บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
29.75
0.25 (0.83%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10544 out_tok=3420 at=2026-07-25T09:38:38 -->
# AMATA กำไร Q3/2565 พุ่ง 54.5% รับแรงหนุนโอนที่ดินนิคมฯ
## รายได้-กำไรโตตามการโอนที่ดินนิคมฯ ที่เพิ่มขึ้น 208.5% ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการลงทุนในเวียดนามส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 353.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวม 1,946.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 86.9% เป็นผลมาจากการโอนที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ AMATA ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 208.5%** โดยมีปัจจัยหลักมาจากการโอนที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก จาก 20 ไร่ในไตรมาส 3 ปี 2564 เป็น 132 ไร่ในไตรมาส 3 ปี 2565
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:** การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและไทย ประกอบกับการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ทำให้ภาคการผลิตกลับมาฟื้นตัว และความต้องการพื้นที่อุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่มีสัญญาณดีขึ้น โดยเฉพาะจากจีน ไต้หวัน และญี่ปุ่น ที่เข้ามาลงทุนในไทย การโอนที่ดินที่เพิ่มขึ้นนี้ส่งผลโดยตรงต่อรายได้รวมของบริษัทฯ
อย่างไรก็ตาม **อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์ปรับลดลงจาก 71% เป็น 60%** เนื่องจากที่ดินที่โอนส่วนใหญ่ในปีนี้อยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง ซึ่งมีอัตรากำไรต่ำกว่าที่ดินที่โอนในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี ในปีก่อนหน้า นอกจากนี้ **รายได้ค่าสาธารณูปโภค แม้จะเติบโต 68% แต่มีอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 33% เป็น 23%** โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลงทุนในระบบสาธารณูปโภคในประเทศเวียดนาม
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากเอกสารระบุถึงแนวโน้มที่ดีของธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม และการที่กนอ.คาดว่าจะสามารถขายที่ดินได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ 1,770 ไร่ในปีนี้ รวมถึงการที่ AMATA ได้ลงนามสัมปทานที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการอมตะ สมาร์ท แอนด์อีโคซิตี้ นาหม้อ ใน สปป.ลาว ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพ อย่างไรก็ตาม การที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงจากการโอนที่ดินในพื้นที่ที่มีมาร์จิ้นต่ำกว่า และการลงทุนในเวียดนาม อาจเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าบริษัทฯ จะสามารถบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มอัตรากำไรในอนาคตได้หรือไม่
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น Q3/2565 เพิ่มขึ้น 54.5%** เป็น 353.4 ล้านบาท
* **รายได้รวม Q3/2565 เพิ่มขึ้น 86.9%** เป็น 1,946.7 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ Q3/2565 พุ่ง 208.5%** เป็น 558.4 ล้านบาท จากการโอนที่ดิน 132 ไร่
* **อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง** จาก 71% เป็น 60% เนื่องจากสัดส่วนการโอนที่ดินในระยองเพิ่มขึ้น
* **รายได้ค่าสาธารณูปโภค Q3/2565 เพิ่มขึ้น 68%** เป็น 829.2 ล้านบาท แต่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 33% เป็น 23% จากการลงทุนในเวียดนาม
* **กำไรจากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน Q3/2565 สูงถึง 279.6 ล้านบาท** จากการขายโรงงานสำเร็จรูปให้เช่า 6 แห่งในเวียดนาม
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้า Q3/2565 ลดลง 237.3%** เหลือ 81.5 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนกลุ่มโรงไฟฟ้าและค้าปลีกก๊าซธรรมชาติสูงขึ้น
* **สำหรับ 9 เดือนแรกปี 2565 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 135.2%** เป็น 1,555.7 ล้านบาท โดยมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 100%
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 AMATA มีรายได้รวม 1,946.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 86.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการโอนที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 208.5% อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลงเล็กน้อยจาก 71% เป็น 60% เนื่องจากสัดส่วนการโอนที่ดินในพื้นที่ระยองซึ่งมีอัตรากำไรต่ำกว่าชลบุรีเพิ่มขึ้น
ในส่วนของธุรกิจให้บริการสาธารณูปโภค รายได้เพิ่มขึ้น 68% แต่มีอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 33% เป็น 23% เนื่องจากการลงทุนในระบบสาธารณูปโภคในประเทศเวียดนาม ในขณะที่รายได้จากการให้เช่าโรงงานสำเร็จรูปปรับลดลง 18% แต่มีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
