บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
18.70
0.10 (0.53%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=18383 out_tok=2793 at=2026-07-25T11:13:57 -->
# BGRIM กำไรสุทธิ Q4/2564 ดิ่ง 66% รับต้นทุนก๊าซพุ่ง-รายได้เวียดนามวูบ
## รายได้รวมโต 24% แต่กำไรสุทธิหดหนัก เหตุต้นทุนก๊าซธรรมชาติพุ่งสูง 56% ขณะที่รายได้จากเวียดนามลดลง
บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2564 มีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 12,986 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานไฟฟ้าที่อ้างอิงตามราคาก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือใหญ่กลับลดลงถึง 66.1% มาอยู่ที่ 195 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับรายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศเวียดนามที่ลดลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ BGRIM ในไตรมาส 4 ปี 2564 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **ต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนขายและการให้บริการ โดยต้นทุนก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นถึง 60.5% y-on-y ในไตรมาส 4/2564 เป็น 8,761 ล้านบาท และราคาเฉลี่ยก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้น 56.4% y-on-y เป็น 335 บาทต่อล้าน BTU ประกอบกับ **รายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศเวียดนามที่ลดลง** ถึง 33.2% y-on-y ในไตรมาส 4/2564 เป็น 368 ล้านบาท ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้กำไรสุทธิจากการดำเนินงานส่วนที่เป็นของผู้ถือใหญ่ลดลงถึง 58.9% y-on-y
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของราคาก๊าซธรรมชาติเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของ BGRIM โดยตรง เนื่องจากก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าหลายแห่ง เมื่อราคาก๊าซธรรมชาติสูงขึ้น ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าก็สูงขึ้นตามไปด้วย แม้ว่าราคาขายไฟฟ้าให้แก่ กฟผ. จะปรับเพิ่มขึ้นตามค่าพลังงานไฟฟ้า (Energy Payment) ที่อ้างอิงตามราคาก๊าซธรรมชาติ แต่ก็ไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด นอกจากนี้ การที่ BGRIM มีการปรับโครงสร้างการถือหุ้นในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในเวียดนาม ทำให้รายได้จากส่วนนี้ลดลง ประกอบกับการที่ความเข้มแสงลดลงจากสภาพอากาศในปี 2564 ยิ่งซ้ำเติมผลประกอบการในส่วนนี้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว แต่ต้องติดตามปัจจัยด้านราคา** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่าต้นทุนก๊าซธรรมชาติคาดว่าจะสูงสุดใน Q1’2565 และมีแผนลดปริมาณการใช้ก๊าซธรรมชาติ รวมถึงการปรับปรุงประสิทธิภาพโครงการโรงไฟฟ้าเพื่อลดต้นทุนค่าก๊าซธรรมชาติ แต่แนวโน้มราคาต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่คาดว่าจะยังคงอยู่ในระดับสูงในช่วงต้นปี 2565 และความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลก ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ส่วนรายได้จากโครงการในเวียดนามนั้น การปรับโครงสร้างการถือหุ้นได้เสร็จสิ้นแล้ว แต่ผลกระทบจากสภาพอากาศยังคงเป็นปัจจัยที่ควบคุมได้ยาก
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q4/2564 เติบโต 24.4% y-on-y** แตะ 12,986 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานไฟฟ้าที่อ้างอิงราคาก๊าซธรรมชาติ
* **กำไรสุทธิส่วนผู้ถือใหญ่ Q4/2564 ดิ่ง 66.1% y-on-y** เหลือ 195 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติพุ่งสูง
* **ต้นทุนก๊าซธรรมชาติ Q4/2564 พุ่ง 60.5% y-on-y** เป็น 8,761 ล้านบาท ราคาเฉลี่ยสูงถึง 335 บาท/ล้าน BTU
* **กำไรสุทธิจากการดำเนินงานส่วนผู้ถือใหญ่ Q4/2564 ลดลง 58.9% y-on-y** เหลือ 212 ล้านบาท
