บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
11.30
0.20 (1.74%)
สรุปสั้น
การระบาดของโรคโควิด-19 ลดลงอย่างมีนัยยะสําคัญ ทําให้บริษัทมีรายได้รวมจํานวน 3,453.9 ล้านบาท ลดลงร้อยละ (56.7) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยบริษัทรายงานขาดทุนขั้นต้นจํานวน (90.3) ล้านบาท ลดลงร้อยละ (102.1)
ขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทจํานวน (403.1) ล้านบาท ลดลง ร้อยละ (113.9) ซึ่งรวมรายการผลขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้าคงเหลือและเงินจ่ายล่วงหน้าที่เกี่ยวข้องกับวัคซีน ทางเลือกโมเดอร์นา จํานวน (1,597.6) ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม หากตัดรายการปรับปรุงที่นอกเหนือจากการดําเนินงาน ปกติของบริษัทจะส่งผลให้มีกําไรปกติก่อนต้นทุนทางการเงิน ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจําหน่าย (Core EBITDA) ที่ 991.8 ล้านบาท ลดลงร้อยละ (76.1) และกําไรปกติสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัท (Core profit) ที่ 498.8 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 82.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-3.1-flash-lite in_tok=39256 out_tok=1669 at=2026-08-14T08:51:06 -->
# BCH กำไรสุทธิ Q2/2569 หดตัว 11.6% YoY รับผลกระทบปิดด่านชายแดนและปรับรูปแบบการรักษา
## รายได้รวมลดลงเล็กน้อย 1.1% YoY ขณะที่ต้นทุนบุคลากรและค่าเสื่อมราคาจากการปรับปรุงโรงพยาบาลกดดันอัตรากำไร
บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH รายงานผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 2 ปี 2569 โดยมีรายได้รวม 3,012.8 ล้านบาท ลดลง 1.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) จากการลดลงของรายได้ศูนย์เฉพาะทางบางแห่งและการปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทอยู่ที่ 343.1 ล้านบาท ลดลง 11.6% YoY โดยฝ่ายจัดการชี้ว่าปัจจัยกดดันหลักมาจากต้นทุนดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจากการขยายศักยภาพและการปรับปรุงโรงพยาบาลในเครือเพื่อรองรับผู้ป่วยโรคซับซ้อนในระยะยาว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
**หัวใจรอบนี้คือ "การปรับโครงสร้างรายได้และต้นทุนจากการลงทุนในสินทรัพย์"**
กำไรสุทธิที่ลดลง 11.6% YoY มีสาเหตุหลักจากการลดลงของรายได้ในกลุ่มผู้ป่วยทั่วไป (โดยเฉพาะศูนย์ KPS และศูนย์เวชศาสตร์ป้องกัน) และผลกระทบจากการปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ประกอบกับต้นทุนดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น 0.7% YoY จากค่าใช้จ่ายบุคลากรทางการแพทย์และค่าเสื่อมราคาจากการเปิดพื้นที่ปรับปรุงใหม่ของโรงพยาบาลในเครือ (เช่น เกษมราษฎร์ ปทุมธานี และบางแค)
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น**
1. **รายได้:** รายได้ผู้ป่วยทั่วไปลดลง 4.4% YoY เนื่องจากการเปลี่ยนรูปแบบการรักษาจากหัตถการผ่าตัดเป็นแนวทางที่ไม่ผ่าตัด รวมถึงจำนวนผู้รับบริการที่ลดลงในช่วงเทศกาลสงกรานต์และการปิดด่านชายแดน
2. **ต้นทุน:** แม้รายได้จะลดลง แต่บริษัทมีต้นทุนเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มแพทย์และบุคลากรสนับสนุนเพื่อรองรับผู้ป่วยโรคซับซ้อน รวมถึงค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนปรับปรุงโรงพยาบาล ซึ่งเป็นกลยุทธ์ระยะยาวในการยกระดับศักยภาพการรักษา
3. **รายการพิเศษ:** ในไตรมาสนี้มีการรับรู้รายได้ส่วนเพิ่มจากการรักษาผู้ป่วย 26 โรคเรื้อรัง จำนวน 53.4 ล้านบาท ซึ่งช่วยพยุงผลประกอบการไว้บางส่วน
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่**
**มีโอกาสต่อเนื่องในแง่ของต้นทุน แต่คาดว่ารายได้จะฟื้นตัว** จากที่ระบุในเอกสาร บริษัทคาดว่าผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังจะดีขึ้นจากปัจจัยฤดูกาล (โรคระบบทางเดินหายใจ) และการฟื้นตัวของกลุ่มผู้ป่วยตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม แรงกดดันจากฐานเปรียบเทียบผู้ป่วยกัมพูชาจะเริ่มลดลงในครึ่งปีหลัง ส่วนต้นทุนค่าเสื่อมราคาจากการลงทุนจะเป็นภาระต่อเนื่อง แต่บริษัทเชื่อมั่นว่าการยกระดับศูนย์การแพทย์จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม:** 3,012.8 ล้านบาท (-1.1% YoY)
* **กำไรสุทธิ:** 343.1 ล้านบาท (-11.6% YoY)
* **รายได้ประกันสังคม:** เติบโต 4.3% YoY จากการเป็นศูนย์รับส่งต่อผู้ป่วยโรคซับซ้อน
* **EBITDA Margin:** อยู่ที่ 24.9% เทียบกับ 26.0% ในปีก่อน
* **การลงทุน:** อยู่ระหว่างก่อสร้างโรงพยาบาลใหม่ (ระยอง, สุวรรณภูมิ) และปรับปรุงโรงพยาบาลเดิมเพื่อเพิ่มจำนวนเตียง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ได้รับผลกระทบจากรายได้ที่ลดลงในกลุ่มผู้ป่วยทั่วไปและการปิดด่านชายแดน แต่ยังคงเห็นการเติบโตของรายได้ประกันสังคมที่ 4.3% YoY สะท้อนถึงความสำเร็จในการปรับตัวเป็นศูนย์รับส่งต่อผู้ป่วยโรคซับซ้อน (RW > 2)
