บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
11.30
0.20 (1.74%)
สรุปสั้น
การระบาดของโรคโควิด-19 ลดลงอย่างมีนัยยะสําคัญ ทําให้บริษัทมีรายได้รวมจํานวน 3,453.9 ล้านบาท ลดลงร้อยละ (56.7) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยบริษัทรายงานขาดทุนขั้นต้นจํานวน (90.3) ล้านบาท ลดลงร้อยละ (102.1)
ขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทจํานวน (403.1) ล้านบาท ลดลง ร้อยละ (113.9) ซึ่งรวมรายการผลขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้าคงเหลือและเงินจ่ายล่วงหน้าที่เกี่ยวข้องกับวัคซีน ทางเลือกโมเดอร์นา จํานวน (1,597.6) ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม หากตัดรายการปรับปรุงที่นอกเหนือจากการดําเนินงาน ปกติของบริษัทจะส่งผลให้มีกําไรปกติก่อนต้นทุนทางการเงิน ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจําหน่าย (Core EBITDA) ที่ 991.8 ล้านบาท ลดลงร้อยละ (76.1) และกําไรปกติสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัท (Core profit) ที่ 498.8 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 82.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11544 out_tok=3524 at=2026-07-25T10:47:10 -->
# BCH กำไร Q2/65 ทรงตัวเล็กน้อย รับแรงหนุนประกันสังคม-โควิด แต่ผู้ป่วยนอกทั่วไปวูบ
## รายได้รวมโต 28% สวนทางกำไรสุทธิลดลง 0.15% เหตุต้นทุนบริการโควิดพุ่ง-อัตรากำไรขั้นต้นหดตัว
บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้รวม 5,541.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.98% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นกลับลดลงเล็กน้อย 0.15% มาอยู่ที่ 1,143.96 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากต้นทุนบริการที่เกี่ยวเนื่องกับโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้น และอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ส่งผลต่อผลประกอบการของ BCH ในไตรมาส 2/2565 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากผู้ป่วยโครงการประกันสังคม ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับโควิด-19 เป็นหลัก** แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตถึง 27.98% แต่กำไรสุทธิกลับทรงตัวใกล้เคียงเดิม (ลดลง 0.15%) เนื่องจากต้นทุนบริการที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่แปรผันตามการให้บริการโควิด-19 ในรูปแบบ Hospitel และ Home Isolation รวมถึงอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจาก 46.25% ในปีก่อน เหลือ 36.87% ในไตรมาสนี้
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
รายได้จากผู้ป่วยโครงการประกันสังคมพุ่งสูงถึง 247.07% YoY คิดเป็น 45.43% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้นจาก 16.75% ในปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ประกันตนเฉลี่ย 9.55% และการรับรู้รายได้จากการให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับโควิด-19 แก่ผู้ประกันตนเป็นจำนวนมากถึง 1,703.79 ล้านบาท ซึ่งรวมถึงการให้บริการในรูปแบบหอผู้ป่วยเฉพาะกิจ (Hospitel) และการกักตัวที่บ้าน (Home Isolation) โดยโรงพยาบาลสามารถเบิกค่าบริการได้โดยตรงจากสำนักงานประกันสังคม
อย่างไรก็ตาม การให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับโควิด-19 เหล่านี้ ส่งผลให้ต้นทุนและค่าใช้จ่ายดำเนินงานรวมเพิ่มขึ้นถึง 47.50% โดยเฉพาะค่าตอบแทนแพทย์และต้นทุนบริการที่แปรผันตามการให้บริการโควิด-19 นอกจากนี้ รายได้ผู้ป่วยนอกทั่วไป ซึ่งเคยเป็นสัดส่วนหลักในปีก่อน กลับลดลงถึง 31.75% เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ดีขึ้น ทำให้การเข้ารับบริการตรวจคัดกรองโควิด-19 ลดลง แม้ว่าผู้ป่วยภาคปกติจะเริ่มฟื้นตัว แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยการลดลงของรายได้ส่วนนี้ได้ทั้งหมด
