บริษัท อมตะ วีเอ็น จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
2.06
0.02 (0.96%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5494 out_tok=2833 at=2026-07-25T09:49:27 -->
AMATAV พลิกขาดทุนสุทธิ Q1/2566 ลดลง 115% รับรายได้สาธารณูปโภคพุ่งแรง
รายได้รวมหด 64% แต่ขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากปีก่อน หลังไม่มีรายการขายโรงงานสำเร็จรูป ขณะที่รายได้สาธารณูปโภคเติบโตโดดเด่น ชี้การบริหารต้นทุนยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา
บริษัท อมตะ วีเอ็น จำกัด (มหาชน) หรือ AMATAV รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้รวม 289.23 ล้านบาท ลดลง 63.98% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 82.33 ล้านบาท ลดลง 115.33% จากปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการไม่มีรายการขายโรงงานสำเร็จรูป (RBF) ในไตรมาสนี้ เทียบกับปีก่อนที่มีการบันทึกกำไรจากการขาย RBF จำนวนมาก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ AMATAV ในไตรมาส 1 ปี 2566 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากสาธารณูปโภค ควบคู่ไปกับการไม่มีรายการพิเศษจากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน** ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **รายได้จากสาธารณูปโภคพุ่งสูง:** รายได้ส่วนนี้เพิ่มขึ้นถึง 191.74% หรือ 182.82 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการใช้สาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้นอย่างมากของลูกค้าในนิคมอมตะซิตี้ ฮา ลอง (ACHL) ซึ่งเติบโตกว่า 5 เท่าตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม แม้รายได้จะเพิ่มขึ้นมาก แต่อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ในส่วนนี้กลับลดลงจาก 22.43% ในปีก่อน เหลือ 9.24% ในไตรมาสนี้ เนื่องจากมีรายได้จากการขายไฟฟ้าให้ลูกค้าหลักที่ ACHL ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่า
2. **ไม่มีรายการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน:** ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัทฯ มีการบันทึกกำไรจากการขายโรงงานสำเร็จรูป (RBF) ที่นิคมอมตะซิตี้ เบียนหัว (ACBH) จำนวน 10 หลัง คิดเป็นมูลค่า 627.90 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ส่งผลให้กำไรในปีก่อนสูงผิดปกติ การไม่มีรายการนี้ในไตรมาส 1 ปี 2566 จึงทำให้รายได้รวมลดลงอย่างมาก และส่งผลให้ขาดทุนสุทธิเมื่อเทียบกับปีก่อน
3. **รายได้จากการให้เช่าลดลง:** รายได้ส่วนนี้ลดลง 84.76% หรือ 45.00 ล้านบาท เนื่องจากจำนวน RBF ที่ลดลงหลังจากการขายไปในปีก่อนหน้า ส่งผลต่อรายได้ค่าเช่าที่ลดลงตามไปด้วย แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นของรายได้จากการให้เช่าจะลดลงเล็กน้อยจาก 78.90% เป็น 69.57% แต่ยังคงอยู่ในระดับที่น่าพอใจและสอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัทฯ ที่ต้องการรักษา GPM ไม่ต่ำกว่า 65%
4. **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มขึ้น 70.15% หรือ 36.50 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับพนักงานใน ACBH ที่ต้องรับรู้ค่าใช้จ่ายกองทุนพนักงานตามสัดส่วนกำไรสุทธิ ซึ่งปีที่ผ่านมา ACBH มีกำไรสุทธิสูงกว่าปีก่อนหน้า
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีปัจจัยที่ต้องพิจารณาคือ:
* **รายได้สาธารณูปโภค:** การเติบโตที่สูงมากในไตรมาสนี้อาจเป็นผลจากการกลับมาดำเนินงานเต็มที่ของลูกค้าหลังสถานการณ์โควิด-19 และการขยายตัวของลูกค้าใน ACHL ซึ่งมีแนวโน้มที่จะต่อเนื่องได้ในระดับหนึ่ง แต่การรักษาอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำในส่วนนี้อาจเป็นประเด็นที่ต้องจับตา
* **รายการขายอสังหาริมทรัพย์:** การไม่มีรายการขาย RBF ในไตรมาสนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการดูอ่อนแอเมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการขายสินทรัพย์ที่มีอยู่ การจะเกิดรายการลักษณะนี้อีกครั้งขึ้นอยู่กับแผนการขายสินทรัพย์ของบริษัทฯ ซึ่งอาจไม่ได้เกิดขึ้นทุกไตรมาส
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิลดลง 115.33%:** จาก 619.34 ล้านบาทใน Q1/2565 เหลือ 82.33 ล้านบาทใน Q1/2566
