บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
11.30
0.20 (1.74%)
สรุปสั้น
การระบาดของโรคโควิด-19 ลดลงอย่างมีนัยยะสําคัญ ทําให้บริษัทมีรายได้รวมจํานวน 3,453.9 ล้านบาท ลดลงร้อยละ (56.7) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยบริษัทรายงานขาดทุนขั้นต้นจํานวน (90.3) ล้านบาท ลดลงร้อยละ (102.1)
ขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทจํานวน (403.1) ล้านบาท ลดลง ร้อยละ (113.9) ซึ่งรวมรายการผลขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้าคงเหลือและเงินจ่ายล่วงหน้าที่เกี่ยวข้องกับวัคซีน ทางเลือกโมเดอร์นา จํานวน (1,597.6) ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม หากตัดรายการปรับปรุงที่นอกเหนือจากการดําเนินงาน ปกติของบริษัทจะส่งผลให้มีกําไรปกติก่อนต้นทุนทางการเงิน ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจําหน่าย (Core EBITDA) ที่ 991.8 ล้านบาท ลดลงร้อยละ (76.1) และกําไรปกติสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัท (Core profit) ที่ 498.8 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 82.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10823 out_tok=3307 at=2026-07-25T10:51:54 -->
# BCH กำไรสุทธิ Q1/2566 ดิ่ง 87.5% รับรายได้โควิดวูบ แต่ประกันสังคมยังโตแกร่ง
## รายได้รวมวูบ 62.1% หลังปัจจัยโควิดคลี่คลาย ฝ่ายบริหารเร่งปรับกลยุทธ์เน้นผู้ป่วยทั่วไป-ประกันสังคม-ต่างชาติ-ความงาม
บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้รวม 2,696.1 ล้านบาท ลดลง 62.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 253.9 ล้านบาท ลดลง 87.5% โดยปัจจัยหลักมาจากการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ซึ่งเคยเป็นรายได้ก้อนใหญ่ในปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม บริษัทได้เตรียมพร้อมปรับกลยุทธ์เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว โดยเน้นการขยายฐานผู้ป่วยทั่วไป ประกันสังคม ผู้ป่วยต่างชาติ และตลาดความงามและป้องกันโรค
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: บริการ
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก volume/SSS, จำนวนลูกค้า-สาขา, utilization, ราคาขาย, ต้นทุนแรงงาน/ค่าเช่า, หรือรายได้พิเศษ
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ BCH ในไตรมาส 1 ปี 2566 เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การลดลงอย่างมหาศาลของรายได้จากการรักษาผู้ป่วยโควิด-19** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้รวมและกำไรสุทธิ โดยรายได้รวมลดลงถึง 62.1% และกำไรสุทธิลดลงถึง 87.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่คลี่คลายลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้การดำเนินธุรกิจและการใช้ชีวิตของผู้คนกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ประกอบกับการที่ภาครัฐได้ยกเลิกโครงการที่เกี่ยวกับการดูแลรักษาพยาบาลผู้ป่วยโควิด-19 และปรับให้ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาตามสิทธิพื้นฐาน ส่งผลให้รายได้ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาโรคโควิด-19 จากโครงการภาครัฐลดลงจาก 3,404.1 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2565 เหลือเพียง 10.5 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2566 หรือลดลงถึง 99.7% นอกจากนี้ รายได้ผู้ป่วยทั่วไปก็ลดลง 39.0% โดยเฉพาะรายได้ผู้ป่วยนอกที่ลดลง 50.6% เนื่องจากฐานรายได้ในปีก่อนสูงจากการให้บริการฉีดวัคซีนทางเลือกและตรวจคัดกรองโควิด-19