* **รายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในเวียดนามลดลง 33.2% y-on-y** ใน Q4/2564 เหลือ 368 ล้านบาท จากการปรับโครงสร้างการถือหุ้นและความเข้มแสงลดลง
* **บริษัทมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตใหม่ 1 กิกะวัตต์ในปี 2565** และลดปริมาณการใช้ก๊าซธรรมชาติ
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปี 2564 BGRIM มีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 46,628 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.8% y-on-y โดยมีปัจจัยหนุนจากการเติบโตของปริมาณไฟฟ้าขายให้ลูกค้าอุตสาหกรรม (IU) ในประเทศ และการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ๆ อย่างไรก็ตาม EBITDA ลดลง 4.7% y-on-y มาอยู่ที่ 12,392 ล้านบาท และกำไรสุทธิส่วนผู้ถือใหญ่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 4.6% y-on-y เป็น 2,276 ล้านบาท ซึ่งส่วนต่างจากกำไรสุทธิจากการดำเนินงานมาจากผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง
ในส่วนของไตรมาส 4 ปี 2564 รายได้รวมเพิ่มขึ้น 24.4% y-on-y เป็น 12,986 ล้านบาท แต่ EBITDA ลดลง 19.7% y-on-y เป็น 2,495 ล้านบาท และกำไรสุทธิส่วนผู้ถือใหญ่ลดลงถึง 66.1% y-on-y เป็น 195 ล้านบาท โดยกำไรสุทธิจากการดำเนินงานส่วนผู้ถือใหญ่ลดลง 58.9% y-on-y เป็น 212 ล้านบาท
## โอกาส
* **การขยายกำลังการผลิต:** บริษัทมีเป้าหมายการได้มาซึ่งโครงการใหม่ๆ อย่างน้อย 1 กิกะวัตต์ในปี 2565 และเพิ่มกำลังการผลิตจากการเข้าซื้อกิจการและการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ รวมถึงการเพิ่มลูกค้า IU อีกอย่างน้อย 55 เมกะวัตต์
* **การลดต้นทุนเชื้อเพลิง:** แผนการลดปริมาณการใช้ก๊าซธรรมชาติผ่านการแทนที่โรงไฟฟ้า SPP ด้วยเทคโนโลยีใหม่ และการปรับปรุงประสิทธิภาพโครงการโรงไฟฟ้า จะช่วยลดต้นทุนค่าก๊าซธรรมชาติได้
* **การนำเข้า LNG:** การได้รับใบอนุญาตนำเข้า LNG และคาดว่าจะเริ่มนำเข้าในปี 2566 จะช่วยลดต้นทุนก๊าซธรรมชาติได้ราว 7-10%
* **การพัฒนาเทคโนโลยี:** การนำเทคโนโลยี Digital Twins มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพโรงไฟฟ้า และการศึกษาเทคโนโลยี Carbon Capture จะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
* **การขยายธุรกิจสู่ตลาดซื้อขายไฟฟ้าเสรี:** โครงการนำร่อง Energy Trading เป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับโอกาสในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติ:** ราคาก๊าซธรรมชาติที่ยังคงอยู่ในระดับสูงและมีความผันผวนเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้า
* **ความเข้มแสงและสภาพอากาศ:** ความไม่แน่นอนของสภาพอากาศส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** การมีหนี้สินและธุรกรรมในสกุลเงินต่างประเทศอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาก๊าซธรรมชาติ:** การปรับตัวขึ้นลงของราคาพลังงานในตลาดโลกและผลกระทบต่อต้นทุนของ BGRIM
* **ความคืบหน้าโครงการใหม่:** การบรรลุเป้าหมายการได้มาซึ่งโครงการใหม่ 1 กิกะวัตต์ในปี 2565
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ประสิทธิภาพของแผนควบคุมค่าใช้จ่ายและการลดปริมาณการใช้ก๊าซธรรมชาติ
* **การดำเนินการตามแผนลดการปล่อยคาร์บอน:** ความคืบหน้าของโครงการโรงไฟฟ้า SPP ใหม่ และการลงทุนในพลังงานทดแทน
* **การนำเข้า LNG:** ความพร้อมและผลกระทบต่อต้นทุนการจัดหาก๊าซธรรมชาติในปี 2566
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**ราคาขายไฟฟ้าและต้นทุนเชื้อเพลิง:** ในไตรมาส 4 ปี 2564 ราคาขายไฟฟ้าให้แก่ กฟผ. เพิ่มขึ้น 34.6% y-on-y เป็น 3.62 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับเพิ่มขึ้นของ Energy Payment ตามราคาก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้น 56.4% y-on-y อย่างไรก็ตาม ต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นมากกว่า ทำให้ส่วนต่างกำไรลดลง
