บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
11.30
0.20 (1.74%)
สรุปสั้น
การระบาดของโรคโควิด-19 ลดลงอย่างมีนัยยะสําคัญ ทําให้บริษัทมีรายได้รวมจํานวน 3,453.9 ล้านบาท ลดลงร้อยละ (56.7) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยบริษัทรายงานขาดทุนขั้นต้นจํานวน (90.3) ล้านบาท ลดลงร้อยละ (102.1)
ขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทจํานวน (403.1) ล้านบาท ลดลง ร้อยละ (113.9) ซึ่งรวมรายการผลขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้าคงเหลือและเงินจ่ายล่วงหน้าที่เกี่ยวข้องกับวัคซีน ทางเลือกโมเดอร์นา จํานวน (1,597.6) ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม หากตัดรายการปรับปรุงที่นอกเหนือจากการดําเนินงาน ปกติของบริษัทจะส่งผลให้มีกําไรปกติก่อนต้นทุนทางการเงิน ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจําหน่าย (Core EBITDA) ที่ 991.8 ล้านบาท ลดลงร้อยละ (76.1) และกําไรปกติสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัท (Core profit) ที่ 498.8 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 82.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11483 out_tok=2622 at=2026-07-25T10:37:13 -->
# BCH Q3/2565 พลิกขาดทุนสุทธิ สัญญาณรายได้ปกติฟื้นตัว
## รายได้ภาคปกติกลับมาเติบโต แต่ยังไม่ชดเชยรายได้โควิดที่ลดลง ขณะที่ต้นทุนการดำเนินงานยังสูง
บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 403.1 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 2,896.2 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากสถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลายลง อย่างไรก็ตาม ฝ่ายบริหารระบุว่ารายได้จากการให้บริการผู้ป่วยภาคปกติมีการปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักของผลประกอบการ BCH ในไตรมาส 3/2565 คือ **การลดลงอย่างมากของรายได้จากบริการที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมลดลงถึง 56.7% YoY เป็น 3,453.9 ล้านบาท และทำให้บริษัทขาดทุนสุทธิ 403.1 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำกำไรได้ถึง 2,896.2 ล้านบาท แม้ว่ารายได้จากผู้ป่วยภาคปกติจะเติบโตขึ้น แต่ยังไม่สามารถชดเชยการหายไปของรายได้ก้อนใหญ่จากโควิดได้ทั้งหมด
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การลดลงของรายได้โควิด-19 เกิดจากสถานการณ์การระบาดที่คลี่คลายลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ภาครัฐปรับลดมาตรการควบคุมโรค และยกเลิกโครงการที่เกี่ยวข้อง เช่น Alternative Home Isolation และ Alternative Hospitel ซึ่งเป็นแหล่งรายได้สำคัญในช่วงก่อนหน้า แม้ว่าบริษัทจะเปิดศูนย์ Long COVID Health Wellness Center และยังคงให้บริการตรวจคัดกรองโควิด-19 แต่ปริมาณและรายได้โดยรวมลดลงอย่างมาก
ในทางกลับกัน รายได้จากผู้ป่วยภาคปกติมีการปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะรายได้ผู้ป่วยนอกทั่วไปเพิ่มขึ้น 9.8% จากการแพร่ระบาดของโรคทางเดินหายใจตามฤดูกาล และรายได้ผู้ป่วยโครงการประกันสังคมเพิ่มขึ้นถึง 61.1% จากจำนวนผู้ประกันตนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการให้บริการทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ตามสิทธิ
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการดำเนินงานในไตรมาสนี้ยังคงอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะต้นทุนบริการที่ลดลงน้อยกว่ารายได้ และมีการบันทึกรายการขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้าคงเหลือและเงินจ่ายล่วงหน้าที่เกี่ยวข้องกับวัคซีนทางเลือกโมเดอร์นา จำนวน 1,597.6 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ส่งผลกระทบต่อผลกำไรสุทธิอย่างมีนัยสำคัญ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
การลดลงของรายได้โควิด-19 เป็นปัจจัยที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่อง เนื่องจากสถานการณ์โรคระบาดคลี่คลายลงอย่างชัดเจน และภาครัฐได้ปรับแนวทางการควบคุมโรค อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของรายได้จากผู้ป่วยภาคปกติ โดยเฉพาะผู้ป่วยเงินสด ผู้ป่วยต่างชาติ และผู้ป่วยประกันสังคม เป็นสัญญาณบวกที่คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง
รายการขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้าคงเหลือและเงินจ่ายล่วงหน้าวัคซีนโมเดอร์นา เป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียวในปีนี้ และไม่น่าจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต
การที่บริษัทมีการปรับปรุงพื้นที่โรงพยาบาลเดิมเพื่อรองรับผู้ป่วยภาคปกติ การเพิ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง การมีฐานผู้ประกันตนกว่า 1 ล้านราย และการกลับมาของนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพชาวต่างชาติ เป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของรายได้ภาคปกติในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/2565 ลดลง 56.7% YoY** อยู่ที่ 3,453.9 ล้านบาท เนื่องจากรายได้จากโควิด-19 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
* **พลิกขาดทุนสุทธิ Q3/2565 จำนวน 403.1 ล้านบาท** เทียบกับกำไร 2,896.2 ล้านบาทในปีก่อน
* **Core Profit (กำไรปกติสุทธิ) Q3/2565 อยู่ที่ 498.8 ล้านบาท ลดลง 82.8% YoY** หากตัดรายการพิเศษ
* **Core EBITDA (กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย ปกติ) Q3/2565 อยู่ที่ 991.8 ล้านบาท ลดลง 76.1% YoY**
* **รายได้ผู้ป่วยโครงการประกันสังคม Q3/2565 เพิ่มขึ้น 61.1% YoY** เป็น 1,208.7 ล้านบาท จากจำนวนผู้ประกันตนที่เพิ่มขึ้น
* **บันทึกขาดทุนพิเศษจากวัคซีนโมเดอร์นา 1,597.6 ล้านบาท** ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565
## ภาพรวมผลประกอบการ
**งวด 9 เดือน ปี 2565:** บริษัทมีรายได้รวม 16,113.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.7% YoY แต่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นลดลง 36.6% YoY อยู่ที่ 2,769.2 ล้านบาท โดยหากตัดรายการพิเศษ (ขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้าคงเหลือและเงินจ่ายล่วงหน้าวัคซีนโมเดอร์นา) จะมีกำไรปกติสุทธิ (Core profit) 3,671.1 ล้านบาท ลดลง 15.9% YoY
**ไตรมาส 3 ปี 2565:** รายได้รวม 3,453.9 ล้านบาท ลดลง 56.7% YoY และพลิกขาดทุนสุทธิ 403.1 ล้านบาท เทียบกับกำไร 2,896.2 ล้านบาทในปีก่อน หากตัดรายการพิเศษ จะมีกำไรปกติสุทธิ (Core profit) 498.8 ล้านบาท ลดลง 82.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 3/2565 อยู่ที่ (2.6%) ซึ่งเป็นผลขาดทุนขั้นต้น แต่หากพิจารณาอัตรากำไรขั้นต้นปกติจะอยู่ที่ 35.4%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของรายได้จากผู้ป่วยภาคปกติ:** ทั้งผู้ป่วยเงินสด ผู้ป่วยต่างชาติ และผู้ป่วยประกันสังคม มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง
* **การขยายฐานผู้ป่วยและศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง:** การปรับปรุงโรงพยาบาลเดิมและการเพิ่มศูนย์การแพทย์จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและรองรับผู้ป่วยได้มากขึ้น
* **ฐานผู้ประกันตนที่แข็งแกร่ง:** จำนวนผู้ประกันตนที่ลงทะเบียนกว่า 1 ล้านราย เป็นรายได้ที่มั่นคง
* **การกลับมาของนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ:** การผ่อนคลายมาตรการเดินทางและการส่งเสริมไทยเป็นศูนย์กลางการแพทย์จะหนุนการเติบโต
* **โรงพยาบาลแห่งใหม่:** การสร้างการรับรู้แบรนด์ในโรงพยาบาลที่เปิดใหม่ 3 แห่ง
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมโรงพยาบาล:** การแข่งขันที่สูงขึ้นอาจส่งผลต่อราคาและส่วนแบ่งการตลาด
* **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โควิด-19:** แม้จะคลี่คลาย แต่การระบาดระลอกใหม่หรือสายพันธุ์ใหม่ยังคงเป็นความเสี่ยง
* **การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐ:** การปรับลดอัตราการจ่ายค่าบริการทางการแพทย์จากโครงการภาครัฐอาจส่งผลกระทบต่อรายได้
* **ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น:** ต้นทุนบุคลากร ค่าเวชภัณฑ์ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอื่นๆ อาจปรับตัวสูงขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของรายได้ผู้ป่วยเงินสดและผู้ป่วยต่างชาติ:** จะสามารถชดเชยรายได้โควิดที่หายไปได้มากน้อยเพียงใด
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** บริษัทจะสามารถควบคุมต้นทุนการดำเนินงานให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมได้หรือไม่
* **ความคืบหน้าในการขยายศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง:** และการปรับปรุงโรงพยาบาลเดิมเพื่อเพิ่มศักยภาพในการให้บริการ
* **ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายประกันสังคม:** และการเบิกจ่ายค่าบริการทางการแพทย์