นอกจากนี้ บริษัทยังมีรายได้อื่นที่โดดเด่นจากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนจำนวน 279.6 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการขายโรงงานสำเร็จรูปให้เช่าในเวียดนาม ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นในไตรมาส 3 ปี 2565 เติบโต 54.5% เป็น 353.4 ล้านบาท
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 5,804.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 100% และมีกำไรสุทธิ 1,555.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 135.2% โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการโอนที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก และกำไรจากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการลงทุนในภาคอุตสาหกรรม:** แนวโน้มเศรษฐกิจไทยและโลกที่เริ่มฟื้นตัว ประกอบกับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และอิเล็กทรอนิกส์ เป็นปัจจัยบวกต่อความต้องการพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรม
* **การขยายธุรกิจใน สปป.ลาว:** การลงนามสัมปทานที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการอมตะ สมาร์ท แอนด์อีโคซิตี้ นาหม้อ ใน สปป.ลาว ถือเป็นโอกาสในการขยายฐานธุรกิจไปยังตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ
* **การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน EEC:** โครงการโครงสร้างพื้นฐานหลักในพื้นที่ EEC ที่กำลังพัฒนา จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจและดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาในนิคมอุตสาหกรรมของ AMATA
* **การบริหารจัดการน้ำและพลังงาน:** การให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนและการพัฒนาโครงการเมืองอัจฉริยะ (Amata Smart City) ที่เน้นการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและตอบสนองต่อเทรนด์ ESG
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก:** สัญญาณการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก นโยบายการเงินที่ตึงตัว และความขัดแย้งระหว่างประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ
* **การแข่งขันในธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม:** การแข่งขันจากผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมรายอื่น ทั้งในและต่างประเทศ อาจส่งผลต่อราคาขายและอัตรากำไร
* **ต้นทุนการลงทุนในเวียดนาม:** การลงทุนในระบบสาธารณูปโภคในประเทศเวียดนามส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจให้บริการสาธารณูปโภค ซึ่งต้องติดตามการบริหารจัดการต้นทุนอย่างใกล้ชิด
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น เช่น เวียดนามดอง ส่งผลกระทบต่อกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **ต้นทุนก๊าซธรรมชาติ:** ต้นทุนที่สูงขึ้นของก๊าซธรรมชาติส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของกลุ่มธุรกิจโรงไฟฟ้าและการค้าปลีกก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้า
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการโอนที่ดินในไตรมาสถัดไป:** ติดตามปริมาณการโอนที่ดินและสัดส่วนพื้นที่ที่โอน เพื่อประเมินรายได้และอัตรากำไร
* **ความคืบหน้าโครงการใน สปป.ลาว:** การพัฒนาโครงการอมตะ สมาร์ท แอนด์อีโคซิตี้ นาหม้อ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการเติบโตในระยะยาว
* **การบริหารจัดการต้นทุนในเวียดนาม:** การลงทุนในระบบสาธารณูปโภคในเวียดนามจะส่งผลต่ออัตรากำไรอย่างไร
* **การเปลี่ยนแปลงของอัตรากำไรขั้นต้น:** การปรับตัวของอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์และบริการสาธารณูปโภค
* **การลงทุน FDI ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย:** การเข้ามาลงทุนของนักลงทุนต่างชาติในอุตสาหกรรม EV และอิเล็กทรอนิกส์ จะส่งผลต่อความต้องการพื้นที่ในนิคมฯ อย่างไร
* **ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลก:** การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกจะส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนในไทยหรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**การขายอสังหาริมทรัพย์:** ไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 558.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 208.5% จากการโอนที่ดิน 132 ไร่ ซึ่งมากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีการโอนเพียง 20 ไร่ อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 71% เป็น 60% เนื่องจากสัดส่วนการโอนที่ดินในนิคมฯ ระยองเพิ่มขึ้น ซึ่งมีอัตรากำไรต่ำกว่านิคมฯ ชลบุรี
