บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
11.30
0.20 (1.74%)
สรุปสั้น
การระบาดของโรคโควิด-19 ลดลงอย่างมีนัยยะสําคัญ ทําให้บริษัทมีรายได้รวมจํานวน 3,453.9 ล้านบาท ลดลงร้อยละ (56.7) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยบริษัทรายงานขาดทุนขั้นต้นจํานวน (90.3) ล้านบาท ลดลงร้อยละ (102.1)
ขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทจํานวน (403.1) ล้านบาท ลดลง ร้อยละ (113.9) ซึ่งรวมรายการผลขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้าคงเหลือและเงินจ่ายล่วงหน้าที่เกี่ยวข้องกับวัคซีน ทางเลือกโมเดอร์นา จํานวน (1,597.6) ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม หากตัดรายการปรับปรุงที่นอกเหนือจากการดําเนินงาน ปกติของบริษัทจะส่งผลให้มีกําไรปกติก่อนต้นทุนทางการเงิน ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจําหน่าย (Core EBITDA) ที่ 991.8 ล้านบาท ลดลงร้อยละ (76.1) และกําไรปกติสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัท (Core profit) ที่ 498.8 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 82.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9975 out_tok=2437 at=2026-07-25T11:31:18 -->
# BCH กำไร Q3/2564 พุ่ง 600% รับอานิสงส์โควิด-19 หนุนรายได้
## รายได้ผู้ป่วยทั่วไปโตแรง 400% ขณะที่ Hospitel และ ATK สร้างรายได้เสริม
บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นจำนวน 2,896.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 600.65% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของรายได้จากการให้บริการภาคปกติ โดยเฉพาะการรักษาโรคตามฤดูกาล และการให้บริการทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ BCH ในไตรมาส 3/2564 คือการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ **รายได้ผู้ป่วยทั่วไป** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 398.39% YoY โดยมีสัดส่วนสูงถึง 90.36% ของรายได้รวม ปัจจัยนี้เกิดจากการฟื้นตัวของการให้บริการภาคปกติ ประกอบกับการเข้ามาของรายได้จากการให้บริการทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์การระบาดของโควิด-19
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ระลอกใหญ่ในไตรมาส 3/2564 ส่งผลให้มีความต้องการบริการทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับโรคนี้สูงขึ้นอย่างมีนัยยะ บริษัทได้ขยายศักยภาพในการรองรับผู้ป่วย โดยเพิ่มจำนวนเตียงสำหรับหอผู้ป่วยแยกโรคภายในสถานพยาบาล และเพิ่มจำนวนเตียงในหอผู้ป่วยเฉพาะกิจ (Hospitel) อย่างมีนัยยะ รวมถึงการให้บริการตรวจคัดกรองผู้ป่วยเชิงรุกด้วยวิธี RT-PCR และ ATK ซึ่งทั้งหมดนี้ได้กลายเป็นแหล่งรายได้สำคัญที่เข้ามาเสริมรายได้จากการรักษาโรคตามฤดูกาลที่เริ่มฟื้นตัว
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่องในระยะสั้น แต่ต้องจับตาการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โควิด-19** ฝ่ายจัดการระบุว่าสถานการณ์การระบาดเริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น และมีการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความต้องการบริการที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงร่วมสนับสนุนมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดในภาคอุตสาหกรรม และมีแผนการให้บริการฉีดวัคซีนทางเลือกโมเดอร์นา ซึ่งจะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ปลายปี 2564 ต่อเนื่องไปถึงปี 2565 ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนรายได้เพิ่มเติม
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 600.65% YoY:** จาก 413.36 ล้านบาท เป็น 2,896.24 ล้านบาท
* **รายได้รวมเติบโต 235.69% YoY:** แตะ 7,978.10 ล้านบาท
* **รายได้ผู้ป่วยทั่วไปโตแกร่ง 398.39% YoY:** คิดเป็น 90.36% ของรายได้รวม
* **อัตรากำไรขั้นต้นพุ่ง:** จาก 36.57% เป็น 53.66%
* **อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นก้าวกระโดด:** จาก 17.39% เป็น 36.30%
* **เปิดโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เวียงจันทน์:** ได้รับการตอบรับที่ดี
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3/2564 บริษัทมีรายได้รวม 7,978.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 235.69% YoY โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ผู้ป่วยทั่วไปที่เติบโตถึง 398.39% YoY จาก 1,446.41 ล้านบาท เป็น 7,208.80 ล้านบาท ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการให้บริการรักษาโรคตามฤดูกาลและการให้บริการทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 เช่น การตรวจคัดกรอง การรักษาในหอผู้ป่วยแยกโรค และ Hospitel
ในขณะที่รายได้ผู้ป่วยโครงการประกันสังคมลดลง 17.78% YoY เนื่องจากรายได้ค่าบริการทางการแพทย์ตามภาระเสี่ยงส่วนที่เหลือที่คาดว่าจะได้รับชำระในไตรมาส 4/2564
ต้นทุนกิจการโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น 146.52% YoY เป็น 3,688.58 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนบริการจากหอผู้ป่วยเฉพาะกิจ (Hospitel) และต้นทุนห้องปฏิบัติการ RT-PCR เพื่อค้นหาผู้ติดเชื้อโควิด-19
อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรต่างๆ ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยยะ โดยอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 36.57% เป็น 53.66% และอัตรากำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 17.39% เป็น 36.30%
สำหรับงวดเก้าเดือนแรกปี 2564 บริษัทมีรายได้รวม 14,691.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 120.10% YoY และมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 4,365.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 359.02% YoY
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 และการเปิดประเทศ จะช่วยหนุนการเดินทางเข้าประเทศ และส่งผลดีต่อรายได้จากผู้ป่วยชาวต่างชาติและชาวต่างชาติที่พำนักในไทย (Expatriate)
* **การให้บริการฉีดวัคซีนทางเลือก:** การทยอยรับมอบและให้บริการฉีดวัคซีนโมเดอร์นา จะเป็นแหล่งรายได้ใหม่ที่สำคัญ
* **การขยายเครือข่ายโรงพยาบาล:** การเปิดโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เวียงจันทน์ ได้รับการตอบรับที่ดี เป็นโอกาสในการขยายตลาดในต่างประเทศ
