บริษัท อมตะ วีเอ็น จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
2.06
0.02 (0.96%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7795 out_tok=3231 at=2026-07-25T05:29:24 -->
# AMATAV Q3/2566 กำไรสุทธิวูบ 34.6% สวนทางรายได้รวมพุ่ง 154% เหตุไร้รายการขายสินทรัพย์พิเศษ
## รายได้โตแรงจากขายที่ดิน-สาธารณูปโภค แต่กำไรหดเพราะฐานปีก่อนสูงจากขายสินทรัพย์เพื่อการลงทุน
บริษัท อมตะ วีเอ็น จำกัด (มหาชน) หรือ AMATAV รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้รวม 1,685.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 154.35% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม บริษัทมีกำไรสุทธิ 152.90 ล้านบาท ลดลง 34.60% โดยมีปัจจัยหลักมาจากฐานกำไรที่สูงผิดปกติในปีก่อนจากการขายสินทรัพย์เพื่อการลงทุน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ AMATAV ในไตรมาส 3 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การเปรียบเทียบกับฐานกำไรที่สูงผิดปกติในปีก่อนหน้า (YoY) ซึ่งเกิดจากรายการพิเศษจากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน** โดยในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทมีกำไรจากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนจำนวน 250.58 ล้านบาท และในงวด 9 เดือนปี 2565 มีรายการนี้สูงถึง 1,333.66 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของงวด 9 เดือนปี 2565 สูงถึง 1,279.79 ล้านบาท (คำนวณจากกำไรสุทธิ 132.61 ล้านบาทในงวด 9 เดือนปี 2566 ลบด้วยส่วนต่างกำไรที่ลดลง 1,147.18 ล้านบาท) ในขณะที่ไตรมาส 3 ปี 2566 และงวด 9 เดือนปี 2566 ไม่มีรายการดังกล่าว ส่งผลให้กำไรสุทธิของงวด 9 เดือนปี 2566 ลดลงถึง 89.64%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดจากลักษณะของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรม ที่อาจมีรายการขายสินทรัพย์ขนาดใหญ่เป็นครั้งคราว ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อผลประกอบการในแต่ละงวดเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในปี 2565 บริษัทมีการขายโรงงานสำเร็จรูปให้เช่า (RBF) จำนวน 24 หลัง ที่นิคมอมตะซิตี้เบียนหัว (ACBH) ซึ่งรับรู้เป็นกำไรจากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ทำให้ฐานกำไรของปี 2565 สูงกว่าปกติอย่างมาก ในทางกลับกัน ในปี 2566 บริษัทไม่มีรายการขายสินทรัพย์ประเภทนี้เข้ามาเสริม ทำให้แม้ว่ารายได้จากการดำเนินงานหลักจะเติบโตได้ดี แต่เมื่อเทียบกับฐานกำไรที่สูงมากของปีก่อนหน้า จึงเห็นการลดลงของกำไรสุทธิ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** การที่กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าในงวด 9 เดือนปี 2566 เป็นผลมาจากการไม่มีรายการพิเศษจากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ซึ่งเป็นรายการที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว ไม่ใช่การดำเนินงานปกติที่คาดการณ์ได้ในทุกไตรมาสหรือทุกปี แม้ว่ารายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์และรายได้จากการให้บริการสาธารณูปโภคจะเติบโตได้ดี แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากการไม่มีรายการพิเศษดังกล่าวได้ ดังนั้น การเปรียบเทียบผลประกอบการในอนาคตกับปีก่อนหน้าที่มีรายการพิเศษ อาจยังคงเห็นภาพกำไรที่ลดลง แต่หากพิจารณาจากรายได้จากการดำเนินงานหลักที่เติบโต แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของธุรกิจตามปกติ
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/2566 พุ่ง 154.35% YoY** แตะ 1,685.46 ล้านบาท จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2566 ลดลง 34.60% YoY** อยู่ที่ 152.90 ล้านบาท เนื่องจากไม่มีรายการพิเศษจากการขายสินทรัพย์เหมือนปีก่อน
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 9 เดือนปี 2566 โตกว่า 500% YoY** รับรู้จากการขายที่ดิน 28.4 เฮกตาร์ ในนิคมอมตะซิตี้ ลองถัน (ACLT) และอมตะซิตี้ ฮาลอง (ACHL)
* **รายได้สาธารณูปโภค 9 เดือนปี 2566 เพิ่มขึ้น 73.67% YoY** จากการใช้บริการที่เพิ่มขึ้นของลูกค้า โดยเฉพาะที่นิคม ACHL
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง** จาก 41.48% ในงวด 9 เดือนปี 2565 เป็น 35.30% ในงวด 9 เดือนปี 2566 เนื่องจากสัดส่วนรายได้จากนิคม ACHL ที่มี GPM ต่ำกว่า ACLT
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จากสาธารณูปโภคลดลง** จาก 14.88% ในงวด 9 เดือนปี 2565 เป็น 8.94% ในงวด 9 เดือนปี 2566 เนื่องจากสัดส่วนรายได้จากการขายไฟฟ้าให้ลูกค้าหลักที่ ACHL มี GPM น้อยลง