* **การกลับมาของนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ:** และการสร้างรายได้จากกลุ่มลูกค้าต่างชาติ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้ผู้ป่วยนอกทั่วไป:** ลดลง 9.8% YoY ใน Q3/2565 เนื่องจากรายได้จากโควิดลดลง แต่ได้รับแรงหนุนจากโรคทางเดินหายใจตามฤดูกาล
* **รายได้ผู้ป่วยในทั่วไป:** ลดลง 85.5% YoY ใน Q3/2565 จากการลดลงของรายได้โควิด-19 แม้ว่าศูนย์การแพทย์เฉพาะทางจะเติบโต
* **รายได้ผู้ป่วยโครงการประกันสังคม:** เพิ่มขึ้นโดดเด่น 61.1% YoY ใน Q3/2565 จากจำนวนผู้ประกันตนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **อัตรากำไรขั้นต้นปกติ:** อยู่ที่ 35.4% ใน Q3/2565 สะท้อนถึงประสิทธิภาพการดำเนินงานภาคปกติที่ยังแข็งแกร่ง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ลดลง 14.7% ณ สิ้น Q3/2565 เป็น 22,499.8 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจากการจ่ายปันผลและชำระคืนหนี้
* **หนี้สินรวม:** ลดลง 23.4% ณ สิ้น Q3/2565 เป็น 9,246.4 ล้านบาท จากการลดลงของรายได้รับล่วงหน้าค่าวัคซีนโมเดอร์นา และการชำระคืนหนี้
* **ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม:** ลดลง 7.4% ณ สิ้น Q3/2565 เป็น 13,253.4 ล้านบาท จากการจ่ายปันผล
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น:** ลดลงจาก 1.1 เท่า เป็น 0.7 เท่า ณ สิ้น Q3/2565 แสดงถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น
* **กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน:** เป็นบวก 2,729.4 ล้านบาทในงวด 9 เดือนแรกปี 2565
* **กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน:** จำนวน 4,808.0 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากการจ่ายปันผลและชำระคืนหนี้
## สรุปท้าย
BCH ในไตรมาส 3/2565 เผชิญกับความท้าทายจากการลดลงของรายได้โควิด-19 ทำให้พลิกขาดทุนสุทธิ อย่างไรก็ตาม สัญญาณการฟื้นตัวของรายได้จากผู้ป่วยภาคปกติ โดยเฉพาะผู้ป่วยประกันสังคม และการกลับมาของนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เป็นโอกาสสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต การบริหารจัดการต้นทุนและการปรับปรุงศักยภาพการให้บริการจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้บริษัทสามารถกลับมาทำกำไรได้อย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BCH ไตรมาส 0/Year ?
รายได้รวม
2,998.08
ล้านบาท
↑ 6.9% YoY
กำไรขั้นต้น
778.25
ล้านบาท
↑ 20.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
25.96
%
กำไรสุทธิ
259.50
ล้านบาท
↑ 11.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.66
%
D/E Ratio
0.23
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,998
↑ + 6.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
778
↑ + 20.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
259
↑ + 11.4%
YoY
D/E Ratio
0.23
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BCH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.23
ROE (%)
10.07
ROA (%)
10.78
Book Value/หุ้น
5.24
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BCH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,197
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+591
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BCH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,196.66
+36.52%
|
-876.55
-62.27%
|
-2,323.19
+505.30%
|
-383.81
-190.82%
|
422.62
-228.74%
|
-328.27
-497.57%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
591.27
-23.75%
|
775.40
+103.32%
|
381.37
-67.11%
|
1,159.47
-281.29%
|
-639.56
-130.04%
|
2,129.21
+1,189.57%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
550.27
-69.80%
|
1,822.07
-47.08%
|
3,443.37
+28.28%
|
2,684.31
-369.74%
|
-995.14
+111.48%
|
-470.55
+258.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
194.58
-84.87%
|
1,285.99
-14.36%
|
1,501.55
-56.60%
|
3,459.98
+343.67%
|
779.86
+230.44%
|
236.01
+103.05%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,345.36
-38.37%
|
2,183.06
-15.98%
|
2,598.19
-42.52%
|
4,520.06
+378.92%
|
943.81
+19.10%
|
792.42
+22.72%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,591.09
+18.26%
|
1,345.36
-38.37%
|
2,183.06
-15.98%
|
2,598.19
-42.52%
|
4,520.06
+378.92%
|
943.81
+19.10%
|