บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
29.75
0.25 (0.83%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10917 out_tok=2704 at=2026-07-25T05:29:11 -->
AMATA โชว์รายได้ Q3/66 พุ่ง 47% รับแรงโอนที่ดินนิคมฯ ทะยาน 189%
ฝ่ายจัดการชี้ธุรกิจหลักฟื้นตัวชัดเจน แต่กำไรสุทธิโตจำกัดจากต้นทุนที่สูงขึ้นและขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน
บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้รวม 2,864 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิส่วนที่ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ อยู่ที่ 396 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 12.18% เนื่องจากต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้นและผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ AMATA ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเติบโตถึง 189.25%** โดยมีแรงหนุนจากการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นเป็น 272 ไร่ จาก 132 ไร่ในปีก่อนหน้า การเติบโตนี้สะท้อนถึงความต้องการที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมที่กลับมาคึกคัก โดยเฉพาะในประเทศเวียดนาม
อย่างไรก็ตาม **อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 59.68% เหลือ 37.24%** สาเหตุหลักมาจากต้นทุนการก่อสร้างที่สูงขึ้นในประเทศเวียดนาม นอกจากนี้ รายได้ค่าสาธารณูปโภคยังเติบโตได้ดีที่ 21.83% แต่มีอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยจาก 22.68% เป็น 19.50% เนื่องจากมีการขายไฟฟ้าให้ลูกค้าในเวียดนามซึ่งมีกำไรขั้นต้นค่อนข้างต่ำ
ปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิคือ **การรับรู้ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 113 ล้านบาท** และ **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 75.21%** ซึ่งเป็นผลมาจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ทำให้แม้รายได้รวมจะเติบโตสูง แต่กำไรสุทธิส่วนที่ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นในอัตราที่จำกัดเพียง 12.18%
**ประเมินโอกาสต่อเนื่อง:** การโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมมีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเวียดนาม ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพ อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนการก่อสร้างและผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินความสามารถในการรักษาอัตรากำไรในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/66 พุ่ง 47.10% YoY** แตะ 2,864 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์โตแรง 189.25% YoY** จากการโอนที่ดิน 272 ไร่ (ไทย 106 ไร่, เวียดนาม 166 ไร่)
* **อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง** จาก 59.68% เหลือ 37.24% เหตุต้นทุนก่อสร้างเวียดนามสูงขึ้น
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมและการร่วมค้าเพิ่มขึ้น 492.68% YoY** จากกลุ่มธุรกิจโรงไฟฟ้า
* **กำไรสุทธิ Q3/66 เพิ่มขึ้น 12.18% YoY** อยู่ที่ 396 ล้านบาท
* **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 113 ล้านบาท** และ **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 75.21%** กดดันกำไรสุทธิ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 AMATA มีรายได้รวม 2,864 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เติบโตถึง 189.25% จากการโอนที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมทั้งในไทยและเวียดนาม ขณะที่รายได้ค่าสาธารณูปโภคเพิ่มขึ้น 21.83% และรายได้จากการให้เช่าเพิ่มขึ้น 10.20% อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมปรับลดลง เนื่องจากต้นทุนการก่อสร้างที่สูงขึ้นในเวียดนาม และการขายไฟฟ้าในเวียดนามที่มีกำไรขั้นต้นต่ำกว่า นอกจากนี้ การรับรู้ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงิน ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ เติบโตเพียง 12.18% มาอยู่ที่ 396 ล้านบาท
สำหรับงวดเก้าเดือนแรกของปี 2566 รายได้รวมอยู่ที่ 6,480 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.65% YoY แต่กำไรสุทธิส่วนที่ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ลดลง 22.75% มาอยู่ที่ 1,202 ล้านบาท เนื่องจากในปีนี้ไม่มีการรับรู้กำไรจากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน และมีการรับรู้ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
## โอกาส
* **การเติบโตของอุตสาหกรรมในอาเซียน:** นโยบายส่งเสริมการลงทุนเชิงรุกของ BOI และการย้ายฐานการลงทุนเข้ามาในภูมิภาคอาเซียน ถือเป็นโอกาสสำคัญของ AMATA ในการดึงดูดนักลงทุนเข้าสู่พื้นที่นิคมอุตสาหกรรม
* **การพัฒนาโครงการ Smart City และ Eco City:** การมุ่งเน้นการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ พลังงานคาร์บอนต่ำ และเศรษฐกิจหมุนเวียน จะช่วยเพิ่มมูลค่าและความน่าสนใจให้กับโครงการของ AMATA
* **การบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน:** การมีแหล่งน้ำสำรองที่เพียงพอต่อความต้องการใช้ในนิคมฯ ได้ถึง 18 เดือน เป็นจุดแข็งในการรองรับความเสี่ยงจากภัยแล้ง
* **การขยายธุรกิจในเวียดนาม:** เวียดนามยังคงเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโตของ AMATA ทั้งในส่วนของการขายที่ดินและบริการสาธารณูปโภค
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก:** ความไม่แน่นอนของการเติบโตทางเศรษฐกิจโลก การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน และความขัดแย้งทางภูมิศาสตร์ อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ
* **ต้นทุนการก่อสร้างที่สูงขึ้น:** โดยเฉพาะในประเทศเวียดนาม ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การรับรู้ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน อาจส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิในแต่ละไตรมาส
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ เพิ่มสูงขึ้น
