บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
18.70
0.10 (0.53%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=17890 out_tok=2472 at=2026-07-27T08:36:31 -->
# BGRIM กำไรสุทธิจากการดำเนินงาน Q2/64 พุ่ง 50% รับแรงหนุนลูกค้าอุตสาหกรรม-โรงไฟฟ้าใหม่
## รายได้-กำไรโตตามการฟื้นตัวเศรษฐกิจ ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นยุทธศาสตร์ระยะยาวสู่ Sustainable Utility Solution Provider
บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ (NNP) สูงถึง 1,011 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 50.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการเติบโตของปริมาณไฟฟ้าที่ขายให้ลูกค้าอุตสาหกรรมในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แห่งใหม่ในกัมพูชา และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ฝ่ายบริหารยังคงเดินหน้าตาม 7 ยุทธศาสตร์ระยะยาวเพื่อก้าวสู่การเป็นผู้ผลิตพลังงานชั้นนำระดับโลก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิจากการดำเนินงานส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ (NNP) ของ BGRIM ในไตรมาส 2 ปี 2564 ให้เติบโตถึง 50.0% YoY มาจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ 1) การเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นของปริมาณไฟฟ้าที่ขายให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรม (IU) ในประเทศไทย ซึ่งเติบโตถึง 47.4% YoY และ 2) การเริ่มรับรู้รายได้จากการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศกัมพูชาตั้งแต่ปลายปี 2563 นอกจากนี้ การบริหารต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่ลดลง 8.9% YoY และการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ที่ลดลง 17.6% YoY ก็มีส่วนช่วยเสริมการเติบโตของกำไรให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของปริมาณไฟฟ้าที่ขายให้ลูกค้าอุตสาหกรรมในไทยเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ ยางรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน และก๊าซอุตสาหกรรม ที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการเชื่อมเข้าระบบของลูกค้าอุตสาหกรรมรายใหม่ตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าอีก 21.2 เมกะวัตต์ในไตรมาสนี้ สำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในกัมพูชา การเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ทำให้บริษัทสามารถรับรู้รายได้เต็มที่ในปีนี้ ขณะที่ต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่ลดลงเป็นผลมาจากราคาก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยที่ปรับลดลงตามกลไกราคาอ้างอิงของ ปตท. ส่วนการควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A เกิดจากการบริหารจัดการภายในของบริษัทอย่างมีประสิทธิภาพ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
มีโอกาสต่อเนื่อง โดยเฉพาะปัจจัยด้านปริมาณไฟฟ้าที่ขายให้ลูกค้าอุตสาหกรรมในไทย เนื่องจากฝ่ายจัดการยังคงคาดการณ์การลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับลูกค้าใหม่มากกว่า 40 เมกะวัตต์ในปีนี้ และแนวโน้มการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมยังคงมีทิศทางที่ดี นอกจากนี้ การเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโรงไฟฟ้าพลังงานลม บ่อทองวินด์ฟาร์ม 1&2 ในเดือนสิงหาคม 2564 จะช่วยเสริมรายได้ในอนาคตอันใกล้ ส่วนโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม 5 โครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง คาดว่าจะทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ในครึ่งหลังของปี 2565 ซึ่งจะสร้างการเติบโตในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านราคาขายไฟฟ้าให้ กฟผ. ที่ลดลง 6.3% YoY และการเปลี่ยนแปลงของค่า Ft ที่ลดลง อาจเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิจากการดำเนินงานส่วนผู้ถือหุ้นใหญ่ (NNP) เติบโตโดดเด่น:** อยู่ที่ 1,011 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50.0% YoY และ 56.5% QoQ
* **ปริมาณขายไฟฟ้าลูกค้าอุตสาหกรรมในไทยสูงสุดเป็นประวัติการณ์:** เพิ่มขึ้น 47.4% YoY สู่ระดับ 831 GWh
* **ต้นทุนก๊าซธรรมชาติลดลง:** ราคาเฉลี่ยลดลง 8.9% YoY ในไตรมาส 2/64
* **ควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A ได้ดี:** ลดลง 17.6% YoY ในไตรมาส 2/64
* **รับรู้รายได้โรงไฟฟ้าใหม่ในกัมพูชา:** โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 39 MW ที่เริ่ม COD ตั้งแต่ ธ.ค. 63
* **ได้รับความเห็นชอบเพิ่มปริมาณนำเข้า LNG:** เป็น 1.2 ล้านตันต่อปี เพิ่มโอกาสบริหารต้นทุนและขยายธุรกิจ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2564 BGRIM มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 11,475 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.1% YoY โดยมีปริมาณไฟฟ้าที่ขายเพิ่มขึ้น 7.1% เป็น 3,861 GWh ปัจจัยหลักมาจากการขายให้ลูกค้าอุตสาหกรรมในประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ EBITDA อยู่ที่ 3,524 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.4% YoY อัตรากำไร EBITDA อยู่ที่ 30.7% สำหรับ 6 เดือนแรกปี 2564 บริษัทมีรายได้รวม 21,928 ล้านบาท ลดลง 2.4% YoY แต่มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานส่วนผู้ถือหุ้นใหญ่เพิ่มขึ้น 22.1% เป็น 1,656 ล้านบาท
## โอกาส
* **การขยายกำลังการผลิตไฟฟ้า:** มุ่งสู่เป้าหมายสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 10,000 เมกะวัตต์ในปี 2573 ทั้งจากก๊าซธรรมชาติและพลังงานสะอาด (B2G)
* **ธุรกิจก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG):** การได้รับโควต้าการนำเข้า LNG 1.2 ล้านตันต่อปี เปิดโอกาสบริหารต้นทุนและขยายธุรกิจใหม่
* **บริการลูกค้าอุตสาหกรรมครบวงจร (B2B):** ขยายพื้นที่ให้บริการนอกนิคมฯ เพื่อสนับสนุนการกระจายตัวแบบไม่รวมศูนย์
