บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
11.30
0.20 (1.74%)
สรุปสั้น
การระบาดของโรคโควิด-19 ลดลงอย่างมีนัยยะสําคัญ ทําให้บริษัทมีรายได้รวมจํานวน 3,453.9 ล้านบาท ลดลงร้อยละ (56.7) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยบริษัทรายงานขาดทุนขั้นต้นจํานวน (90.3) ล้านบาท ลดลงร้อยละ (102.1)
ขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทจํานวน (403.1) ล้านบาท ลดลง ร้อยละ (113.9) ซึ่งรวมรายการผลขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้าคงเหลือและเงินจ่ายล่วงหน้าที่เกี่ยวข้องกับวัคซีน ทางเลือกโมเดอร์นา จํานวน (1,597.6) ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม หากตัดรายการปรับปรุงที่นอกเหนือจากการดําเนินงาน ปกติของบริษัทจะส่งผลให้มีกําไรปกติก่อนต้นทุนทางการเงิน ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจําหน่าย (Core EBITDA) ที่ 991.8 ล้านบาท ลดลงร้อยละ (76.1) และกําไรปกติสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัท (Core profit) ที่ 498.8 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 82.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=13160 out_tok=3024 at=2026-07-21T17:40:03 -->
# BCH กำไรสุทธิ Q1/2569 หดตัว 16.7% รับแรงกดดันต้นทุน-รายได้ผู้ป่วยทั่วไปลด
## รายได้รวมทรงตัว แต่กำไรสุทธิอ่อนตัวลงจากต้นทุนดำเนินงานที่สูงขึ้น และรายได้ผู้ป่วยทั่วไปที่ลดลงเล็กน้อย
บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 มีรายได้รวม 2,928.8 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 267.6 ล้านบาท ลดลง 16.7% YoY โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนกิจการโรงพยาบาลที่เพิ่มขึ้น และรายได้จากผู้ป่วยทั่วไปที่ปรับตัวลดลงเล็กน้อย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ BCH ในไตรมาส 1 ปี 2569 ปรับตัวลดลง 16.7% YoY มาอยู่ที่ 267.6 ล้านบาท มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ 1) ต้นทุนกิจการโรงพยาบาล (COGS) ที่เพิ่มขึ้น 2.8% และ 2) รายได้จากผู้ป่วยทั่วไปที่ลดลง 2.3% โดยเฉพาะรายได้จากผู้ป่วยนอกที่หดตัว 5.1% แม้ว่ารายได้รวมจะทรงตัวอยู่ที่ 2,928.8 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**ต้นทุนกิจการโรงพยาบาล (COGS) ที่เพิ่มขึ้น** เกิดจากค่าธรรมเนียมแพทย์ ค่าใช้จ่ายบุคลากรทางการแพทย์และพยาบาล รวมถึงต้นทุนยาและเวชภัณฑ์ที่สูงขึ้น นอกจากนี้ยังรวมถึงค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นจากการยกระดับศูนย์รังสีวินิจฉัยที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์อินเตอร์เนชั่นแนลรัตนาธิเบศร์ และการเปิดให้บริการพื้นที่ที่ปรับปรุงใหม่ของโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ปทุมธานีและบางแค ซึ่งช่วยเพิ่มศักยภาพในการรองรับผู้ป่วยโรคซับซ้อนมากขึ้น
**รายได้จากผู้ป่วยทั่วไปลดลง** เป็นผลมาจากหลายปัจจัย ได้แก่ การปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา การปรับปรุงพื้นที่ให้บริการบางส่วนของโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ แม่สาย และการลดลงของผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจในภาพรวมของประเทศที่ลดลง 39.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม รายได้จากผู้ป่วยในกลุ่มทั่วไปยังคงเติบโตเล็กน้อย 1.3% จากการเพิ่มขึ้นของผู้รับบริการชาวต่างชาติ โดยเฉพาะจากกลุ่มตะวันออกกลางและเมียนมา
ในทางกลับกัน รายได้จากผู้ป่วยในโครงการประกันสังคมยังคงเติบโตได้ดีที่ 4.2% โดยเฉพาะที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์บางแค และโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ประชาชื่น ที่มีการปรับปรุงอาคารและยกระดับการให้บริการ รวมถึงโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ปทุมธานีที่จำนวนผู้ประกันตนเพิ่มขึ้น 4.4% และมีรายได้เพิ่มขึ้น 13.2%