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 18.79%** เป็น 7,606.09 ล้านบาท จากเงินกู้ยืมระยะสั้นและยาวที่เพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 AMATAV มีรายได้รวม 1,685.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด 154.35% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 662.65 ล้านบาท การเติบโตนี้มาจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่กลับมามีนัยสำคัญ 1,177.87 ล้านบาท (เทียบกับ 0 ในปีก่อน) และรายได้จากการให้บริการสาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้น 36.77% เป็น 496.07 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 152.90 ล้านบาท ลดลง 34.60% เมื่อเทียบกับ 233.79 ล้านบาทในปีก่อน เนื่องจากปีก่อนมีกำไรจากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนเข้ามา
ในส่วนของผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกปี 2566 รายได้รวมอยู่ที่ 2,397.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพียง 0.07% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 2,395.83 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักคือรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 504.69% เป็น 1,232.59 ล้านบาท และรายได้จากการให้บริการสาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้น 73.67% เป็น 1,133.35 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิกลับลดลงอย่างมากถึง 89.64% จาก 1,279.79 ล้านบาทในปี 2565 เหลือ 132.61 ล้านบาทในปี 2566 ซึ่งเป็นผลมาจากการไม่มีรายการพิเศษจากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนในปีนี้
## โอกาส
* **การเติบโตของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์:** การขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรม ACLT และ ACHL ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แสดงให้เห็นถึงความต้องการที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมของบริษัท
* **การเติบโตของรายได้สาธารณูปโภค:** การที่ลูกค้าใช้บริการสาธารณูปโภคเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะที่นิคม ACHL บ่งชี้ถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นในนิคม
* **การรักษาอัตรากำไรค่าเช่า:** แม้รายได้ค่าเช่าจะลดลง แต่อัตรากำไรขั้นต้นยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 73.97% และสอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัทที่ต้องการรักษา GPM ไม่ต่ำกว่า 65%
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของกำไรจากรายการพิเศษ:** ผลประกอบการของบริษัทมีความอ่อนไหวต่อรายการพิเศษจากการขายสินทรัพย์ ซึ่งอาจทำให้กำไรในแต่ละงวดมีความผันผวนสูงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
* **อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง:** อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์และสาธารณูปโภคลดลงในปีนี้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรในระยะยาวหากไม่สามารถบริหารจัดการต้นทุนหรือปรับกลยุทธ์ราคาได้
* **การเพิ่มขึ้นของหนี้สิน:** หนี้สินรวมที่เพิ่มขึ้น 18.79% อาจเพิ่มภาระดอกเบี้ยจ่ายและส่งผลต่อความแข็งแกร่งของฐานะการเงินในอนาคต
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 30.50% ในงวด 9 เดือนปี 2566 จากค่าใช้จ่ายพนักงานที่เกี่ยวข้องกับ ACBH อาจเป็นแรงกดดันต่อกำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการขายที่ดิน:** ติดตามปริมาณและมูลค่าการขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมของบริษัทในไตรมาสถัดไป
* **การบริหารจัดการต้นทุนและอัตรากำไร:** จับตาว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนและรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้ดีขึ้นได้อย่างไร โดยเฉพาะในธุรกิจสาธารณูปโภค
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** ติดตามระดับหนี้สินและแผนการบริหารจัดการภาระหนี้ของบริษัท
* **การรับรู้รายได้จากโครงการใหม่:** หากมีแผนเปิดโครงการใหม่ หรือการโอนโครงการที่กำลังจะเกิดขึ้น
* **ผลกระทบจากค่าใช้จ่ายพนักงาน:** ติดตามผลกระทบของค่าใช้จ่ายพนักงานที่เพิ่มขึ้นต่อกำไรจากการดำเนินงาน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**การโอนและการขาย (Presale/Transfer):** ในงวด 9 เดือนปี 2566 บริษัทมีการขายอสังหาริมทรัพย์รวม 28.4 เฮกตาร์ แบ่งเป็น 14.4 เฮกตาร์ที่นิคม ACLT และ 14.0 เฮกตาร์ที่นิคม ACHL ซึ่งสูงกว่างวดเดียวกันของปีก่อนที่ขายได้เพียง 7.1 เฮกตาร์ ทำให้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด
**Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Backlog โดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์บ่งชี้ถึงการรับรู้รายได้จากยอดขายที่เกิดขึ้น
**Occupancy/Rental Yield:** รายได้จากการให้เช่าลดลง 73.48% เนื่องจากมีการขาย RBF ในปีก่อนหน้า แต่อัตรากำไรขั้นต้นยังคงสูงที่ 73.97% ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัท
**ต้นทุนก่อสร้าง:** ไม่ได้ระบุข้อมูลต้นทุนก่อสร้างโดยตรง แต่มีการระบุต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์และต้นทุนสาธารณูปโภค
**D/E Ratio:** ไม่ได้ระบุ D/E Ratio โดยตรง แต่ระบุว่าหนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 18.79% เป็น 7,606.09 ล้านบาท
**กระแสเงินสดจากโครงการ:** ไม่ได้ระบุข้อมูลกระแสเงินสดจากโครงการโดยตรง แต่ระบุว่าสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้นจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่เพิ่มขึ้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์ และต้นทุนการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 13,805.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.03% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่เพิ่มขึ้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์ และต้นทุนการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่สูงขึ้นจากการพัฒนาที่ดินพร้อมขายเพิ่มขึ้น
หนี้สินรวมอยู่ที่ 7,606.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.79% จากสิ้นปี 2565 ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการกู้ยืมระยะสั้นและยาว รวมถึงเงินมัดจำและเงินรับล่วงหน้าจากลูกค้าที่เพิ่มขึ้น
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 6,199.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.79% จากสิ้นปี 2565 ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสุทธิขององค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้นและกำไรสุทธิสำหรับงวด
## สรุปท้าย
AMATAV ในไตรมาส 3 ปี 2566 เผชิญกับสถานการณ์ที่รายได้รวมเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากการขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมและการให้บริการสาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้น แต่กำไรสุทธิกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เนื่องจากไม่มีรายการพิเศษจากการขายสินทรัพย์เพื่อการลงทุน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ฐานกำไรของปีก่อนสูงผิดปกติ แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นในบางธุรกิจจะปรับตัวลดลง และหนี้สินรวมเพิ่มขึ้น แต่การเติบโตของรายได้จากการดำเนินงานหลักยังคงเป็นสัญญาณบวกที่ต้องจับตาแนวโน้มการบริหารจัดการต้นทุนและโอกาสในการสร้างรายได้จากโครงการในอนาคตต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AMATAV ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
1,331.48
ล้านบาท
↓ 54.1% YoY
กำไรขั้นต้น
629.29
ล้านบาท
↑ 61% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
47.26
%
กำไรสุทธิ
361.68
ล้านบาท
↑ 2294% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
27.16
%
D/E Ratio
1.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,331
↓ -54.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
629
↑ + 61%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
362
↑ + 2294%
YoY
D/E Ratio
1.17
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AMATAV
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.17
ROE (%)
8.93
ROA (%)
6.17
Book Value/หุ้น
4.95
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AMATAV
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-731
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-822
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AMATAV
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2561 | 2560 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-731.30
-200.87%
|
724.99
-48.20%
|
1,399.72
+273.82%
|
374.44
|
353.47
+196.81%
|
119.09
-50.73%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-822.20
-30.04%
|
-1,175.27
+77.03%
|
-663.89
-1,340.45%
|
53.52
|
-651.16
+39.00%
|
-468.47
-70.18%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
970.01
+42.70%
|
679.76
-195.40%
|
-712.56
-18.72%
|
-876.62
|
348.04
-59.99%
|
869.90
+1,126.59%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
520.34
+274.53%
|
138.93
+136.72%
|
58.69
-110.44%
|
-562.38
|
37.54
-82.34%
|
212.63
-116.87%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
527.67
-43.69%
|
937.08
+84.23%
|
508.64
-52.52%
|
1,071.22
+931.17%
|
626.19
+49.75%
|
418.16
-75.09%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
-100.00%
|
527.67
-43.69%
|
937.08
+84.23%
|
508.64
-52.52%
|
664.15
+6.06%
|
626.19
+49.75%
|