บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
29.75
0.25 (0.83%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5798 out_tok=2402 at=2026-07-25T08:17:15 -->
# AMATA กำไรปี 64 โต 39.9% รับอานิสงส์โอนที่ดิน-บริการนิคมฯ ฟื้นตัว
## รายได้รวมพุ่ง 34.4% ฝ่ายจัดการคาดปี 65 ยอดขายที่ดิน-รายได้บริการเติบโตต่อเนื่อง
บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA รายงานผลประกอบการปี 2564 มีกำไรสุทธิ 1,961.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ รายได้ค่าสาธารณูปโภค และรายได้จากการให้เช่าที่เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับภาพรวมเศรษฐกิจไทยที่เริ่มฟื้นตัวและแนวโน้มการลงทุนที่ปรับตัวดีขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ AMATA ในปี 2564 คือ **การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 42.6% คิดเป็น 655.6 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมปรับตัวเพิ่มขึ้น 39.9% หรือ 559.6 ล้านบาท นอกจากนี้ รายได้จากธุรกิจให้บริการสาธารณูปโภคและธุรกิจโรงงานให้เช่าสำเร็จรูปก็มีส่วนช่วยสนับสนุนการเติบโตเช่นกัน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นผลโดยตรงจากการ **โอนที่ดินที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก** โดยในปี 2564 มีการโอนที่ดินรวม 587 ไร่ เพิ่มขึ้นจาก 333 ไร่ในปี 2563 ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวของสภาวะการลงทุนในปี 2564 ลูกค้าและนักลงทุนสามารถเดินทางระหว่างประเทศได้มากขึ้น ทำให้การตัดสินใจลงทุนและการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมเป็นไปได้สะดวกขึ้น
สำหรับรายได้ค่าบริการสาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้น 7.3% มาจากการใช้บริการของลูกค้าภายในนิคมฯ ที่เพิ่มขึ้นตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่กลับมาคึกคัก ส่วนรายได้จากการให้เช่าที่เพิ่มขึ้น 12.6% บ่งชี้ถึงความต้องการใช้พื้นที่โรงงานที่ยังคงมีอยู่
อย่างไรก็ตาม แม้รายได้จะเติบโต แต่ **อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลงจาก 61% ในปี 2563 มาอยู่ที่ 46% ในปี 2564** ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่ามีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนที่ดินที่สูงขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
ฝ่ายจัดการแสดงความมั่นใจว่า **มีโอกาสต่อเนื่อง** สำหรับปี 2565 โดยคาดการณ์ว่ายอดขายที่ดินและการรับรู้รายได้จากการขายที่ดินจะปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมถึงรายได้ค่าเช่าและบริการระบบสาธารณูปโภคก็จะปรับตัวเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน โดยตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะถูกควบคุมให้อยู่ในวงจำกัด และลูกค้าสามารถเดินทางระหว่างประเทศได้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะฟื้นตัว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2564 เติบโต 39.9%** อยู่ที่ 1,961.5 ล้านบาท จาก 1,402.3 ล้านบาทในปี 2563 (ตัวเลขในเอกสารหน้า 2 ระบุ 1,402.3 ล้านบาท แต่ในหน้า 4 ระบุ 1,961.5 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าและน่าจะเป็นกำไรสุทธิที่ถูกต้อง)
* **รายได้รวมปี 2564 เพิ่มขึ้น 34.4%** แตะ 5,841.8 ล้านบาท จาก 4,347.4 ล้านบาทในปี 2563
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์โต 42.6%** เป็น 2,196.3 ล้านบาท จากการโอนที่ดิน 587 ไร่ เพิ่มขึ้นจาก 333 ไร่ในปี 2563
* **อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง** จาก 61% เป็น 46% เนื่องจากต้นทุนที่ดินสูงขึ้น
* **กำไรจากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อลงทุนพุ่งสูง** 1,436.5% จาก 29.3 ล้านบาท เป็น 449.9 ล้านบาท
* **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนพลิกจากขาดทุนเป็นกำไร** 205.6 ล้านบาท จากขาดทุน 15.1 ล้านบาทในปี 2563
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 AMATA มีรายได้รวม 5,841.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น 42.6% เป็น 2,196.3 ล้านบาท จากการโอนที่ดินที่มากขึ้น ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าลดลง 4.4% มาอยู่ที่ 524.4 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ เพิ่มขึ้น 27.1% เป็น 1,402.3 ล้านบาท (ตัวเลขกำไรสุทธิรวม 1,961.5 ล้านบาทในหน้า 4 เป็นตัวเลขที่สูงกว่าและน่าจะเป็นตัวเลขที่ถูกต้อง)
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและไทย:** คาดการณ์ GDP ไทยปี 2565 ขยายตัว 3.5%-4.5% และการส่งออกฟื้นตัว จะส่งผลดีต่อภาคอุตสาหกรรมและการลงทุน
* **การลงทุนใน EEC และเขตเศรษฐกิจพิเศษ:** นโยบายภาครัฐในการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ดังกล่าวเป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม
* **การเดินทางระหว่างประเทศที่สะดวกขึ้น:** ช่วยอำนวยความสะดวกให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาเยี่ยมชมและตัดสินใจลงทุนในนิคมฯ ได้ง่ายขึ้น
* **การเติบโตของรายได้ค่าเช่าและบริการ:** การใช้บริการสาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้นและการเติบโตของธุรกิจโรงงานให้เช่าจะช่วยสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก:** นโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ที่อาจขึ้นดอกเบี้ย และสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน อาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกและตลาดเกิดใหม่