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในบางส่วน แต่ต้องจับตาปัจจัยกดดัน** รายได้จากผู้ป่วยในโครงการประกันสังคมมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากการปรับปรุงบริการและการขยายฐานผู้ประกันตน รวมถึงรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลางที่ยังคงเข้ารับบริการอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม แรงกดดันด้านต้นทุนดำเนินงานที่สูงขึ้น และความผันผวนของรายได้จากผู้ป่วยทั่วไปที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และการปิดด่านชายแดน ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ฝ่ายจัดการได้ระบุว่าช่วงไตรมาส 2 เป็นช่วงวันหยุดยาวและเศรษฐกิจฟื้นตัวช้า ผู้รับบริการอาจชะลอการตัดสินใจเข้ารับบริการที่ไม่เร่งด่วน
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมทรงตัว:** อยู่ที่ 2,928.8 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
* **กำไรสุทธิลดลง 16.7%:** อยู่ที่ 267.6 ล้านบาท จาก 321.3 ล้านบาทใน Q1/2568
* **EBITDA Margin หดตัว:** เหลือ 22.1% จาก 24.7% YoY เนื่องจากต้นทุนดำเนินงานเพิ่มขึ้น
* **รายได้ผู้ป่วยทั่วไปลดลง 2.3%:** โดยเฉพาะผู้ป่วยนอกที่ลดลง 5.1% จากผลกระทบการปิดด่านและผู้ป่วยทางเดินหายใจลดลง
* **รายได้ผู้ป่วยประกันสังคมเติบโต 4.2%:** จากการปรับปรุงบริการและการขยายฐานผู้ประกันตน
* **ต้นทุนกิจการโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น 2.8%:** จากค่าบุคลากร ยา เวชภัณฑ์ และค่าเสื่อมราคาที่สูงขึ้น
* **การลงทุนในศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง:** โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอลเปิดศูนย์ฟื้นฟูด้วยหุ่นยนต์ และศูนย์ PRIME Healthspan ขณะที่ รพ.เกษมราษฎร์อินเตอร์เนชั่นแนล รัตนาธิเบศร์ ติดตั้ง MRI 3 Tesla
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทและโรงพยาบาลในเครือมีรายได้รวม 2,928.8 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (Q1/2568: 2,929.0 ล้านบาท) โดยมีรายได้จากกิจการโรงพยาบาล 2,905.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.1%
* **รายได้ผู้ป่วยทั่วไป:** 1,852.7 ล้านบาท ลดลง 2.3% YoY
* รายได้ผู้ป่วยนอก: 1,005.8 ล้านบาท ลดลง 5.1% YoY
* รายได้ผู้ป่วยใน: 846.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.3% YoY
* **รายได้ผู้ป่วยประกันสังคม:** 1,053.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.2% YoY
* **EBITDA:** 646.2 ล้านบาท ลดลง 10.7% YoY โดยมี EBITDA Margin ที่ 22.1%
* **กำไรสุทธิ:** 267.6 ล้านบาท ลดลง 16.7% YoY โดยมีอัตรากำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นที่ 9.1%
## โอกาส
* **การปรับเพิ่มเพดานฐานค่าจ้างผู้ประกันตน:** สำนักงานประกันสังคมปรับเพิ่มฐานค่าจ้างสูงสุดเป็น 17,500 บาท ซึ่งจะช่วยเสริมความมั่นคงกองทุนและสนับสนุนสิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาลในระยะยาว
* **การเติบโตของรายได้ผู้ป่วยประกันสังคม:** จากการปรับปรุงอาคารและยกระดับการให้บริการในโรงพยาบาลหลายแห่ง เช่น เกษมราษฎร์บางแค, ประชาชื่น, ปทุมธานี
* **การขยายฐานผู้ป่วยต่างชาติ:** โดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลางและเมียนมา ที่มีแนวโน้มเข้ารับบริการอย่างต่อเนื่อง
* **การพัฒนาศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง:** เช่น ศูนย์ฟื้นฟูด้วยหุ่นยนต์, ศูนย์ PRIME Healthspan, ศูนย์รังสีวินิจฉัย MRI 3 Tesla, ศูนย์ศัลยกรรมความงาม, ศูนย์มะเร็งเต้านม, ศูนย์ปลูกถ่ายไต