**บริการสาธารณูปโภค:** รายได้ค่าบริการสาธารณูปโภคเพิ่มขึ้น 68% เป็น 829.2 ล้านบาท จากการใช้บริการที่เพิ่มขึ้นทั้งในไทยและเวียดนาม แต่กำไรขั้นต้นลดลงจาก 33% เป็น 23% เนื่องจากการลงทุนในระบบสาธารณูปโภคในเวียดนาม
**โรงงานให้เช่า:** รายได้จากการให้เช่าลดลง 18% เป็น 196.2 ล้านบาท เนื่องจากมีการขายโรงงานสำเร็จรูปให้เช่าในเวียดนามออกไป แต่กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 76% เป็น 79%
**รายได้อื่น:** มีกำไรจากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน 279.6 ล้านบาท จากการขายโรงงานสำเร็จรูปให้เช่า 6 แห่งในเวียดนาม
**สำหรับ 9 เดือนแรกปี 2565:** รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 256.8% เป็น 1,578.7 ล้านบาท จากการโอนที่ดิน 385 ไร่ (ไทย 340 ไร่, เวียดนาม 45 ไร่) แต่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 64% เป็น 57% เนื่องจากมีการโอนที่ดินในเวียดนามซึ่งมีอัตรากำไรค่อนข้างต่ำ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 48,279 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.18% จากสิ้นปี 2564 โดยเป็นการเพิ่มขึ้นของทรัพย์สินไม่หมุนเวียนจากการเตรียมที่ดินสำหรับขายและสินทรัพย์โครงการในเวียดนาม
หนี้สินรวมอยู่ที่ 24,023 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.39% จากสิ้นปี 2564 ส่วนใหญ่มาจากการกู้ยืมระยะสั้นเพื่อซื้อที่ดิน
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 24,256 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.21% จากสิ้นปี 2564 จากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ที่ 1.25 เท่า ลดลงเล็กน้อยจาก 1.29 เท่า ในงวดเดียวกันของปีก่อน
อัตราส่วนทุนหมุนเวียนลดลงจาก 2.15 เท่า เป็น 1.27 เท่า
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) เพิ่มขึ้นจาก 4.91% เป็น 9.60% และอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) เพิ่มขึ้นจาก 6.75% เป็น 12.70%
## สรุปท้าย
AMATA ในไตรมาส 3 ปี 2565 แสดงผลประกอบการที่แข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิเติบโต 54.5% จากการโอนที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงการรับรู้กำไรจากการขายสินทรัพย์เพื่อการลงทุน อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนและการรักษาอัตรากำไรขั้นต้น โดยเฉพาะในส่วนของการลงทุนในเวียดนาม และการโอนที่ดินในพื้นที่ที่มีมาร์จิ้นต่ำลง เป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาต่อไป การขยายธุรกิจใน สปป.ลาว และแนวโน้มการลงทุน FDI ที่ดี เป็นโอกาสในการเติบโตในอนาคต ขณะที่ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกและการแข่งขันยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AMATA ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
4,419.50
ล้านบาท
↓ 24% YoY
กำไรขั้นต้น
2,108.95
ล้านบาท
↑ 10.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
47.72
%
กำไรสุทธิ
1,041.08
ล้านบาท
↑ 1.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
23.56
%
D/E Ratio
1.29
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,419
↓ -24%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,109
↑ + 10.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,041
↑ + 1.8%
YoY
D/E Ratio
1.29
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AMATA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.29
ROE (%)
13.89
ROA (%)
8.39
Book Value/หุ้น
22.50
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AMATA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,907
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+10,079
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AMATA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-2,907.38
-206.99%
|
2,717.48
-9.98%
|
3,018.85
-1.25%
|
3,057.18
+27.63%
|
2,395.34
+110.69%
|
1,136.89
-46.97%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
10,078.95
-363.44%
|
-3,825.84
-2.43%
|
-3,921.28
+165.75%
|
-1,475.57
+4.67%
|
-1,409.70
-62.57%
|
-3,766.25
+9.83%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-6,201.95
+979.16%
|
-574.70
-175.22%
|
764.00
-138.90%
|
-1,963.82
+216.85%
|
-619.80
-129.64%
|
2,091.19
+60.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
969.64
-152.04%
|
-1,863.26
+957.23%
|
-176.24
-69.81%
|
-583.74
-205.12%
|
555.33
-207.75%
|
-515.39
+701.42%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,522.20
+24.10%
|
2,032.36
+75.90%
|
1,155.40
-33.56%
|
1,738.94
+211.21%
|
558.77
-47.99%
|
1,074.42
-6.71%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,307.40
-8.52%
|
2,522.20
+24.10%
|
2,032.36
+75.90%
|
1,155.40
+3.73%
|
1,113.84
+99.34%
|
558.77
-47.99%
|