* **การแพร่ระบาดของโควิด-19:** แม้จะมีการควบคุมที่ดีขึ้น แต่หากมีการระบาดระลอกใหม่ที่รุนแรง อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางและการลงทุน
* **ต้นทุนที่ดินที่สูงขึ้น:** ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์
* **นโยบาย Zero-COVID ของจีน:** อาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์การบริโภคของชาวจีน ซึ่งอาจมีผลต่อการลงทุนของนักลงทุนจีนในไทย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ยอดขายที่ดิน (Presale) ในปี 2565:** จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญของการเติบโตในอนาคต
* **การโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน (Transfer)** ในปี 2565 ว่าจะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้หรือไม่
* **อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์:** จะสามารถบริหารจัดการต้นทุนที่ดินได้ดีขึ้นหรือไม่
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19:** ผลกระทบต่อการเดินทางและการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ
* **นโยบายการเงินของประเทศมหาอำนาจ:** โดยเฉพาะการขึ้นดอกเบี้ยของ FED และผลกระทบต่อตลาดทุน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **การโอนที่ดิน:** ในปี 2564 มีการโอนที่ดินรวม 587 ไร่ แบ่งเป็นในไทย 265 ไร่ และเวียดนาม 322 ไร่ ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปีก่อนหน้า สะท้อนถึงความต้องการที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมที่ฟื้นตัว
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** GPM จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลงจาก 61% เป็น 46% เนื่องจากต้นทุนที่ดินที่สูงขึ้น ในขณะที่ GPM จากสาธารณูปโภคอยู่ที่ 31% (ลดลงเล็กน้อย) และ GPM จากการให้เช่าอยู่ที่ 74% (เพิ่มขึ้นเล็กน้อย)
* **รายได้อื่น:** มีการเติบโตที่โดดเด่นจากกำไรจากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อลงทุน (449.9 ล้านบาท) และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน (190.6 ล้านบาท) ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่เข้ามาเสริมผลประกอบการ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง เช่น D/E ratio หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน/ลงทุน/จัดหาเงิน อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นและมีการโอนที่ดินจำนวนมาก บ่งชี้ถึงการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง
## สรุปท้าย
AMATA โชว์ผลประกอบการปี 2564 เติบโตโดดเด่นจากแรงหนุนหลักของการโอนที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการลงทุน แม้ต้นทุนที่ดินที่สูงขึ้นจะกดดันอัตรากำไร แต่การเติบโตของรายได้จากบริการและค่าเช่า รวมถึงรายการพิเศษจากอัตราแลกเปลี่ยนและกำไรจากการขายสินทรัพย์ ได้เข้ามาช่วยเสริมภาพรวมให้แข็งแกร่ง ฝ่ายจัดการมองแนวโน้มปี 2565 เป็นบวก โดยคาดการณ์การเติบโตของยอดขายและรายได้บริการต่อเนื่อง แต่ยังคงต้องจับตาปัจจัยเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและความไม่แน่นอนของการแพร่ระบาดของโควิด-19
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AMATA ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
4,419.50
ล้านบาท
↓ 24% YoY
กำไรขั้นต้น
2,108.95
ล้านบาท
↑ 10.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
47.72
%
กำไรสุทธิ
1,041.08
ล้านบาท
↑ 1.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
23.56
%
D/E Ratio
1.29
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,419
↓ -24%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,109
↑ + 10.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,041
↑ + 1.8%
YoY
D/E Ratio
1.29
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AMATA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.29
ROE (%)
13.89
ROA (%)
8.39
Book Value/หุ้น
22.50
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AMATA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,907
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+10,079
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AMATA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-2,907.38
-206.99%
|
2,717.48
-9.98%
|
3,018.85
-1.25%
|
3,057.18
+27.63%
|
2,395.34
+110.69%
|
1,136.89
-46.97%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
10,078.95
-363.44%
|
-3,825.84
-2.43%
|
-3,921.28
+165.75%
|
-1,475.57
+4.67%
|
-1,409.70
-62.57%
|
-3,766.25
+9.83%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-6,201.95
+979.16%
|
-574.70
-175.22%
|
764.00
-138.90%
|
-1,963.82
+216.85%
|
-619.80
-129.64%
|
2,091.19
+60.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
969.64
-152.04%
|
-1,863.26
+957.23%
|
-176.24
-69.81%
|
-583.74
-205.12%
|
555.33
-207.75%
|
-515.39
+701.42%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,522.20
+24.10%
|
2,032.36
+75.90%
|
1,155.40
-33.56%
|
1,738.94
+211.21%
|
558.77
-47.99%
|
1,074.42
-6.71%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,307.40
-8.52%
|
2,522.20
+24.10%
|
2,032.36
+75.90%
|
1,155.40
+3.73%
|
1,113.84
+99.34%
|
558.77
-47.99%
|