## โอกาส
* การเข้าสู่ฤดูฝนที่คาดว่าจะเพิ่มจำนวนผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ
* การฟื้นตัวของกลุ่มผู้ป่วยตะวันออกกลางตามสถานการณ์ความขัดแย้งที่ผ่อนคลาย
* แผนการเปิดอาคารใหม่ของโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ แม่สาย ในเดือนกันยายน 2569
* การปรับปรุงโรงพยาบาลรัตนาธิเบศร์เพื่อเพิ่มจำนวนเตียงจาก 119 เป็น 220 เตียง
## ความเสี่ยง
* ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา
* การแข่งขันในกลุ่มผู้ป่วยทั่วไปและการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการรักษาที่อาจลดรายได้จากหัตถการ
* ภาระค่าเสื่อมราคาและค่าใช้จ่ายบุคลากรที่เพิ่มขึ้นจากการขยายโรงพยาบาลใหม่
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
1. ความคืบหน้าการเปิดอาคารใหม่ของโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ แม่สาย
2. การพิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายค่าบริการทางการแพทย์ของประกันสังคม
3. การฟื้นตัวของจำนวนผู้ป่วยต่างชาติ (ตะวันออกกลางและกัมพูชา)
4. การควบคุมต้นทุนดำเนินงานในระหว่างช่วงการลงทุนขยายสาขา
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **Occupancy/Utilization:** รายได้ประกันสังคมเติบโตจากการเป็นศูนย์รับส่งต่อผู้ป่วยโรคซับซ้อนและการให้บริการ Sleep Test
* **ต้นทุนแรงงาน:** เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มแพทย์และบุคลากรสนับสนุนเพื่อรองรับการขยายตัวของศูนย์เฉพาะทาง
* **อัตรากำไร:** GPM อยู่ที่ 28.7% ลดลงจาก 30.1% ในปีก่อน สะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการปรับปรุงพื้นที่ให้บริการ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 17,415.7 ล้านบาท ลดลง 0.4% จากสิ้นปีก่อน กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 758.3 ล้านบาท โดยบริษัทมีการใช้เงินลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์จำนวน 749.9 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายตัวของโรงพยาบาลในเครือ
## สรุปท้าย
BCH เผชิญความท้าทายในไตรมาส 2/2569 จากปัจจัยภายนอกและการปรับตัวของกลุ่มผู้ป่วยทั่วไป แต่ยังคงรักษาความสามารถในการเติบโตของรายได้ประกันสังคมไว้ได้ การลงทุนในสินทรัพย์และเทคโนโลยีทางการแพทย์ในปัจจุบันแม้จะกดดันกำไรในระยะสั้น แต่เป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างฐานรายได้จากผู้ป่วยโรคซับซ้อนและเตรียมพร้อมสำหรับการเติบโตในระยะยาวเมื่อโรงพยาบาลใหม่เปิดให้บริการครบถ้วน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BCH ไตรมาส 0/Year ?
รายได้รวม
2,998.08
ล้านบาท
↑ 6.9% YoY
กำไรขั้นต้น
778.25
ล้านบาท
↑ 20.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
25.96
%
กำไรสุทธิ
259.50
ล้านบาท
↑ 11.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.66
%
D/E Ratio
0.23
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,998
↑ + 6.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
778
↑ + 20.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
259
↑ + 11.4%
YoY
D/E Ratio
0.23
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BCH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.23
ROE (%)
10.07
ROA (%)
10.78
Book Value/หุ้น
5.24
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BCH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,197
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+591
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BCH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,196.66
+36.52%
|
-876.55
-62.27%
|
-2,323.19
+505.30%
|
-383.81
-190.82%
|
422.62
-228.74%
|
-328.27
-497.57%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
591.27
-23.75%
|
775.40
+103.32%
|
381.37
-67.11%
|
1,159.47
-281.29%
|
-639.56
-130.04%
|
2,129.21
+1,189.57%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
550.27
-69.80%
|
1,822.07
-47.08%
|
3,443.37
+28.28%
|
2,684.31
-369.74%
|
-995.14
+111.48%
|
-470.55
+258.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
194.58
-84.87%
|
1,285.99
-14.36%
|
1,501.55
-56.60%
|
3,459.98
+343.67%
|
779.86
+230.44%
|
236.01
+103.05%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,345.36
-38.37%
|
2,183.06
-15.98%
|
2,598.19
-42.52%
|
4,520.06
+378.92%
|
943.81
+19.10%
|
792.42
+22.72%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,591.09
+18.26%
|
1,345.36
-38.37%
|
2,183.06
-15.98%
|
2,598.19
-42.52%
|
4,520.06
+378.92%
|
943.81
+19.10%
|