บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
18.70
0.10 (0.53%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=15923 out_tok=2780 at=2026-07-25T11:48:23 -->
# BGRIM Q1/2566 กำไรสุทธิฟื้นตัวแรง 1,634.8% รับผลบวกจากค่า Ft และการบริหารต้นทุน
## รายได้-กำไรปรับตัวดีขึ้นจากปัจจัยบวกด้านราคาและต้นทุน ขณะที่การลงทุนในพลังงานหมุนเวียนยังคงเดินหน้า
บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งถึง 399 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 1,634.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 23 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของโรงไฟฟ้ากลุ่ม SPP จากการปรับขึ้นค่า Ft และการบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิงที่มีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ BGRIM ในไตรมาส 1 ปี 2566 คือ **การฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญของกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (NNP) ส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ที่เพิ่มขึ้นถึง 1,014.7% y-on-y เป็น 379 ล้านบาท** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งเป็น 399 ล้านบาท จาก 23 ล้านบาทในปีก่อนหน้า ปัจจัยหลักที่สนับสนุนการฟื้นตัวนี้มาจาก 1) **การปรับขึ้นค่า Ft** ที่ส่งผลดีต่อโรงไฟฟ้ากลุ่ม SPP และ 2) **การบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิง** โดยเฉพาะการลดอัตราการใช้เชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า (heat rate) ลง 4.6% และ 3) **ผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม**
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของผลประกอบการมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัยที่เชื่อมโยงกัน ประการแรก **การปรับขึ้นค่า Ft (ค่าไฟฟ้าผันแปร)** จาก 16.17 สตางค์ต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง ใน Q1/2565 เป็น 154.92 สตางค์ต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง ใน Q1/2566 (สำหรับเดือน ม.ค.-เม.ย. 2566) ส่งผลโดยตรงต่อรายได้ของโรงไฟฟ้ากลุ่ม SPP ทำให้มีส่วนต่างกำไรที่สูงขึ้น ประการที่สอง **การบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิง** ที่มีประสิทธิภาพ โดยการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการโรงไฟฟ้า SPP เพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าเดิมทั้ง 5 โครงการ และการปรับปรุงประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ช่วยลดอัตราการใช้ก๊าซธรรมชาติต่อหน่วยลงประมาณ 4.6% ซึ่งแม้ต้นทุนก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยจะสูงขึ้น 9.2% เป็น 482.99 บาทต่อล้าน BTU แต่การลด heat rate ลงได้ช่วยบรรเทาผลกระทบและเพิ่มความสามารถในการทำกำไร ประการสุดท้าย **ผลการดำเนินงานที่เติบโตของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม** ในประเทศไทย ก็มีส่วนช่วยหนุน EBITDA ให้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากกำลังการผลิตและราคาขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลายประการ ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าราคาก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยต่อหน่วยสำหรับ SPP ในปี 2566 จะอยู่ที่ 400-450 บาทต่อล้าน BTU ซึ่งต่ำกว่าปี 2565 ที่ 476 บาทต่อล้าน BTU ประกอบกับการปรับค่า Ft ที่จะยังคงอยู่ในระดับสูงในช่วงเดือน พ.ค.-ส.ค. 2566 ที่ 0.9119 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง (แม้จะลดลงจากช่วงก่อนหน้า) นอกจากนี้ การเดินหน้าขยายการลงทุนในโครงการใหม่และการเข้าซื้อกิจการ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตอีก 528 เมกะวัตต์ในปี 2566 รวมถึงการตั้งเป้าเพิ่มลูกค้าอุตสาหกรรม (IU) รายใหม่ 50-60 เมกะวัตต์ จะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงของค่า Ft ในอนาคต และความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ฟื้นตัวแรง 1,634.8% y-on-y** เป็น 399 ล้านบาท จาก 23 ล้านบาทใน Q1/2565
* **EBITDA ฟื้นตัว 50.7% y-on-y** เป็น 3,273 ล้านบาท จาก 2,172 ล้านบาทใน Q1/2565