* **การให้บริการทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19:** แม้สถานการณ์จะคลี่คลาย แต่ยังคงมีความต้องการบริการตรวจคัดกรองและรักษาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการสนับสนุนโครงการ Factory Sandbox
## ความเสี่ยง
* **การกลับมาระบาดของโควิด-19:** ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การระบาด อาจส่งผลกระทบต่อจำนวนผู้ป่วยและความต้องการบริการทางการแพทย์
* **การแข่งขันในธุรกิจโรงพยาบาล:** การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมบริการสุขภาพ
* **การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐ:** นโยบายด้านสาธารณสุขและประกันสังคม อาจส่งผลกระทบต่อรายได้จากผู้ป่วยโครงการประกันสังคม
* **ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น:** ต้นทุนยา เวชภัณฑ์ และบุคลากรทางการแพทย์ อาจปรับตัวสูงขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มรายได้จากผู้ป่วยทั่วไป และการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ในไตรมาสถัดไป
* ความคืบหน้าและผลตอบรับจากการให้บริการฉีดวัคซีนโมเดอร์นา
* ผลประกอบการของโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เวียงจันทน์
* การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ
* การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 และมาตรการภาครัฐ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้:** รายได้ผู้ป่วยทั่วไปเติบโตอย่างมีนัยยะจากการให้บริการรักษาโรคตามฤดูกาลและการให้บริการทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 เช่น การตรวจคัดกรอง RT-PCR และ ATK รวมถึงการรักษาใน Hospitel ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันรายได้รวมให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด
**ต้นทุน:** ต้นทุนกิจการโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นตามปริมาณการให้บริการที่สูงขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับ Hospitel และการตรวจ RT-PCR อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนผันแปรและค่าใช้จ่ายคงที่อื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก
**การขยายธุรกิจ:** การเปิดโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เวียงจันทน์ ถือเป็นการขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ และได้รับการตอบรับที่ดี ซึ่งเป็นสัญญาณบวกสำหรับโอกาสการเติบโตในอนาคต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 24,867.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50.46% YoY โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ลูกหนี้การค้า รายได้ค้างรับ และเงินจ่ายล่วงหน้าค่าวัคซีนทางเลือก
หนี้สินรวมอยู่ที่ 13,244.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.80% YoY ส่วนใหญ่มาจากการเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินเพื่อรองรับการลงทุนก่อสร้างโรงพยาบาลใหม่
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมเพิ่มขึ้น 52.40% YoY เป็น 11,622.81 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของกำไรสะสม
กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงานเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะ เป็น 2,642.10 ล้านบาท จาก 1,071.58 ล้านบาท ในปีก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนถึงผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดปลายงวดเพิ่มขึ้นสุทธิ 1,343.85 ล้านบาท
## สรุปท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 3/2564 ของ BCH เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีหัวใจกำไรอยู่ที่การขยายตัวอย่างก้าวกระโดดของรายได้ผู้ป่วยทั่วไป ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการให้บริการทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ควบคู่ไปกับการฟื้นตัวของบริการภาคปกติ แม้จะมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โควิด-19 และการแข่งขันในอุตสาหกรรม แต่การเปิดโรงพยาบาลใหม่ในต่างประเทศ และแผนการให้บริการฉีดวัคซีนทางเลือก ยังคงเป็นโอกาสสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BCH ไตรมาส 0/Year ?
รายได้รวม
2,998.08
ล้านบาท
↑ 6.9% YoY
กำไรขั้นต้น
778.25
ล้านบาท
↑ 20.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
25.96
%
กำไรสุทธิ
259.50
ล้านบาท
↑ 11.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.66
%
D/E Ratio
0.23
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,998
↑ + 6.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
778
↑ + 20.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
259
↑ + 11.4%
YoY
D/E Ratio
0.23
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BCH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.23
ROE (%)
10.07
ROA (%)
10.78
Book Value/หุ้น
5.24
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BCH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,197
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+591
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BCH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,196.66
+36.52%
|
-876.55
-62.27%
|
-2,323.19
+505.30%
|
-383.81
-190.82%
|
422.62
-228.74%
|
-328.27
-497.57%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
591.27
-23.75%
|
775.40
+103.32%
|
381.37
-67.11%
|
1,159.47
-281.29%
|
-639.56
-130.04%
|
2,129.21
+1,189.57%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
550.27
-69.80%
|
1,822.07
-47.08%
|
3,443.37
+28.28%
|
2,684.31
-369.74%
|
-995.14
+111.48%
|
-470.55
+258.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
194.58
-84.87%
|
1,285.99
-14.36%
|
1,501.55
-56.60%
|
3,459.98
+343.67%
|
779.86
+230.44%
|
236.01
+103.05%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,345.36
-38.37%
|
2,183.06
-15.98%
|
2,598.19
-42.52%
|
4,520.06
+378.92%
|
943.81
+19.10%
|
792.42
+22.72%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,591.09
+18.26%
|
1,345.36
-38.37%
|
2,183.06
-15.98%
|
2,598.19
-42.52%
|
4,520.06
+378.92%
|
943.81
+19.10%
|