บอน ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 สินทรัพย์รวมของบริษัทเพิ่มขึ้น 3.9% จากสิ้นปี 2565 เป็น 177,345 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการขยายโครงการลงทุนอย่างต่อเนื่อง หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยลดลง 1.7% เป็น 112,549 ล้านบาท จากการชำระคืนเงินกู้ ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 22.8% เป็น 51,801 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของกำไรสะสมและการออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน ทำให้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงมาอยู่ที่ 1.60 เท่า จาก 1.98 เท่า ณ สิ้นปี 2565 ## สรุปท้าย BGRIM โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2/2566 ที่ฟื้นตัวอย่างโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่พลิกกลับมาเป็นบวก จากปัจจัยขับเคลื่อนหลักคือการปรับขึ้นของค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) และการบริหารจัดการต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพ แม้ว่าปริมาณขายไฟฟ้าให้ กฟผ. จะลดลงเล็กน้อย แต่การเพิ่มขึ้นของลูกค้าอุตสาหกรรมในประเทศและแผนการขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการลงทุนในพลังงานหมุนเวียน จะเป็นโอกาสในการเติบโตในอนาคต อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาเชื้อเพลิงและการเปลี่ยนแปลงนโยบายค่า Ft ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BGRIM ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
27,338.42 ล้านบาท
↑ 100.2% YoY
กำไรขั้นต้น
5,376.24 ล้านบาท
↑ 114% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.67 %
กำไรสุทธิ
1,014.71 ล้านบาท
↑ 28.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.71 %
D/E Ratio
2.50
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
27,338
↑ + 100.2% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
5,376
↑ + 114% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,015
↑ + 28.9% YoY
D/E Ratio
2.50

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BGRIM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
27,338.42
+100.18%
13,657.15
+0.68%
13,565.15
-1.97%
13,837.74
+7.63%
12,856.32
+23.20%
10,435.02
-7.31%
กำไรขั้นต้น
5,376.24
+113.97%
2,512.59
+1.29%
2,480.57
+404.19%
491.99
-70.14%
1,647.66
-27.32%
2,266.94
+7.47%
ค่าใช้จ่ายรวม
1,533.87
+98.08%
774.35
+9.54%
706.90
+26.27%
559.83
+27.38%
439.48
-26.69%
599.46
-9.05%
กำไรสุทธิ
1,014.71
+28.94%
786.95
+69.89%
463.21
+185.01%
-544.88
-379.01%
195.29
-66.10%
576.16
+40.71%
กำไรต่อหุ้น
0.39
+28.81%
0.30
+69.66%
0.18
+185.17%
-0.21
-378.67%
0.08
-66.06%
0.22
+40.76%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
171.50
-87.27%
1,346.90
+398.65%
-451.00
+0.47%
-453.13
-1,772.07%
27.10
+122.84%
-118.66
+35.18%
ROE(%)
4.82
+14.76%
4.20
-24.32%
5.55
+232.14%
-4.20
-152.57%
7.99
+2.17%
7.82
+138.41%
ROA(%)
4.72
-7.45%
5.10
-3.04%
5.26
+119.17%
2.40
-58.04%
5.72
+0.53%
5.69
+32.94%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
2.71
+8.40%
2.50
+5.93%
2.36
-22.62%
3.05
+14.66%
2.66
+14.16%
2.33
-4.12%
P/E
18.67
-54.71%
41.22
-49.14%
81.05
+189.77%
27.97
-29.62%
39.74
-36.88%
62.96
-5.61%
P/BV
1.08
-23.94%
1.42
-21.55%
1.81
-44.98%
3.29
-8.36%
3.59
-22.80%
4.65
-32.22%
BV
13.02
-5.31%
13.75
-8.64%
15.05
+24.48%
12.09
+7.18%
11.28
+8.15%
10.43
+36.16%
YIELD(%)
3.05
+64.86%
1.85
+670.83%
0.24
-77.36%
1.06
-4.50%
1.11
+46.05%
0.76
+24.59%
ราคาหุ้น
14.10
-27.69%
19.50
-28.44%
27.25
-31.45%
39.75
-1.85%
40.50
-16.49%
48.50
-7.62%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
19.67
+6.90%
18.40
+0.60%
18.29
+413.76%
3.56
-72.23%
12.82
-40.98%
21.72
+15.90%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
5.61
-1.06%
5.67
+8.83%
5.21
+28.64%
4.05
+18.42%
3.42
-40.42%
5.74
-1.88%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
3.71
-35.59%
5.76
+68.91%
3.41
+186.55%
-3.94
-359.21%
1.52
-72.46%
5.52
+51.65%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.50
ROE (%)
4.82
ROA (%)
4.72
Book Value/หุ้น
13.32

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BGRIM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
41,219.73
-11.21%
46,425.79
-13.59%
53,726.96
+10.09%
48,803.47
+18.86%
41,058.38
+37.42%
29,878.86
-10.79%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
141,826.31
+5.47%
134,474.93
+9.05%
123,309.34
+1.20%
121,847.24
+12.68%
108,139.18
+7.26%
100,817.02
+14.31%
รวมสินทรัพย์
183,046.04
+1.19%
180,900.72
+2.18%
177,036.31
+3.74%
170,650.72
+14.38%
149,197.56
+14.16%
130,695.88
+7.40%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
0.00
31,514.23
+80.25%
17,483.25
-10.91%
19,623.80
+54.23%
12,723.62
-52.86%
26,993.15
+4.50%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
0.00
97,714.99
-8.55%
106,850.31
-1.85%
108,859.25
+13.80%
95,658.43
+48.54%
64,398.65
+12.62%
รวมหนี้สิน
0.00
129,229.21
+3.94%
124,333.56
-3.23%
128,483.05
+18.55%
108,382.05
+18.59%
91,391.80
+10.09%
รวมส่วนของเจ้าของ
0.00
51,671.51
-1.98%
52,702.75
+24.98%
42,167.67
+3.31%
40,815.51
+3.85%
39,304.08
+1.62%
D/E
2.50
2.36
3.05
2.66
2.33
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
4.82
4.20
5.55
-4.20
7.99
7.82
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
4.72
5.10
5.26
2.40
5.72
5.69
อัตราส่วนสภาพคล่อง
1.72
1.47
3.07
2.49
3.23
1.11
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
1.52
1.09
2.26
2.04
2.83
1.01
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
88.83
81.23
0.00
0.00
61.84
57.85
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
13.11
12.30
0.00
0.00
9.64
10.48
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
66.87
63.69
0.00
0.00
54.52
125.14
วงจรเงินสด
35.07
29.84
0.00
0.00
16.97
-56.81
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+2,983
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-2,853
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BGRIM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
2,983.22
-133.98%
-8,779.07
-2.69%
-9,021.91
+205.61%
-2,952.06
-66.63%
-8,846.02
+139.66%
-3,691.06
-211.17%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
-2,853.36
-144.30%
6,441.72
-51.95%
13,405.02
+526.35%
2,140.17
+1,068.85%
183.10
-104.97%
-3,685.94
+353.00%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
2,252.61
-74.53%
8,844.45
-153.76%
-16,450.94
+21.38%
-13,553.64
-406.74%
4,418.54
-44.40%
7,946.81
+17.24%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-2,091.08
-132.14%
6,507.10
-153.92%
-12,067.82
-15.99%
-14,365.52
+238.46%
-4,244.37
-844.87%
569.81
-93.86%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
18,784.93
-33.95%
28,439.30
-1.62%
28,906.57
+12.45%
25,706.53
+34.52%
19,110.32
-9.69%
21,161.17
+68.48%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00