* **รายได้รวมเพิ่มขึ้น 6.7% y-on-y** เป็น 15,750 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากราคาขายไฟฟ้าที่สูงขึ้นและรายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม
* **ต้นทุนก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.3% y-on-y** เป็น 10,947 ล้านบาท แม้ราคาเฉลี่ยสูงขึ้น แต่ปริมาณการใช้ลดลงจากการบริหารจัดการ heat rate ที่ดีขึ้น
* **เดินหน้าขยายกำลังการผลิต** ตั้งเป้าเพิ่ม 528 เมกะวัตต์ในปี 2566 และลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศ
## ภาพรวมผลประกอบการ
BGRIM รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 ที่แสดงถึงการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 6.7% y-on-y เป็น 15,750 ล้านบาท EBITDA เติบโต 50.7% y-on-y เป็น 3,273 ล้านบาท และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่พุ่งสูงขึ้นถึง 1,634.8% y-on-y เป็น 399 ล้านบาท การฟื้นตัวนี้สะท้อนถึงผลบวกจากการปรับขึ้นค่า Ft ที่ส่งผลดีต่อโรงไฟฟ้า SPP และความสำเร็จในการบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิง รวมถึงการเติบโตของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม
## โอกาส
* **การขยายกำลังการผลิตและลงทุนในโครงการใหม่:** บริษัทมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตอีก 528 เมกะวัตต์ในปี 2566 ผ่านโครงการโรงไฟฟ้า SPP ใหม่, โครงการโรงไฟฟ้าแบบผสมผสานอู่ตะเภา และการเข้าลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในมาเลเซีย
* **การเพิ่มฐานลูกค้าอุตสาหกรรม (IU):** ตั้งเป้าเพิ่มลูกค้า IU รายใหม่ 50-60 เมกะวัตต์ในปี 2566 ซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณการขายไฟฟ้า
* **การลงทุนในพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศ:** การเข้าลงทุนใน RES Company Sicilia S.r.l. ในอิตาลี และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในมาเลเซีย เป็นการกระจายการลงทุนและเพิ่มสัดส่วนรายได้จากพลังงานสะอาด
* **ความร่วมมือด้านนวัตกรรมพลังงาน:** การลงนาม MOU กับอินโนพาวเวอร์ เพื่อศึกษาเทคโนโลยีไฮโดรเจน, แพลตฟอร์มบริหารจัดการพลังงาน, และโครงสร้างพื้นฐานรถยนต์ไฟฟ้า จะเป็นโอกาสในการพัฒนาธุรกิจในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาพลังงาน:** แม้คาดการณ์ราคาก๊าซธรรมชาติจะลดลง แต่ความผันผวนของราคาพลังงานยังคงเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนและกำไร
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบและนโยบายพลังงาน:** การปรับค่า Ft และนโยบายส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนของภาครัฐ อาจส่งผลต่อรายได้และผลกำไร
* **ความล่าช้าในการก่อสร้างโครงการ:** โครงการโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง เช่น BGPAT2&3, โครงการอู่ตะเภา, GIFU Solar และ KOPOS Onshore Wind Farm อาจมีความเสี่ยงด้านความล่าช้าในการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ซึ่งจะกระทบต่อการรับรู้รายได้
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** การแข็งค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้เกิดขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าโครงการโรงไฟฟ้าใหม่:** การเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ของโครงการ BGPAT2&3, โครงการอู่ตะเภา เฟสแรก, GIFU Solar และ KOPOS Onshore Wind Farm ตามกำหนด
* **การเพิ่มขึ้นของลูกค้าอุตสาหกรรม (IU):** การบรรลุเป้าหมายการเชื่อมเข้าระบบลูกค้า IU ใหม่ 50-60 เมกะวัตต์ในปี 2566
* **แนวโน้มราคาพลังงาน:** การเปลี่ยนแปลงของราคาก๊าซธรรมชาติและน้ำมัน ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของบริษัท
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการรักษาอัตราการใช้เชื้อเพลิง (heat rate) ให้ต่ำอย่างต่อเนื่อง
* **การลงทุนในต่างประเทศ:** ความคืบหน้าและการสร้างรายได้จากโครงการในอิตาลีและมาเลเซีย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **ราคาขายไฟฟ้า (ASP):** ราคาขายไฟฟ้าให้แก่ กฟผ. เพิ่มขึ้น 5.1% y-on-y เป็น 4.74 บาทต่อ kWh โดยมีสาเหตุหลักจากราคาก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้น ขณะที่ราคาขายไฟฟ้าให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรมในไทยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 43.4% y-on-y เป็น 4.96 บาทต่อ kWh ซึ่งสอดคล้องกับการปรับค่า Ft
