บริษัท อมตะ วีเอ็น จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
2.06
0.02 (0.96%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5444 out_tok=3054 at=2026-07-25T09:39:01 -->
# AMATAV Q3/2565 กำไรพุ่ง 163% รับแรงหนุนขายโรงงานสำเร็จรูป-สาธารณูปโภค
## กำไร AMATAV ไตรมาส 3 โตแรง 163% แตะ 233.79 ล้านบาท จากการขายโรงงานสำเร็จรูปและรายได้สาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
บริษัท อมตะ วีเอ็น จำกัด (มหาชน) หรือ AMATAV รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 233.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 163.49% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายได้จากการขายโรงงานสำเร็จรูปให้เช่า (Ready Built Factory: RBF) และการเติบโตของรายได้จากสาธารณูปโภค ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของบริษัทฯ พลิกฟื้นอย่างโดดเด่นในไตรมาสนี้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ AMATAV ในไตรมาส 3 ปี 2565 เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่ **การรับรู้กำไรจากการขายโรงงานสำเร็จรูปให้เช่า (RBF)** จำนวน 250.58 ล้านบาท ซึ่งบันทึกอยู่ในรายการกำไรจากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน และ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากสาธารณูปโภค** จำนวน 310.15 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 590.09%) เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้รายได้รวมของบริษัทฯ ในไตรมาสนี้เพิ่มขึ้นถึง 211.82%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **การขายโรงงานสำเร็จรูป (RBF):** การขายโรงงานสำเร็จรูปจำนวน 6 หลังในไตรมาส 3 ปี 2565 เป็นแหล่งรายได้และกำไรที่สำคัญ ซึ่งฝ่ายจัดการได้ระบุว่าการขาย RBF ตั้งแต่ปลายปี 2564 จนถึงไตรมาส 3 ปี 2565 ส่งผลให้รายได้จากการให้เช่าลดลง แต่กำไรจากการขาย RBF นั้นมีมูลค่าสูงกว่า
* **รายได้จากสาธารณูปโภค:** การเพิ่มขึ้นของรายได้จากสาธารณูปโภคเป็นผลมาจากการให้บริการที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีสาเหตุมาจากการที่บริษัทฯ เริ่มขายที่ดินในโครงการภาคเหนือตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งการขายที่ดินดังกล่าวส่งผลให้มีความต้องการใช้สาธารณูปโภคเพิ่มขึ้นตามมา
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** การรับรู้กำไรจากการขายโรงงานสำเร็จรูป (RBF) ในไตรมาสนี้เป็นรายการสำคัญที่ช่วยหนุนผลประกอบการ แต่ลักษณะของการขายสินทรัพย์เพื่อการลงทุนมักเป็นรายการที่ไม่เกิดขึ้นต่อเนื่องในทุกไตรมาส ส่วนรายได้จากสาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้นนั้น มีความเชื่อมโยงกับการขายที่ดิน ซึ่งต้องติดตามแผนการขายที่ดินในอนาคตของบริษัทฯ ว่าจะยังคงมีปริมาณมากพอที่จะผลักดันรายได้ส่วนนี้ให้เติบโตต่อเนื่องได้หรือไม่
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 163.49%:** AMATAV มีกำไรสุทธิ 233.79 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2565 เพิ่มขึ้นจาก 88.73 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมโต 211.82%:** รายได้รวมอยู่ที่ 662.65 ล้านบาท เทียบกับ 212.51 ล้านบาทในปีก่อน
* **รับรู้กำไรขาย RBF:** มีกำไรจากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน 250.58 ล้านบาท จากการขายโรงงานสำเร็จรูป (RBF) 6 หลัง
* **รายได้สาธารณูปโภคเพิ่ม 590.09%:** รายได้จากสาธารณูปโภคสูงถึง 362.71 ล้านบาท จากการให้บริการที่เพิ่มขึ้นหลังการขายที่ดิน
* **รายได้ค่าเช่าลดลง:** รายได้จากการให้เช่าลดลง 81.71% เหลือ 12.37 ล้านบาท เนื่องจากมีการขาย RBF ออกไป
* **ค่าใช้จ่ายขาย-บริหารเพิ่ม 30.68%:** ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 53.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการเตรียมแผนขายโครงการใหม่และการเพิ่มพนักงาน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 AMATAV มีรายได้รวม 662.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 211.82% เมื่อเทียบกับ 212.51 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการขายโรงงานสำเร็จรูปให้เช่า (RBF) ซึ่งบันทึกเป็นกำไรจากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนจำนวน 250.58 ล้านบาท และรายได้จากสาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 590.09% เป็น 362.71 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม รายได้จากการให้เช่าลดลง 81.71% เหลือ 12.37 ล้านบาท เนื่องจากผลกระทบจากการขาย RBF