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด** ฝ่ายจัดการระบุว่าการให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับโควิด-19 แก่ผู้ประกันตนยังคงมีนัยสำคัญ และคาดว่าจะมีประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนทางเลือกโมเดอร์นามากขึ้น ซึ่งจะให้บริการได้ถึงไตรมาส 1/2566 นอกจากนี้ การกลับมาของนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพชาวต่างชาติ และผู้ป่วยภาคปกติในประเทศ ก็เป็นปัจจัยบวกที่คาดว่าจะช่วยหนุนรายได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนบริการที่เพิ่มขึ้น และการฟื้นตัวของรายได้ผู้ป่วยนอกทั่วไป จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาว่าบริษัทจะสามารถรักษาอัตรากำไรให้ดีขึ้นได้อย่างไร
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 27.98% YoY** สู่ระดับ 5,541.14 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนหลักจากผู้ป่วยโครงการประกันสังคม
* **กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นลดลง 0.15% YoY** อยู่ที่ 1,143.96 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนบริการที่เกี่ยวเนื่องกับโควิด-19 เพิ่มขึ้น และอัตรากำไรขั้นต้นลดลง
* **รายได้ผู้ป่วยโครงการประกันสังคมพุ่ง 247.07% YoY** เป็น 2,517.57 ล้านบาท คิดเป็น 45.43% ของรายได้รวม จากการให้บริการโควิด-19 และจำนวนผู้ประกันตนที่เพิ่มขึ้น
* **รายได้ผู้ป่วยนอกทั่วไปลดลง 31.75% YoY** เหลือ 1,256.38 ล้านบาท จากการลดลงของการตรวจคัดกรองโควิด-19
* **ต้นทุนและค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มขึ้น 47.50% YoY** เป็น 4,010.34 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นค่าตอบแทนแพทย์และต้นทุนบริการที่แปรผันตามการให้บริการโควิด-19
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง** จาก 46.25% ใน Q2/64 เป็น 36.87% ใน Q2/65
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้นลดลง** จาก 1.08 เท่า ณ สิ้นปี 2564 เป็น 0.68 เท่า ณ สิ้น Q2/65
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทมีรายได้รวม 5,541.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.98% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยนอกทั่วไป 22.67%, ผู้ป่วยในทั่วไป 31.57%, ผู้ป่วยโครงการประกันสังคม 45.43% และรายได้อื่น ๆ 0.33% รายได้ผู้ป่วยนอกทั่วไปลดลง 31.75% เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ดีขึ้นและการผ่อนคลายมาตรการภาครัฐ ส่งผลให้การเข้ารับบริการตรวจโควิด-19 ลดลง แม้ว่าผู้ป่วยภาคปกติจะเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นก็ตาม รายได้ผู้ป่วยในทั่วไปเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.12% เนื่องจากยังมีผู้เข้ารับบริการในรูปแบบการกักตัวที่บ้าน/โรงแรม และหอผู้ป่วยเฉพาะกิจจำนวนมาก ประกอบกับการฟื้นตัวของผู้ป่วยภาคปกติ รายได้อื่น ๆ เพิ่มขึ้น 8.95% จากค่าเช่าพื้นที่ภายในโรงพยาบาลเป็นหลัก
สำหรับผลการดำเนินงานงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทมีรายได้รวม 12,659.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 88.58% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีสัดส่วนรายได้ผู้ป่วยนอกทั่วไป 26.28%, ผู้ป่วยในทั่วไป 42.00%, ผู้ป่วยโครงการประกันสังคม 31.33% และรายได้อื่น ๆ 0.39%
ในด้านต้นทุนและค่าใช้จ่ายดำเนินงานในไตรมาส 2/2565 จำนวน 4,010.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.50% ส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นของค่าตอบแทนแพทย์และต้นทุนบริการที่แปรผันตามการให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับโรคโควิด-19 ในรูปแบบ Hospitel และ Home Isolation รวมถึงค่าซ่อมบำรุงอื่น ๆ ที่เพิ่มขึ้น
อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 2/2565 อยู่ที่ 36.87% ลดลงจาก 46.25% ในปีก่อน อัตรากำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 27.63% ลดลงจาก 37.20% อัตรากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA margin) อยู่ที่ 31.88% ลดลงจาก 41.94% และอัตรากำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 20.64% ลดลงจาก 26.46%
## โอกาส
* **การขยายศูนย์การแพทย์ระดับสูง:** บริษัทมุ่งมั่นขยายศูนย์การแพทย์และห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ระดับสูง เช่น ศูนย์มะเร็ง และศูนย์ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ เพื่อเพิ่มความพึงพอใจและลดต้นทุนส่งต่อผู้ป่วย
