บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
9.25
+0.10 (+1.09%)
สรุปสั้น
การระบาดของโรคโควิด-19 ลดลงอย่างมีนัยยะสําคัญ ทําให้บริษัทมีรายได้รวมจํานวน 3,453.9 ล้านบาท ลดลงร้อยละ (56.7) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยบริษัทรายงานขาดทุนขั้นต้นจํานวน (90.3) ล้านบาท ลดลงร้อยละ (102.1)
ขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทจํานวน (403.1) ล้านบาท ลดลง ร้อยละ (113.9) ซึ่งรวมรายการผลขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้าคงเหลือและเงินจ่ายล่วงหน้าที่เกี่ยวข้องกับวัคซีน ทางเลือกโมเดอร์นา จํานวน (1,597.6) ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม หากตัดรายการปรับปรุงที่นอกเหนือจากการดําเนินงาน ปกติของบริษัทจะส่งผลให้มีกําไรปกติก่อนต้นทุนทางการเงิน ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจําหน่าย (Core EBITDA) ที่ 991.8 ล้านบาท ลดลงร้อยละ (76.1) และกําไรปกติสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัท (Core profit) ที่ 498.8 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 82.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
## บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) BCH: ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2567
บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH รายงานผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2567 โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 2,879.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 0.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะมีรายได้จากผู้ป่วยชาวไทยเติบโตขึ้น แต่ก็ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการส่งผู้ป่วยออกไปรักษานอกประเทศของรัฐบาลคูเวต และการปรับลดอัตราค่าบริการทางการแพทย์ของกลุ่มผู้ป่วยโรคซับซ้อน (ล>2) ในโครงการประกันสังคม
สถานการณ์เศรษฐกิจในช่วงไตรมาสนี้ยังคงเผชิญกับแรงกดดันจากอัตราเงินเฟ้อที่สูง การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งส่งผลต่อการใช้จ่ายของประชาชนและอาจส่งผลต่อการเข้ารับบริการทางการแพทย์ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม บริษัท BCH ยังคงดำเนินธุรกิจอย่างแข็งแกร่ง โดยมีการเปิดสาขาใหม่ อาทิ ศูนย์หัวใจครบวงจรที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ฉะเชิงเทรา และการขยายเตียงที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชันแนล อรัญประเทศ ซึ่งช่วยเพิ่มศักยภาพในการรองรับผู้ป่วยและเสริมความแข็งแกร่งให้กับเครือข่ายของบริษัท
เมื่อวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงในรายได้และกำไรของบริษัท พบว่า ต้นทุนหลักและค่าใช้จ่ายของบริษัทมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิลดลงเล็กน้อย ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 21.6% และอัตรากำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทอยู่ที่ 9.6% ซึ่งถือว่ายังคงอยู่ในระดับที่ดี
ในด้านฐานะการเงิน บริษัท BCH มีสินทรัพย์ที่แข็งแกร่ง และอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ในระดับต่ำ ซึ่งบ่งชี้ถึงความสามารถในการชำระหนี้และความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน บริษัทมีกระแสเงินสดที่มั่นคงและมีการไหลของเงินที่ต่อเนื่องทั้งจากการดำเนินงาน การลงทุน และการเงิน ซึ่งสนับสนุนให้บริษัทสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่น
ปัจจัยความเสี่ยงที่สำคัญของบริษัท BCH ได้แก่ การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมการแพทย์ การเปลี่ยนแปลงของนโยบายรัฐบาลด้านสุขภาพ และความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของโรค ในขณะเดียวกัน บริษัทก็มีโอกาสการเติบโตจากการขยายเครือข่ายโรงพยาบาลทั้งในประเทศและต่างประเทศ การพัฒนาศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริการทางการแพทย์
แนวโน้มอนาคตของการลงทุนในบริษัท BCH นั้น ยังคงน่าสนใจ จากฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง การขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และการให้บริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพสูง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจและนโยบายของรัฐบาล
โดยสรุป บริษัท BCH มีผลประกอบการที่แข็งแกร่งในไตรมาส 2 ปี 2567 แม้จะเผชิญกับความท้าทายบางประการ บริษัทมีการดำเนินงานที่มั่นคง ฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง และมีโอกาสการเติบโตในอนาคต อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรพิจารณาปัจจัยความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน
**เพิ่มเติมจากข้อมูลงบการเงิน:**
* **กำไรจากการดำเนินงาน** ในไตรมาส 2 ปี 2567 ลดลง 2.4% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการดำเนินงาน
* **อัตรากำไรขั้นต้น** อยู่ที่ 26.1% ซึ่งลดลงจาก 30.2% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน แสดงให้เห็นว่าต้นทุนสินค้าขายสูงขึ้น
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E)** อยู่ที่ 0.3 เท่า ซึ่งต่ำกว่า 0.3 เท่าในช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน
* **กระแสเงินสดสุทธิ** จากกิจกรรมดำเนินงานในไตรมาส 2 ปี 2567 ลดลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนสินค้าขายและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
**แนวโน้มในอนาคต:**
* บริษัท BCH มีแผนที่จะเปิดให้บริการคลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมรังสีรักษา เกษมราษฎร์อารี ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2567 ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการส่งต่อผู้ป่วยและเพิ่มรายได้
* บริษัทย่อยได้เริ่มดำเนินการรถทันตกรรมเคลื่อนที่ เพื่อรองรับการรักษาผู้ป่วยทุกสิทธิ
* โรงพยาบาลในเครือมีแนวโน้มที่จะมีผู้เข้ารับบริการเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง จากโรคตามฤดูกาลและการตรวจสุขภาพประจำปี
* บริษัทมีแผนขยายโรงพยาบาลในพื้นที่ใหม่ และปรับปรุงพื้นที่ในโรงพยาบาลเดิม เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
* บริษัท BCH มีแผนที่จะเปิดโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ สุวรรณภูมิ ในจังหวัดสมุทรปราการ ในต้นปี 2570 และโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ระยอง ในจังหวัดระยอง ภายในปี 2571
* บริษัทมีแผนปรับปรุงพื้นที่ใช้สอยในโรงพยาบาลในเครือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ
**สรุป** บริษัท BCH มีผลประกอบการที่น่าประทับใจ แม้จะมีความท้าทายในด้านเศรษฐกิจและการแข่งขัน บริษัทยังคงมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง และมีโอกาสเติบโตในอนาคต บริษัทมีแผนการขยายธุรกิจที่น่าสนใจ และมีแนวโน้มการเติบโตในด้านการให้บริการทางการแพทย์ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความเสี่ยงและโอกาสในการลงทุนในบริษัท BCH
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BCH ไตรมาส 0/Year ?
รายได้รวม
2,998.08
ล้านบาท
↑ 6.9% YoY
กำไรขั้นต้น
778.25
ล้านบาท
↑ 20.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
25.96
%
กำไรสุทธิ
259.50
ล้านบาท
↑ 11.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.66
%
D/E Ratio
0.23
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,998
↑ + 6.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
778
↑ + 20.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
259
↑ + 11.4%
YoY
D/E Ratio
0.23
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BCH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.23
ROE (%)
10.07
ROA (%)
10.78
Book Value/หุ้น
5.40
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BCH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,197
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+591
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BCH
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
-1,196.66
+36.52%
|
-876.55
-62.27%
|
-2,323.19
+505.30%
|
-383.81
-190.82%
|
422.62
-228.74%
|
-328.27
-497.57%
|
82.57
-125.33%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
591.27
-23.75%
|
775.40
+103.32%
|
381.37
-67.11%
|
1,159.47
-281.29%
|
-639.56
-130.04%
|
2,129.21
+1,189.57%
|
165.11
-108.57%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
550.27
-69.80%
|
1,822.07
-47.08%
|
3,443.37
+28.28%
|
2,684.31
-369.74%
|
-995.14
+111.48%
|
-470.55
+258.00%
|
-131.44
-105.28%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
194.58
-84.87%
|
1,285.99
-14.36%
|
1,501.55
-56.60%
|
3,459.98
+343.67%
|
779.86
+230.44%
|
236.01
+103.05%
|
116.23
-51.32%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
1,345.36
-38.37%
|
2,183.06
-15.98%
|
2,598.19
-42.52%
|
4,520.06
+378.92%
|
943.81
+19.10%
|
792.42
+22.72%
|
645.70
+32.99%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
1,591.09
+18.26%
|
1,345.36
-38.37%
|
2,183.06
-15.98%
|
2,598.19
-42.52%
|
4,520.06
+378.92%
|
943.81
+19.10%
|
792.42
+22.72%
|