* **การขยายเครือข่าย:** การร่วมมือกับบริษัทเอกชนและผู้ประกอบการเพื่อออกแบบสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพสำหรับพนักงาน
* **เทรนด์สุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Health) และ Longevity:** ความต้องการบริการตรวจสุขภาพเชิงรุกและชะลอวัยเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับสังคมผู้สูงอายุ
* **การพัฒนา Smart Hospital:** ผ่าน Kasemrad Application และระบบ e-refer เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน
* **การขยายโรงพยาบาลใหม่:** โรงพยาบาลเกษมราษฎร์แม่สาย (คาดเปิด Q2/2569), โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ระยอง (คาดเปิด Q4/2570), โรงพยาบาลเกษมราษฎร์สุวรรณภูมิ (คาดเปิด Q1/2571)
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว:** ส่งผลให้ผู้รับบริการที่ชำระเงินเองระมัดระวังการใช้จ่าย
* **ความผันผวนของต้นทุนพลังงาน:** ส่งผลกระทบต่อต้นทุนดำเนินงาน
* **สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง:** อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางของผู้ป่วยต่างชาติ
* **การปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา:** ยังคงส่งผลกระทบต่อรายได้จากผู้ป่วยบางกลุ่ม
* **จำนวนผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจลดลง:** ส่งผลกระทบต่อจำนวนผู้เข้ารับบริการบางกลุ่ม
* **การแข่งขันในธุรกิจโรงพยาบาล:** สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้ผู้ป่วยทั่วไป:** จะฟื้นตัวได้มากน้อยเพียงใด ท่ามกลางปัจจัยกดดันทางเศรษฐกิจ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** จะสามารถควบคุมต้นทุนดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่
* **ความคืบหน้าการเปิดโรงพยาบาลใหม่:** โดยเฉพาะโรงพยาบาลเกษมราษฎร์แม่สายใน Q2/2569
* **การเติบโตของผู้ป่วยต่างชาติ:** โดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลาง จะยังคงต่อเนื่องหรือไม่
* **ผลตอบรับจากศูนย์การแพทย์เฉพาะทางใหม่ๆ:** ที่ทยอยเปิดให้บริการ
* **การขยายฐานผู้ประกันตน:** ผ่านความร่วมมือกับภาคเอกชน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้:** รายได้รวมทรงตัว โดยรายได้ผู้ป่วยทั่วไปลดลงเล็กน้อย 2.3% จากผู้ป่วยนอกที่ลดลง 5.1% แต่รายได้ผู้ป่วยในเพิ่มขึ้น 1.3% จากผู้ป่วยต่างชาติ ขณะที่รายได้ผู้ป่วยประกันสังคมเติบโต 4.2% จากการปรับปรุงบริการและการขยายฐาน
* **ต้นทุน:** ต้นทุนกิจการโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น 2.8% จากค่าบุคลากร ยา เวชภัณฑ์ และค่าเสื่อมราคาที่สูงขึ้นจากการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ และการปรับปรุงพื้นที่
* **อัตรากำไร:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 28.1% เป็น 26.2% และอัตรากำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้นลดลงจาก 11.0% เป็น 9.1% สะท้อนแรงกดดันด้านต้นทุนและรายได้
* **Capacity/Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่กล่าวถึงการปรับปรุงพื้นที่และเพิ่มศักยภาพการรองรับผู้ป่วย
* **Backlog:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Backlog ที่ชัดเจน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** 17,575.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.5% จากสิ้นปีก่อน จากรายได้ค้างรับ สินค้าคงเหลือ ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์
* **หนี้สินรวม:** 3,073.7 ล้านบาท ลดลง 6.3% จากการชำระคืนหนี้เงินกู้ระยะสั้น เจ้าหนี้ค่าก่อสร้าง และค่าใช้จ่ายค้างจ่าย