* **ปริมาณขาย:** ปริมาณไฟฟ้าที่ขายให้ กฟผ. ลดลง 4.3% y-on-y เนื่องจากสัญญา PPA ของโครงการ SPP ทดแทนโรงไฟฟ้าเดิมมีปริมาณน้อยลง อย่างไรก็ตาม ปริมาณขายให้ลูกค้าอุตสาหกรรมในไทยเพิ่มขึ้น q-on-q จากการเชื่อมเข้าระบบลูกค้าใหม่
* **ต้นทุนต่อหน่วย:** ต้นทุนก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 9.2% y-on-y เป็น 482.99 บาทต่อล้าน BTU แต่การลด heat rate ลง 4.6% ช่วยลดผลกระทบต่อต้นทุนรวม
* **กำลังการผลิต:** มีโครงการโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 4 โครงการหลัก ได้แก่ U-Tapao, BGPAT2&3, GIFU Solar และ KOPOS Onshore Wind Farm ซึ่งจะทยอย COD ตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นไป
* **โครงการลงทุน:** มีการเข้าลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนในอิตาลี และได้รับคัดเลือกให้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 339.3 เมกะวัตต์ในไทย
* **กฎระเบียบพลังงาน:** การปรับค่า Ft เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อรายได้ของโรงไฟฟ้า SPP
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มี.ค. 2566 สินทรัพย์รวมของ BGRIM เพิ่มขึ้น 5.6% จากสิ้นปี 2565 เป็น 180,243 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการขยายโครงการลงทุนและเงินสดจากการออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิฯ หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.5% เป็น 115,032 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 19.4% เป็น 50,367 ล้านบาท จากการออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิฯ ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจาก 1.98 เท่า เป็น 1.47 เท่า ซึ่งแสดงถึงการปรับปรุงโครงสร้างเงินทุนให้แข็งแกร่งขึ้น
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BGRIM ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
27,338.42
ล้านบาท
↑ 100.2% YoY
กำไรขั้นต้น
5,376.24
ล้านบาท
↑ 114% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.67
%
กำไรสุทธิ
1,014.71
ล้านบาท
↑ 28.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.71
%
D/E Ratio
2.50
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
27,338
↑ + 100.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
5,376
↑ + 114%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,015
↑ + 28.9%
YoY
D/E Ratio
2.50
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BGRIM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.50
ROE (%)
4.82
ROA (%)
4.72
Book Value/หุ้น
13.32
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BGRIM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+2,983
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-2,853
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BGRIM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
2,983.22
-133.98%
|
-8,779.07
-2.69%
|
-9,021.91
+205.61%
|
-2,952.06
-66.63%
|
-8,846.02
+139.66%
|
-3,691.06
-211.17%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-2,853.36
-144.30%
|
6,441.72
-51.95%
|
13,405.02
+526.35%
|
2,140.17
+1,068.85%
|
183.10
-104.97%
|
-3,685.94
+353.00%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,252.61
-74.53%
|
8,844.45
-153.76%
|
-16,450.94
+21.38%
|
-13,553.64
-406.74%
|
4,418.54
-44.40%
|
7,946.81
+17.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-2,091.08
-132.14%
|
6,507.10
-153.92%
|
-12,067.82
-15.99%
|
-14,365.52
+238.46%
|
-4,244.37
-844.87%
|
569.81
-93.86%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
18,784.93
-33.95%
|
28,439.30
-1.62%
|
28,906.57
+12.45%
|
25,706.53
+34.52%
|
19,110.32
-9.69%
|
21,161.17
+68.48%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|