* **การเพิ่มศักยภาพของโรงพยาบาลในเครือ:** การติดตั้งห้องปฏิบัติการ RT-PCR ในทุกแห่ง, การร่วมมือกับโรงแรมเพื่อดำเนินการหอผู้ป่วยเฉพาะกิจ, การปรับปรุงโรงพยาบาลเดิม, การเปิดโรงพยาบาลใหม่ 3 แห่ง, การเปิดศูนย์ตติยภูมิทางการแพทย์ จะช่วยรองรับฐานผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น
* **การให้บริการฉีดวัคซีนโมเดอร์นา:** คาดว่าจะมีประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนทางเลือกโมเดอร์นามากขึ้น ซึ่งจะให้บริการได้ถึงไตรมาส 1/2566
* **การกลับเข้ามารับบริการของนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพชาวต่างชาติและคนไข้ภาคปกติ:** การผ่อนคลายมาตรการเดินทางและการส่งเสริมไทยเป็นศูนย์กลางการแพทย์ระดับภูมิภาค จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และคาดว่าจะมีผู้ป่วยภาคปกติทยอยเข้ารับบริการเพิ่มขึ้นจากอุปสงค์ที่ค้างอยู่
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมบริการสุขภาพ:** การแข่งขันที่รุนแรงอาจส่งผลต่อราคาและส่วนแบ่งทางการตลาด
* **การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐ:** นโยบายด้านสาธารณสุขและการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลของภาครัฐอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ โดยเฉพาะจากโครงการประกันสังคม
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ต้นทุนค่าตอบแทนบุคลากรทางการแพทย์และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
* **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โควิด-19:** แม้สถานการณ์จะดีขึ้น แต่การระบาดของสายพันธุ์ใหม่ๆ อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานได้
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** แม้ D/E ratio จะลดลง แต่การบริหารจัดการภาระดอกเบี้ยและเงินกู้ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้จากผู้ป่วยโครงการประกันสังคม:** จะยังคงเติบโตต่อเนื่องหรือไม่ และสัดส่วนรายได้จากบริการโควิด-19 จะลดลงอย่างไร
* **การฟื้นตัวของรายได้ผู้ป่วยนอกทั่วไป:** จะสามารถกลับมาเติบโตได้มากน้อยเพียงใด และชดเชยรายได้ส่วนอื่นที่ลดลงได้หรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุนบริการ:** บริษัทจะมีมาตรการอย่างไรในการควบคุมต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่แปรผันตามการให้บริการ
* **ความคืบหน้าในการเปิดศูนย์การแพทย์ใหม่:** การเปิดศูนย์มะเร็ง และศูนย์การแพทย์อื่น ๆ จะส่งผลต่อรายได้และกำไรอย่างไร
* **การกลับมาของนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ:** จะมีจำนวนมากน้อยเพียงใด และส่งผลต่อรายได้รวมของบริษัทมากน้อยแค่ไหน
* **การบริหารจัดการกระแสเงินสด:** การใช้เงินสดในการลงทุนและการจ่ายปันผล จะส่งผลต่อสภาพคล่องของบริษัทอย่างไร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้ผู้ป่วยโครงการประกันสังคม:** เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักในไตรมาสนี้ โดยมีรายได้ 2,517.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 247.07% YoY คิดเป็น 45.43% ของรายได้รวม การเพิ่มขึ้นนี้ส่วนใหญ่มาจากการให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับโควิด-19 แก่ผู้ประกันตนเป็นจำนวน 1,703.79 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงการปรับตัวของบริษัทในการให้บริการตามนโยบายภาครัฐ
* **รายได้ผู้ป่วยนอกทั่วไป:** ลดลง 31.75% YoY เหลือ 1,256.38 ล้านบาท เป็นผลจากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ทำให้ความต้องการตรวจคัดกรองลดลง แม้ผู้ป่วยภาคปกติจะเริ่มฟื้นตัว แต่ยังไม่สามารถชดเชยได้ทั้งหมด
* **ต้นทุนบริการที่เกี่ยวเนื่องกับโควิด-19:** เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยต้นทุนและค่าใช้จ่ายดำเนินงานรวมเพิ่มขึ้น 47.50% YoY ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายที่แปรผันตามการให้บริการโควิด-19 ในรูปแบบ Hospitel และ Home Isolation