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ลักษณะครั้งคราว** เนื่องจากปัจจัยหลักที่ทำให้รายได้และกำไรลดลงคือการสิ้นสุดของสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งเป็นปัจจัยพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในปีก่อนหน้า แม้ว่ารายได้จากการรักษาโควิด-19 จะลดลงอย่างมาก แต่บริษัทได้แสดงกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการชดเชยรายได้ส่วนนี้ โดยเน้นการเติบโตจากผู้ป่วยทั่วไป ประกันสังคม ผู้ป่วยต่างชาติ และตลาดความงามและป้องกันโรค ซึ่งมีแนวโน้มที่ดีในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q1/2566 อยู่ที่ 2,696.1 ล้านบาท ลดลง 62.1% YoY** โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของรายได้รักษาผู้ป่วยโควิด-19
* **กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น Q1/2566 อยู่ที่ 253.9 ล้านบาท ลดลง 87.5% YoY** สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง
* **รายได้ผู้ป่วยประกันสังคมเติบโต 13.8% YoY** โดยมีจำนวนผู้ประกันตนเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 8.3% และเตรียมรับผลบวกจากการปรับขึ้นค่าบริการเหมาจ่ายรายหัว
* **บริษัทมีแผนรุกตลาดผู้ป่วยต่างชาติ** หลังการเปิดประเทศและการปรับเกณฑ์วีซ่า รวมถึงการจับมือกับพันธมิตรในจีนเพื่อให้บริการผู้มีบุตรยากและเวชศาสตร์ชะลอวัย
* **ขยายธุรกิจสู่ตลาดความงามและเวชศาสตร์ป้องกัน** โดยเปิดศูนย์ศัลยกรรมตกแต่งและความงาม และศูนย์เวชศาสตร์ป้องกันและฟื้นฟูสุขภาพ
* **เดินหน้าขยายโรงพยาบาลใหม่ 2 แห่ง** คือ ศูนย์มะเร็งรังสีรักษา เกษมราษฎร์อมรี และโรงพยาบาลเกษมราษฎร์สุวรรณภูมิ พร้อมปรับปรุงพื้นที่ใช้สอยโรงพยาบาลเดิม
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH มีรายได้รวม 2,696.1 ล้านบาท ลดลง 62.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการลดลงของรายได้การรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่กลับเข้าสู่สถานการณ์ปกติ และลดลง 3.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากเป็นช่วงที่มีการระบาดของโรคประจำฤดูกาลน้อยกว่า โดยกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 362.4 ล้านบาท ลดลง 86.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 253.9 ล้านบาท ลดลง 87.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาโครงสร้างรายได้ พบว่ารายได้ผู้ป่วยทั่วไปลดลง 39.0% โดยรายได้ผู้ป่วยนอกลดลง 50.6% และรายได้ผู้ป่วยในลดลง 19.5% ในขณะที่รายได้ผู้ป่วยในโครงการประกันสังคมเติบโต 13.8% โดยมีจำนวนผู้ประกันตนเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 8.3% สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ประกันตนต่อการให้บริการของโรงพยาบาลในเครือ
ด้านต้นทุนและค่าใช้จ่ายดำเนินงานรวมอยู่ที่ 2,333.7 ล้านบาท ลดลง 46.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการลดลงของต้นทุนกิจการโรงพยาบาล 50.2% จากการลดลงของต้นทุนการให้บริการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 และต้นทุนสินค้าคงเหลือจากวัคซีนทางเลือกโมเดอร์นา
อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 45.1% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 27.6% ในไตรมาสนี้ อัตรากำไรจากการดำเนินงานลดลงจาก 38.5% เป็น 13.4% และอัตรากำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นลดลงจาก 28.5% เป็น 9.4%
## โอกาส
* **การเติบโตต่อเนื่องของรายได้ผู้ป่วยประกันสังคม:** จำนวนผู้ประกันตนที่เพิ่มขึ้นและการปรับขึ้นค่าบริการเหมาจ่ายรายหัว (Basic Capitation) ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2566 จะเป็นปัจจัยหนุนรายได้ที่สำคัญ
* **การขยายฐานผู้ป่วยต่างชาติ:** การเปิดประเทศของจีนและเมียนมา รวมถึงการปรับเกณฑ์วีซ่าใหม่ จะส่งเสริมให้ผู้ป่วยต่างชาติเดินทางมาใช้บริการรักษาพยาบาลในประเทศไทยเพิ่มขึ้น
* **ตลาดการดูแลเชิงป้องกันและความสวยงาม:** ความต้องการบริการด้านความงามและการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง บริษัทได้เปิดศูนย์ศัลยกรรมตกแต่งและความงาม และศูนย์เวชศาสตร์ป้องกันและฟื้นฟูสุขภาพ เพื่อตอบสนองความต้องการนี้