* **รายได้รวมลดลง 63.98%:** อยู่ที่ 289.23 ล้านบาท เทียบกับ 802.88 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้สาธารณูปโภคพุ่ง 191.74%:** รับแรงหนุนจากการใช้บริการที่เพิ่มขึ้นในนิคม ACHL
* **อัตรากำไรขั้นต้นสาธารณูปโภคลดลง:** จาก 22.43% เหลือ 9.24% เนื่องจากมีสัดส่วนรายได้จากไฟฟ้ากำไรต่ำ
* **ไม่มีกำไรจากการขายอสังหาริมทรัพย์:** เทียบกับปีก่อนที่มีกำไร 627.90 ล้านบาทจากการขาย RBF
* **ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่ม 66.00%:** จากการรับรู้ค่าใช้จ่ายพนักงานที่ ACBH
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 289.23 ล้านบาท ลดลง 63.98% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการไม่มีรายการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ซึ่งในปีก่อนมีรายได้จากการขายโรงงานสำเร็จรูป (RBF) จำนวนมาก ขณะที่รายได้จากสาธารณูปโภคเติบโตอย่างโดดเด่นถึง 191.74% จากการใช้บริการที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าในนิคม ACHL อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นในส่วนสาธารณูปโภคลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมจากการดำเนินงานปกติไม่ได้เติบโตตามรายได้ที่เพิ่มขึ้นมากนัก ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 66.00% จากการรับรู้ค่าใช้จ่ายพนักงานที่ ACBH ทำให้บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 82.33 ล้านบาท ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 619.34 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากรายการพิเศษจากการขายสินทรัพย์
## โอกาส
* **การเติบโตของรายได้สาธารณูปโภค:** การใช้บริการสาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าในนิคม ACHL บ่งชี้ถึงการฟื้นตัวและการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ ซึ่งอาจเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอ
* **การบริหารอัตรากำไรให้เช่า:** บริษัทฯ ยังคงสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นจากการให้เช่าโรงงานสำเร็จรูปได้ในระดับสูงกว่า 65% ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมาย แสดงถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและราคาเช่า
* **การลงทุนในบริษัทร่วม:** การลงทุนใน APBH ซึ่งเป็นผู้ให้บริการผลิตกระแสไฟฟ้าสำหรับลูกค้าในนิคม ACBH อาจสร้างผลตอบแทนในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **อัตรากำไรขั้นต้นสาธารณูปโภคต่ำ:** การที่รายได้สาธารณูปโภคเพิ่มขึ้นแต่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าปีก่อนมาก เป็นความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรโดยรวมของธุรกิจ
* **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับพนักงานที่เพิ่มขึ้นอาจเป็นภาระต่อผลประกอบการ หากรายได้ไม่สามารถเติบโตชดเชยได้
* **ความผันผวนของรายได้จากการขายสินทรัพย์:** การที่ผลประกอบการขึ้นอยู่กับรายการขายสินทรัพย์เป็นครั้งคราว ทำให้รายได้และกำไรมีความผันผวนสูง และยากต่อการคาดการณ์
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนส่งผลกระทบต่อผลขาดทุนสุทธิจากการแปลงค่างบการเงิน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการใช้สาธารณูปโภคของลูกค้าในนิคม ACHL และการบริหารจัดการต้นทุนเพื่อเพิ่มอัตรากำไร
* แผนการขายสินทรัพย์ของบริษัทฯ และโอกาสในการรับรู้กำไรพิเศษในอนาคต
* การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหาร โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับพนักงาน
* การฟื้นตัวของรายได้จากการให้เช่าโรงงานสำเร็จรูป และการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับเป้าหมาย
* ผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนต่อผลประกอบการ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในไตรมาส 1 ปี 2566 AMATAV แสดงให้เห็นถึงการพึ่งพารายได้จากสาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในนิคมอมตะซิตี้ ฮา ลอง (ACHL) ซึ่งสะท้อนถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่กลับมาคึกคักในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม การที่รายได้ส่วนนี้มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเดิม เป็นจุดที่ฝ่ายจัดการต้องพิจารณาถึงกลยุทธ์ในการบริหารจัดการต้นทุน หรือการเพิ่มมูลค่าบริการอื่นๆ เพื่อชดเชยส่วนต่างนี้