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 46.25% ใน Q2/64 เหลือ 36.87% ใน Q2/65 สะท้อนถึงผลกระทบจากต้นทุนบริการที่เพิ่มขึ้น และการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนรายได้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 24,842.49 ล้านบาท ลดลง 5.84% จากสิ้นปี 2564 โดยเป็นการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเป็นหลัก ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ไปในการจัดหำเงิน เช่น การชำระปันผล การชำระคืนหุ้นกู้และหนี้เงินกู้สถาบันการเงิน
หนี้สินรวมอยู่ที่ 10,099.10 ล้านบาท ลดลง 16.39% จากสิ้นปี 2564 โดยเป็นการลดลงของค่าใช้จ่ายค้างจ่าย รายรับล่วงหน้า การชำระคืนหุ้นกู้และหนี้เงินกู้สถาบันการเงิน
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมเพิ่มขึ้น 3.06% เป็น 14,743.39 ล้านบาท เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสะสม
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น (D/E ratio) ลดลงจาก 1.08 เท่า ณ สิ้นปี 2564 เป็น 0.68 เท่า ณ สิ้น Q2/65 ซึ่งแสดงถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น
กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 1,266.36 ล้านบาท ลดลงจาก 2,058.98 ล้านบาทในปีก่อน เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิระหว่างงวด แต่มีรายการที่ใช้ไปในกิจกรรมจัดหำเงินจำนวนมากถึง 4,215.30 ล้านบาท โดยเฉพาะการจ่ายเงินปันผลและการชำระคืนหนี้ ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ สิ้นงวดลดลงสุทธิ 2,901.79 ล้านบาท
## สรุปท้าย
BCH ในไตรมาส 2/2565 เผชิญกับสถานการณ์ที่รายได้รวมเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากการขยายตัวของรายได้ผู้ป่วยประกันสังคม โดยเฉพาะบริการที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 แต่กลับถูกกดดันด้วยต้นทุนบริการที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้กำไรสุทธิทรงตัวใกล้เคียงปีก่อน แม้ว่าบริษัทจะมีโอกาสในการเติบโตจากการขยายศูนย์การแพทย์ การเพิ่มศักยภาพโรงพยาบาล และการกลับมาของนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ แต่การบริหารจัดการต้นทุนและการรักษาอัตรากำไรให้ดีขึ้นจะเป็นความท้าทายสำคัญที่ต้องจับตาในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BCH ไตรมาส 0/Year ?
รายได้รวม
2,998.08
ล้านบาท
↑ 6.9% YoY
กำไรขั้นต้น
778.25
ล้านบาท
↑ 20.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
25.96
%
กำไรสุทธิ
259.50
ล้านบาท
↑ 11.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.66
%
D/E Ratio
0.23
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,998
↑ + 6.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
778
↑ + 20.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
259
↑ + 11.4%
YoY
D/E Ratio
0.23
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BCH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.23
ROE (%)
10.07
ROA (%)
10.78
Book Value/หุ้น
5.24
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BCH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,197
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+591
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BCH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,196.66
+36.52%
|
-876.55
-62.27%
|
-2,323.19
+505.30%
|
-383.81
-190.82%
|
422.62
-228.74%
|
-328.27
-497.57%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
591.27
-23.75%
|
775.40
+103.32%
|
381.37
-67.11%
|
1,159.47
-281.29%
|
-639.56
-130.04%
|
2,129.21
+1,189.57%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
550.27
-69.80%
|
1,822.07
-47.08%
|
3,443.37
+28.28%
|
2,684.31
-369.74%
|
-995.14
+111.48%
|
-470.55
+258.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
194.58
-84.87%
|
1,285.99
-14.36%
|
1,501.55
-56.60%
|
3,459.98
+343.67%
|
779.86
+230.44%
|
236.01
+103.05%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,345.36
-38.37%
|
2,183.06
-15.98%
|
2,598.19
-42.52%
|
4,520.06
+378.92%
|
943.81
+19.10%
|
792.42
+22.72%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,591.09
+18.26%
|
1,345.36
-38.37%
|
2,183.06
-15.98%
|
2,598.19
-42.52%
|
4,520.06
+378.92%
|
943.81
+19.10%
|