ในส่วนของกำไรขั้นต้น รายได้จากการให้เช่ามีกำไรขั้นต้น 10.15 ล้านบาท (อัตรากำไร 82.05%) ลดลงจากปีก่อน ขณะที่รายได้จากสาธารณูปโภคมีกำไรขั้นต้น 44.12 ล้านบาท (อัตรากำไร 12.16%) เพิ่มขึ้นอย่างมาก
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมอยู่ที่ 53.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.68% จากปีก่อน โดยค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่สูงขึ้น และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นจากการเตรียมแผนการขายโครงการใหม่และการเพิ่มจำนวนพนักงาน
ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 233.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 163.49% เมื่อเทียบกับ 88.73 ล้านบาทในปีก่อน
สำหรับงวดเก้าเดือนแรกของปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 2,395.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 329.56% จาก 557.74 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากการขายอสังหาริมทรัพย์ (203.84 ล้านบาท) และกำไรจากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน (1,333.66 ล้านบาท) รวมถึงรายได้จากสาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้น 296.11% เป็น 652.59 ล้านบาท ในขณะที่รายได้จากการให้เช่าลดลง 53.03%
## โอกาส
* **การขายสินทรัพย์เพื่อการลงทุน:** การขายโรงงานสำเร็จรูป (RBF) แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการสร้างรายได้และกำไรจากการขายสินทรัพย์ที่บริษัทฯ ถือครอง
* **การเติบโตของรายได้สาธารณูปโภค:** การขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในนิคมอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการขายที่ดินในโครงการภาคเหนือ เป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของรายได้จากสาธารณูปโภค
* **การเตรียมเปิดโครงการใหม่:** การเตรียมแผนการขายโครงการใหม่บ่งชี้ถึงการมองหาโอกาสในการเติบโตและขยายธุรกิจในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของรายได้จากการขายสินทรัพย์:** รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน (เช่น RBF) เป็นรายการที่อาจไม่สม่ำเสมอในแต่ละไตรมาส ซึ่งอาจส่งผลต่อความผันผวนของผลประกอบการ
* **การลดลงของรายได้ค่าเช่า:** การขายสินทรัพย์ที่สร้างรายได้ค่าเช่าออกไป ส่งผลให้รายได้ส่วนนี้ลดลง ซึ่งต้องพิจารณาถึงกลยุทธ์การบริหารจัดการพอร์ตสินทรัพย์ให้สมดุล
* **ต้นทุนการดำเนินงาน:** แม้รายได้จากสาธารณูปโภคจะเพิ่มขึ้น แต่ต้นทุนที่เกี่ยวข้องก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย (ต้นทุนจากสาธารณูปโภคเพิ่มขึ้น 409.59% ในงวด 9 เดือน) ซึ่งต้องบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น:** การเตรียมการสำหรับโครงการใหม่และการเพิ่มพนักงานส่งผลให้ค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจกดดันอัตรากำไรหากรายได้ไม่เติบโตตาม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แผนการขายที่ดินและสินทรัพย์ในอนาคต:** เพื่อประเมินโอกาสในการรับรู้กำไรจากการขายสินทรัพย์อย่างต่อเนื่อง
* **แนวโน้มรายได้จากสาธารณูปโภค:** ติดตามการเติบโตของปริมาณการใช้สาธารณูปโภคจากลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรม
* **การบริหารจัดการต้นทุนสาธารณูปโภค:** เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจสาธารณูปโภค
* **ความคืบหน้าในการเปิดโครงการใหม่:** เพื่อประเมินโอกาสในการสร้างรายได้และกำไรในอนาคต
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E):** หากมีข้อมูลในเอกสาร จะเป็นตัวชี้วัดความเสี่ยงทางการเงินที่สำคัญ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในไตรมาส 3 ปี 2565 AMATAV ได้รับประโยชน์อย่างมากจากการขายโรงงานสำเร็จรูปให้เช่า (RBF) ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่บริษัทฯ พัฒนาขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการขาย การขาย RBF จำนวน 6 หลังนี้ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรจากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนสูงถึง 250.58 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันกำไรสุทธิให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด
ในขณะเดียวกัน รายได้จากสาธารณูปโภคก็เติบโตอย่างโดดเด่นถึง 590.09% เป็น 362.71 ล้านบาท ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากการให้บริการที่เพิ่มขึ้นจากการขายที่ดินในโครงการภาคเหนือตั้งแต่ปี 2564 การเติบโตนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของธุรกิจสาธารณูปโภคที่เชื่อมโยงกับการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรม