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** 14,502.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.1% จากกำไรสะสม
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น:** คงที่ที่ 0.2 เท่า
* **กระแสเงินสด:**
* กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน: 392.9 ล้านบาท ลดลงจาก 634.5 ล้านบาทในปีก่อน
* กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน: (487.4) ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์
* กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน: (197.9) ล้านบาท จากการชำระคืนหนี้เงินกู้
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญของผลประกอบการ BCH ในไตรมาส 1 ปี 2569 คือการที่รายได้รวมทรงตัวแต่กำไรสุทธิปรับลดลง 16.7% YoY อันเป็นผลมาจากต้นทุนดำเนินงานที่สูงขึ้น โดยเฉพาะค่าบุคลากร ยา และเวชภัณฑ์ ประกอบกับรายได้จากผู้ป่วยทั่วไปที่ลดลงเล็กน้อย แม้ว่ารายได้จากผู้ป่วยประกันสังคมและผู้ป่วยต่างชาติจะยังคงเติบโตได้ดีก็ตาม แม้ว่าบริษัทจะมีโอกาสจากการปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์ประกันสังคม การขยายฐานผู้ป่วยต่างชาติ และการลงทุนในศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง แต่ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ต้นทุนที่ผันผวน และการแข่งขันที่สูง ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในการดำเนินงานช่วงต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BCH ไตรมาส 0/Year ?
รายได้รวม
2,998.08
ล้านบาท
↑ 6.9% YoY
กำไรขั้นต้น
778.25
ล้านบาท
↑ 20.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
25.96
%
กำไรสุทธิ
259.50
ล้านบาท
↑ 11.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.66
%
D/E Ratio
0.23
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,998
↑ + 6.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
778
↑ + 20.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
259
↑ + 11.4%
YoY
D/E Ratio
0.23
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BCH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.23
ROE (%)
10.07
ROA (%)
10.78
Book Value/หุ้น
5.24
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BCH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,197
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+591
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BCH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,196.66
+36.52%
|
-876.55
-62.27%
|
-2,323.19
+505.30%
|
-383.81
-190.82%
|
422.62
-228.74%
|
-328.27
-497.57%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
591.27
-23.75%
|
775.40
+103.32%
|
381.37
-67.11%
|
1,159.47
-281.29%
|
-639.56
-130.04%
|
2,129.21
+1,189.57%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
550.27
-69.80%
|
1,822.07
-47.08%
|
3,443.37
+28.28%
|
2,684.31
-369.74%
|
-995.14
+111.48%
|
-470.55
+258.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
194.58
-84.87%
|
1,285.99
-14.36%
|
1,501.55
-56.60%
|
3,459.98
+343.67%
|
779.86
+230.44%
|
236.01
+103.05%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,345.36
-38.37%
|
2,183.06
-15.98%
|
2,598.19
-42.52%
|
4,520.06
+378.92%
|
943.81
+19.10%
|
792.42
+22.72%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,591.09
+18.26%
|
1,345.36
-38.37%
|
2,183.06
-15.98%
|
2,598.19
-42.52%
|
4,520.06
+378.92%
|
943.81
+19.10%
|