**ปริมาณขายไฟฟ้า:** ปริมาณไฟฟ้าที่ขายให้ กฟผ. เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 2.3% y-on-y ในไตรมาส 4 ปี 2564 เป็น 2,439 กิกะวัตต์-ชั่วโมง ขณะที่ปริมาณไฟฟ้าขายให้ลูกค้าอุตสาหกรรมในไทยเพิ่มขึ้น 7.9% y-on-y เป็น 825 กิกะวัตต์-ชั่วโมง จากการมีลูกค้าใหม่และการเติบโตของอุตสาหกรรมบางกลุ่ม แต่ปริมาณไฟฟ้าขายให้ลูกค้าอุตสาหกรรมในเวียดนามทรงตัว y-on-y ที่ 142 กิกะวัตต์-ชั่วโมง
**โครงการลงทุน:** บริษัทมีความคืบหน้าในการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าต่างๆ โดยโครงการ ABP1, ABP2, BPLC1 มีความคืบหน้า 74%, 57%, 91% ตามลำดับ และมีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (SCOD) ในปี 2565
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2564 สินทรัพย์รวมของ BGRIM เพิ่มขึ้น 14.2% y-on-y เป็น 149,198 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลงทุนในโครงการใหม่ๆ หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 22.3% y-on-y เป็น 94,631 ล้านบาท เพื่อรองรับการพัฒนาโครงการ ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 3.8% y-on-y เป็น 40,816 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 1.7 เท่า จาก 1.5 เท่าในปี 2563
## สรุปท้าย
BGRIM เผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนอย่างหนักในไตรมาส 4 ปี 2564 จากราคาก๊าซธรรมชาติที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งบั่นทอนอัตรากำไร แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตจากการปรับราคาขายไฟฟ้าตามต้นทุนเชื้อเพลิงก็ตาม ขณะที่การลงทุนในโครงการใหม่ๆ และการขยายกำลังการผลิตยังคงเป็นโอกาสในการเติบโตในอนาคต แต่ความผันผวนของราคาพลังงานและปัจจัยภายนอกยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BGRIM ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
27,338.42
ล้านบาท
↑ 100.2% YoY
กำไรขั้นต้น
5,376.24
ล้านบาท
↑ 114% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.67
%
กำไรสุทธิ
1,014.71
ล้านบาท
↑ 28.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.71
%
D/E Ratio
2.50
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
27,338
↑ + 100.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
5,376
↑ + 114%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,015
↑ + 28.9%
YoY
D/E Ratio
2.50
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BGRIM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.50
ROE (%)
4.82
ROA (%)
4.72
Book Value/หุ้น
13.32
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BGRIM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+2,983
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-2,853
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BGRIM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
2,983.22
-133.98%
|
-8,779.07
-2.69%
|
-9,021.91
+205.61%
|
-2,952.06
-66.63%
|
-8,846.02
+139.66%
|
-3,691.06
-211.17%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-2,853.36
-144.30%
|
6,441.72
-51.95%
|
13,405.02
+526.35%
|
2,140.17
+1,068.85%
|
183.10
-104.97%
|
-3,685.94
+353.00%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,252.61
-74.53%
|
8,844.45
-153.76%
|
-16,450.94
+21.38%
|
-13,553.64
-406.74%
|
4,418.54
-44.40%
|
7,946.81
+17.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-2,091.08
-132.14%
|
6,507.10
-153.92%
|
-12,067.82
-15.99%
|
-14,365.52
+238.46%
|
-4,244.37
-844.87%
|
569.81
-93.86%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
18,784.93
-33.95%
|
28,439.30
-1.62%
|
28,906.57
+12.45%
|
25,706.53
+34.52%
|
19,110.32
-9.69%
|
21,161.17
+68.48%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|