* **การควบคุมราคาบริการสาธารณูปโภคในเวียดนาม:** การกำหนดราคาต้นทุนและราคาขายจากรัฐบาลเวียดนาม ทำให้บริษัทฯ ไม่สามารถควบคุมอัตรากำไรขั้นต้นในส่วนนี้ได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินในนิคมอุตสาหกรรม:** โดยเฉพาะในประเทศเวียดนาม ว่าจะยังคงเติบโตต่อเนื่องหรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุนการก่อสร้าง:** เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์
* **ผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** และความสามารถในการบริหารจัดการความเสี่ยงนี้
* **ทิศทางอัตราดอกเบี้ย:** และผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ
* **ความคืบหน้าของโครงการ Smart City และ Eco City:** และการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการดำเนินงาน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**การโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน:** ไตรมาส 3 ปี 2566 AMATA มีการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินรวม 272 ไร่ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 132 ไร่ในปีก่อน โดยมีสัดส่วนการโอนในเวียดนามถึง 166 ไร่ ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมของเวียดนามที่ยังคงแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายที่ดินลดลงจาก 59.68% เหลือ 37.24% เนื่องจากต้นทุนการพัฒนาที่ดินและค่าก่อสร้างในเวียดนามที่ปรับตัวสูงขึ้น
**รายได้ค่าสาธารณูปโภค:** เติบโต 21.83% จากการให้บริการที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในเวียดนาม แต่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยจาก 22.68% เป็น 19.50% เนื่องจากมีการขายไฟฟ้าให้ลูกค้าในเวียดนามซึ่งมีกำไรขั้นต้นค่อนข้างน้อย
**รายได้ค่าเช่า:** ยังคงเติบโตเล็กน้อย 10.20% โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 79.17% ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีเสถียรภาพ
**Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Backlog โดยตรง แต่การเติบโตของการโอนที่ดินในไตรมาสนี้บ่งชี้ถึงการรับรู้รายได้จากยอดขายที่เกิดขึ้นก่อนหน้า
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 AMATA มีสินทรัพย์รวม 54,685 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.74% จากสิ้นปี 2565 โดยส่วนใหญ่มาจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด รวมถึงต้นทุนการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น
หนี้สินรวมอยู่ที่ 29,290 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.01% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจากเงินมัดจำและเงินรับล่วงหน้าจากลูกค้าที่เพิ่มขึ้นจากการขายที่ดิน และเงินกู้ยืมระยะยาวที่สูงขึ้น
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 25,395 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.01% จากสิ้นปี 2565 จากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.46 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 1.25 เท่าในปี 2565 ซึ่งยังคงอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญของผลประกอบการ AMATA ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ขับเคลื่อนโดยการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินในนิคมอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในเวียดนาม อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจากต้นทุนที่สูงขึ้น และผลกระทบจากขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น ทำให้กำไรสุทธิเติบโตในอัตราที่จำกัด แม้จะมีโอกาสจากการเติบโตของอุตสาหกรรมในอาเซียน แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนทางเศรษฐกิจโลก ต้นทุนที่สูงขึ้น และอัตราแลกเปลี่ยน ยังคงเป็นปัจจัยที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AMATA ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
4,419.50
ล้านบาท
↓ 24% YoY
กำไรขั้นต้น
2,108.95
ล้านบาท
↑ 10.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
47.72
%
กำไรสุทธิ
1,041.08
ล้านบาท
↑ 1.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
23.56
%
D/E Ratio
1.29
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,419
↓ -24%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,109
↑ + 10.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,041
↑ + 1.8%
YoY
D/E Ratio
1.29
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AMATA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.29
ROE (%)
13.89
ROA (%)
8.39
Book Value/หุ้น
22.50
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AMATA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,907
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+10,079
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AMATA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-2,907.38
-206.99%
|
2,717.48
-9.98%
|
3,018.85
-1.25%
|
3,057.18
+27.63%
|
2,395.34
+110.69%
|
1,136.89
-46.97%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
10,078.95
-363.44%
|
-3,825.84
-2.43%
|
-3,921.28
+165.75%
|
-1,475.57
+4.67%
|
-1,409.70
-62.57%
|
-3,766.25
+9.83%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-6,201.95
+979.16%
|
-574.70
-175.22%
|
764.00
-138.90%
|
-1,963.82
+216.85%
|
-619.80
-129.64%
|
2,091.19
+60.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
969.64
-152.04%
|
-1,863.26
+957.23%
|
-176.24
-69.81%
|
-583.74
-205.12%
|
555.33
-207.75%
|
-515.39
+701.42%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,522.20
+24.10%
|
2,032.36
+75.90%
|
1,155.40
-33.56%
|
1,738.94
+211.21%
|
558.77
-47.99%
|
1,074.42
-6.71%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,307.40
-8.52%
|
2,522.20
+24.10%
|
2,032.36
+75.90%
|
1,155.40
+3.73%
|
1,113.84
+99.34%
|
558.77
-47.99%
|