อย่างไรก็ตาม การขาย RBF ส่งผลให้รายได้จากการให้เช่าลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 81.71% เหลือเพียง 12.37 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การบริหารพอร์ตสินทรัพย์ โดยอาจมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาและขายสินทรัพย์มากกว่าการถือครองเพื่อสร้างรายได้ค่าเช่าในระยะยาว
ในส่วนของต้นทุน ฝ่ายจัดการได้รายงานว่าต้นทุนจากการให้เช่าลดลง 86.75% และต้นทุนจากสาธารณูปโภคเพิ่มขึ้น 840.07% ในไตรมาส 3 ซึ่งสอดคล้องกับรายได้ที่เปลี่ยนแปลงไป แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจากการให้เช่าจะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจาก 75.22% เป็น 82.05% แต่อัตรากำไรขั้นต้นจากสาธารณูปโภคลดลงอย่างมากจาก 35.52% เป็น 12.16% ซึ่งเป็นจุดที่ต้องจับตา
สำหรับงวดเก้าเดือนแรกของปี 2565 บริษัทฯ มีการรับรู้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 203.84 ล้านบาท และกำไรจากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน 1,333.66 ล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการดำเนินงานที่แข็งแกร่งจากการขายสินทรัพย์
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทฯ ในงวดดังกล่าว จึงไม่สามารถวิเคราะห์ในส่วนนี้ได้
## สรุปท้าย
AMATAV โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 163.49% เป็น 233.79 ล้านบาท หัวใจสำคัญมาจากกำไรก้อนใหญ่จากการขายโรงงานสำเร็จรูป (RBF) และการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากสาธารณูปโภค ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพในการสร้างมูลค่าจากการขายสินทรัพย์และการขยายตัวของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรม แม้ว่ารายได้ค่าเช่าจะลดลงจากการขาย RBF ออกไป แต่การบริหารจัดการต้นทุนและการเตรียมพร้อมสำหรับโครงการใหม่ก็เป็นปัจจัยที่น่าจับตาต่อไป โดยนักลงทุนควรติดตามแผนการขายสินทรัพย์ในอนาคตและแนวโน้มการเติบโตของรายได้จากสาธารณูปโภค เพื่อประเมินโอกาสและความต่อเนื่องของผลประกอบการในระยะข้างหน้า
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AMATAV ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
1,331.48
ล้านบาท
↓ 54.1% YoY
กำไรขั้นต้น
629.29
ล้านบาท
↑ 61% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
47.26
%
กำไรสุทธิ
361.68
ล้านบาท
↑ 2294% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
27.16
%
D/E Ratio
1.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,331
↓ -54.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
629
↑ + 61%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
362
↑ + 2294%
YoY
D/E Ratio
1.17
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AMATAV
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.17
ROE (%)
8.93
ROA (%)
6.17
Book Value/หุ้น
4.95
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AMATAV
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-731
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-822
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AMATAV
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2561 | 2560 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-731.30
-200.87%
|
724.99
-48.20%
|
1,399.72
+273.82%
|
374.44
|
353.47
+196.81%
|
119.09
-50.73%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-822.20
-30.04%
|
-1,175.27
+77.03%
|
-663.89
-1,340.45%
|
53.52
|
-651.16
+39.00%
|
-468.47
-70.18%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
970.01
+42.70%
|
679.76
-195.40%
|
-712.56
-18.72%
|
-876.62
|
348.04
-59.99%
|
869.90
+1,126.59%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
520.34
+274.53%
|
138.93
+136.72%
|
58.69
-110.44%
|
-562.38
|
37.54
-82.34%
|
212.63
-116.87%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
527.67
-43.69%
|
937.08
+84.23%
|
508.64
-52.52%
|
1,071.22
+931.17%
|
626.19
+49.75%
|
418.16
-75.09%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
-100.00%
|
527.67
-43.69%
|
937.08
+84.23%
|
508.64
-52.52%
|
664.15
+6.06%
|
626.19
+49.75%
|