* **การขยายโรงพยาบาลแห่งใหม่:** การก่อสร้างโรงพยาบาลเกษมราษฎร์สุวรรณภูมิ และศูนย์มะเร็งรังสีรักษา เกษมราษฎร์อมรี จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการรองรับผู้ป่วยในอนาคต
* **การปรับปรุงพื้นที่ใช้สอย:** การปรับปรุงโรงพยาบาลเดิมจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้ป่วย
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในธุรกิจโรงพยาบาล:** ธุรกิจโรงพยาบาลมีการแข่งขันสูง ทั้งจากโรงพยาบาลเอกชนและโรงพยาบาลรัฐ
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจ:** สภาวะเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้ป่วยทั่วไป
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบภาครัฐ:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโรงพยาบาลและประกันสังคม อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ
* **ต้นทุนการดำเนินงานที่อาจเพิ่มขึ้น:** ต้นทุนบุคลากรทางการแพทย์ ค่าเวชภัณฑ์ และค่าสาธารณูปโภค อาจมีการปรับตัวสูงขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การฟื้นตัวของรายได้ผู้ป่วยทั่วไป:** โดยเฉพาะผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในทั่วไป จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญของการกลับมาเติบโตตามปกติ
* **การเติบโตของผู้ป่วยต่างชาติ:** การขยายฐานผู้ป่วยกลุ่มนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญในการชดเชยรายได้ที่หายไปจากโควิด-19
* **ผลตอบรับจากตลาดความงามและเวชศาสตร์ป้องกัน:** กลยุทธ์ใหม่นี้จะสามารถสร้างรายได้และกำไรได้มากน้อยเพียงใด
* **ความคืบหน้าการก่อสร้างโรงพยาบาลใหม่:** การเปิดดำเนินการตามแผนจะช่วยเพิ่มศักยภาพการเติบโตในระยะยาว
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมค่าใช้จ่ายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมท่ามกลางแรงกดดันด้านต้นทุน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้ผู้ป่วยทั่วไป:** แม้จะลดลง 39.0% YoY แต่ยังคงเป็นสัดส่วนรายได้หลักที่ 66.1% ของรายได้กิจการโรงพยาบาล โดยรายได้ผู้ป่วยนอกลดลง 50.6% และผู้ป่วยในลดลง 19.5% ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าส่วนหนึ่งมาจากฐานที่สูงในปีก่อนจากการให้บริการวัคซีนและตรวจโควิด-19
* **รายได้ผู้ป่วยประกันสังคม:** เติบโต 13.8% YoY คิดเป็น 33.5% ของรายได้กิจการโรงพยาบาล โดยมีจำนวนผู้ประกันตนเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 8.3% และคาดว่าจะได้รับผลบวกจากการปรับขึ้นค่าบริการเหมาจ่ายรายหัวเป็น 1,808 บาทต่อผู้ประกันตน ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2566
* **รายได้โควิด-19:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 99.7% YoY เหลือเพียง 10.5 ล้านบาท สะท้อนถึงการกลับสู่ภาวะปกติ
* **ต้นทุนกิจการโรงพยาบาล:** ลดลง 50.2% YoY สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง โดยเฉพาะต้นทุนการรักษาโควิด-19 และวัคซีน
* **ต้นทุน SG&A:** ลดลง 19.0% YoY จากการลดลงของหนี้สูญและผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2566 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 18,803.1 ล้านบาท ลดลง 5.0% จากสิ้นปีก่อน ส่วนใหญ่เกิดจากการลดลงของลูกหนี้การค้าและเงินสดที่ใช้ในการคืนหนี้เงินกู้
หนี้สินรวมอยู่ที่ 4,995.8 ล้านบาท ลดลง 20.5% จากสิ้นปีก่อน เนื่องจากการชำระคืนหุ้นกู้และหนี้เงินกู้สถาบันการเงิน
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 13,807.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% จากสิ้นปีก่อน เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสะสม
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.4 เท่า ลดลงจาก 0.5 เท่า สะท้อนถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น
กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากการดำเนินงานอยู่ที่ 1,264.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 2,102.6 ล้านบาทในปีก่อนหน้า (ตัวเลขในเอกสารอาจคลาดเคลื่อนเนื่องจากตัวเลขในตารางกระแสเงินสดรวม Q1/2566 คือ 1,264.4 ล้านบาท แต่ในคำอธิบายระบุว่า "เงินสดสุทธิ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 ลดลงสุทธิจำนวน (105.5) ล้านบาท" และ "เงินสดสุทธิ ณ วันที่ 1 มกราคม 2566 จำนวน 2,598.2 ล้านบาท และจากการดำเนินงานในกิจกรรมต่างๆ ส่งผลให้เงินสดสุทธิปลายงวด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 เท่ากับ 2,492.7 ล้านบาท" ซึ่งหมายความว่ากระแสเงินสดจากการดำเนินงานบวกกับกระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุนและจัดหาเงินแล้วทำให้เงินสดลดลง) โดยกระแสเงินสดจากการดำเนินงานได้รับผลดีจากการรับชำระค่ารักษาพยาบาลจากภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับโรคโควิด-19
กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนอยู่ที่ (274.5) ล้านบาท จากการปรับปรุงอาคารโรงพยาบาล
กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินอยู่ที่ (1,095.4) ล้านบาท จากการชำระคืนหุ้นกู้และหนี้เงินกู้สถาบันการเงิน
## สรุปท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 ของ BCH ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการลดลงของรายได้จากการรักษาโควิด-19 ซึ่งเป็นปัจจัยชั่วคราว อย่างไรก็ตาม บริษัทได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัว โดยรายได้จากผู้ป่วยประกันสังคมยังคงเติบโตได้ดี และมีแผนกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการขยายฐานผู้ป่วยต่างชาติ ตลาดความงามและเวชศาสตร์ป้องกัน รวมถึงการลงทุนในโรงพยาบาลแห่งใหม่ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว โดยนักลงทุนควรจับตาการฟื้นตัวของรายได้ผู้ป่วยทั่วไปและการตอบรับของกลยุทธ์ใหม่ๆ ของบริษัท.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BCH ไตรมาส 0/Year ?
รายได้รวม
2,998.08
ล้านบาท
↑ 6.9% YoY
กำไรขั้นต้น
778.25
ล้านบาท
↑ 20.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
25.96
%
กำไรสุทธิ
259.50
ล้านบาท
↑ 11.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.66
%
D/E Ratio
0.23
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,998
↑ + 6.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
778
↑ + 20.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
259
↑ + 11.4%
YoY
D/E Ratio
0.23
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BCH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.23
ROE (%)
10.07
ROA (%)
10.78
Book Value/หุ้น
5.24
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BCH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,197
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+591
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BCH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,196.66
+36.52%
|
-876.55
-62.27%
|
-2,323.19
+505.30%
|
-383.81
-190.82%
|
422.62
-228.74%
|
-328.27
-497.57%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
591.27
-23.75%
|
775.40
+103.32%
|
381.37
-67.11%
|
1,159.47
-281.29%
|
-639.56
-130.04%
|
2,129.21
+1,189.57%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
550.27
-69.80%
|
1,822.07
-47.08%
|
3,443.37
+28.28%
|
2,684.31
-369.74%
|
-995.14
+111.48%
|
-470.55
+258.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
194.58
-84.87%
|
1,285.99
-14.36%
|
1,501.55
-56.60%
|
3,459.98
+343.67%
|
779.86
+230.44%
|
236.01
+103.05%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,345.36
-38.37%
|
2,183.06
-15.98%
|
2,598.19
-42.52%
|
4,520.06
+378.92%
|
943.81
+19.10%
|
792.42
+22.72%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,591.09
+18.26%
|
1,345.36
-38.37%
|
2,183.06
-15.98%
|
2,598.19
-42.52%
|
4,520.06
+378.92%
|
943.81
+19.10%
|