* **โครงการโรงไฟฟ้าใหม่:** โรงไฟฟ้าพลังงานลม บ่อทองวินด์ฟาร์ม 1&2 กำลังจะ COD ใน ส.ค. 64 และโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม 5 โครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาเชื้อเพลิง:** แม้ปัจจุบันราคาก๊าซธรรมชาติลดลง แต่ยังคงมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลก
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ:** นโยบายพลังงานและสิ่งแวดล้อมของแต่ละประเทศอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ
* **ความล่าช้าของโครงการ:** ความล่าช้าในการก่อสร้างหรือการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการใหม่ อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ที่คาดหวัง
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้นจริงในไตรมาสนี้ แต่การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การเติบโตของลูกค้าอุตสาหกรรม:** การลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าใหม่กับลูกค้าอุตสาหกรรมจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญของการเติบโตในระยะสั้น
* **การเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ของโครงการใหม่:** โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าพลังงานลม บ่อทองวินด์ฟาร์ม 1&2 ที่จะ COD ในเดือนสิงหาคมนี้
* **ความคืบหน้าโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม 5 โครงการ:** การก่อสร้างเป็นไปตามแผนหรือไม่ และจะส่งผลต่อการรับรู้รายได้ในปี 2565 อย่างไร
* **การบริหารจัดการต้นทุน LNG:** การใช้ประโยชน์จากโควต้า LNG ที่เพิ่มขึ้นเพื่อบริหารต้นทุนเชื้อเพลิงให้มีประสิทธิภาพ
* **การดำเนินงานตาม 7 ยุทธศาสตร์:** ความคืบหน้าในการบรรลุเป้าหมายระยะยาวตามที่ฝ่ายจัดการได้วางไว้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
ในไตรมาส 2 ปี 2564 BGRIM แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยต้นทุนก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยลดลง 8.9% YoY สอดคล้องกับราคาตลาด แม้ว่าราคาขายไฟฟ้าให้ กฟผ. จะลดลง 6.3% YoY เนื่องจากราคาพลังงานที่อ้างอิงตามราคาก๊าซธรรมชาติ แต่การเติบโตของปริมาณขายให้ลูกค้าอุตสาหกรรมในประเทศที่เพิ่มขึ้นถึง 47.4% YoY และการรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าใหม่ในกัมพูชา เป็นปัจจัยสำคัญที่ชดเชยรายได้ที่ลดลงจาก กฟผ. ได้เป็นอย่างดี อัตรากำไร EBITDA ยังคงแข็งแกร่งที่ 30.7% สะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่ดี
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 สินทรัพย์รวมของ BGRIM เพิ่มขึ้น 6.5% เป็น 139,147 ล้านบาท จากการลงทุนในโครงการใหม่ หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 8.6% เป็น 84,048 ล้านบาท เพื่อรองรับการพัฒนาโครงการ ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 4.5% เป็น 41,070 ล้านบาท จากกำไรสะสม ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นทรงตัวอยู่ที่ 1.5 เท่า
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญของผลประกอบการ BGRIM ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของปริมาณไฟฟ้าที่ขายให้ลูกค้าอุตสาหกรรมในประเทศไทย ประกอบกับการรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แห่งใหม่ในกัมพูชา ซึ่งปัจจัยเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะต่อเนื่องได้ในอนาคตอันใกล้ แม้จะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานและกฎระเบียบ แต่การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและการเดินหน้าตามยุทธศาสตร์ระยะยาว จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัทต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BGRIM ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
27,338.42
ล้านบาท
↑ 100.2% YoY
กำไรขั้นต้น
5,376.24
ล้านบาท
↑ 114% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.67
%
กำไรสุทธิ
1,014.71
ล้านบาท
↑ 28.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.71
%
D/E Ratio
2.50
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
27,338
↑ + 100.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
5,376
↑ + 114%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,015
↑ + 28.9%
YoY
D/E Ratio
2.50
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BGRIM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.50
ROE (%)
4.82
ROA (%)
4.72
Book Value/หุ้น
13.32
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BGRIM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+2,983
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-2,853
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BGRIM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
2,983.22
-133.98%
|
-8,779.07
-2.69%
|
-9,021.91
+205.61%
|
-2,952.06
-66.63%
|
-8,846.02
+139.66%
|
-3,691.06
-211.17%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-2,853.36
-144.30%
|
6,441.72
-51.95%
|
13,405.02
+526.35%
|
2,140.17
+1,068.85%
|
183.10
-104.97%
|
-3,685.94
+353.00%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,252.61
-74.53%
|
8,844.45
-153.76%
|
-16,450.94
+21.38%
|
-13,553.64
-406.74%
|
4,418.54
-44.40%
|
7,946.81
+17.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-2,091.08
-132.14%
|
6,507.10
-153.92%
|
-12,067.82
-15.99%
|
-14,365.52
+238.46%
|
-4,244.37
-844.87%
|
569.81
-93.86%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
18,784.93
-33.95%
|
28,439.30
-1.62%
|
28,906.57
+12.45%
|
25,706.53
+34.52%
|
19,110.32
-9.69%
|
21,161.17
+68.48%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|