ในส่วนของการให้เช่าโรงงานสำเร็จรูป (RBF) แม้รายได้จะลดลงตามจำนวนยูนิตที่ขายไป แต่บริษัทฯ ยังคงรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ดี ซึ่งแสดงถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจนี้ การไม่มีรายการขาย RBF ในไตรมาสนี้ทำให้ภาพรวมรายได้รวมดูหดตัวลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งมีรายการขายสินทรัพย์ขนาดใหญ่เข้ามาเสริม
การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหาร เป็นประเด็นที่ต้องจับตา เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิโดยตรง หากรายได้จากการดำเนินงานปกติไม่สามารถเติบโตได้ทัน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 12,448.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.12% โดยมีรายการหลักคือเงินลงทุนในบริษัทร่วมและสิทธิการใช้สินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น หนี้สินรวมอยู่ที่ 6,590.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.93% จากเงินกู้ยืมระยะสั้นที่เพิ่มขึ้นสุทธิกับการชำระคืนเงินกู้ระยะยาว ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 2.86% อยู่ที่ 5,858.45 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากผลขาดทุนสุทธิในไตรมาสนี้และผลต่างอัตราแลกเปลี่ยนจากการแปลงค่างบการเงิน
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน หรือการจัดหาเงินโดยตรง
## สรุปท้าย
AMATAV ในไตรมาส 1 ปี 2566 เผชิญกับความท้าทายด้านรายได้รวมที่ลดลงอย่างมากจากการไม่มีรายการขายสินทรัพย์พิเศษเหมือนปีก่อน แต่สามารถพลิกสถานการณ์โดยการลดขาดทุนสุทธิลงได้อย่างมีนัยสำคัญ จากการเติบโตของรายได้สาธารณูปโภคที่โดดเด่น แม้จะมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงก็ตาม ขณะที่การบริหารจัดการธุรกิจให้เช่าโรงงานยังคงทำได้ดี อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหารและอัตรากำไรที่ลดลงในธุรกิจสาธารณูปโภค เป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป เพื่อประเมินความสามารถในการทำกำไรอย่างยั่งยืน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AMATAV ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
1,331.48
ล้านบาท
↓ 54.1% YoY
กำไรขั้นต้น
629.29
ล้านบาท
↑ 61% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
47.26
%
กำไรสุทธิ
361.68
ล้านบาท
↑ 2294% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
27.16
%
D/E Ratio
1.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,331
↓ -54.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
629
↑ + 61%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
362
↑ + 2294%
YoY
D/E Ratio
1.17
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AMATAV
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.17
ROE (%)
8.93
ROA (%)
6.17
Book Value/หุ้น
4.95
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AMATAV
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-731
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-822
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AMATAV
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2561 | 2560 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-731.30
-200.87%
|
724.99
-48.20%
|
1,399.72
+273.82%
|
374.44
|
353.47
+196.81%
|
119.09
-50.73%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-822.20
-30.04%
|
-1,175.27
+77.03%
|
-663.89
-1,340.45%
|
53.52
|
-651.16
+39.00%
|
-468.47
-70.18%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
970.01
+42.70%
|
679.76
-195.40%
|
-712.56
-18.72%
|
-876.62
|
348.04
-59.99%
|
869.90
+1,126.59%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
520.34
+274.53%
|
138.93
+136.72%
|
58.69
-110.44%
|
-562.38
|
37.54
-82.34%
|
212.63
-116.87%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
527.67
-43.69%
|
937.08
+84.23%
|
508.64
-52.52%
|
1,071.22
+931.17%
|
626.19
+49.75%
|
418.16
-75.09%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
-100.00%
|
527.67
-43.69%
|
937.08
+84.23%
|
508.64
-52.52%
|
664.15
+6.06%
|
626.19
+49.75%
|