บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
29.75
0.25 (0.83%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8156 out_tok=2188 at=2026-07-25T10:29:31 -->
# AMATA Q3/2564 กำไรสุทธิหด 15% รับยอดโอนที่ดินวูบ
## รายได้รวมทรงตัว แต่กำไรลดลงจากฐานปีก่อนสูง ขณะที่ธุรกิจบริการและให้เช่าเติบโตต่อเนื่อง
บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้รวม 1,041.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นลดลง 15.0% มาอยู่ที่ 228.7 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากยอดโอนที่ดินที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ธุรกิจให้บริการสาธารณูปโภคและโรงงานให้เช่ายังคงเติบโตได้ดี
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ AMATA ในไตรมาส 3 ปี 2564 ปรับตัวลดลง มาจาก **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 38.4%** ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพรวมกำไร แม้ว่ารายได้รวมจะทรงตัวก็ตาม
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
สาเหตุหลักที่ฝ่ายจัดการระบุคือ **ลูกค้าไม่สามารถเดินทางระหว่างประเทศเพื่อดำเนินการรับโอนโฉนดที่ดินได้** เนื่องจากข้อจำกัดในการเดินทางระหว่างประเทศจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ปริมาณการโอนที่ดินในไตรมาสนี้ลดลงเหลือเพียง 20 ไร่ เทียบกับ 70 ไร่ ในช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์จะยังคงที่ที่ 71% แต่ปริมาณการขายที่ลดลงส่งผลโดยตรงต่อรายได้และกำไรในส่วนนี้
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะกล่าวถึงนโยบายของภาครัฐในการเปิดประเทศและการควบคุมการแพร่ระบาดที่ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ธุรกิจปรับตัวดีขึ้น และมีนักลงทุนที่สนใจเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง แต่ข้อจำกัดในการเดินทางระหว่างประเทศยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการรับรู้รายได้จากการขายที่ดินในระยะสั้น การฟื้นตัวของยอดโอนที่ดินจะขึ้นอยู่กับการผ่อนคลายมาตรการเดินทางระหว่างประเทศและการกลับมาของนักลงทุนต่างชาติ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 15.0% YoY:** อยู่ที่ 228.7 ล้านบาท จาก 268.9 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมทรงตัว:** อยู่ที่ 1,041.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.1% YoY
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 38.4% YoY:** เหลือ 181.0 ล้านบาท เนื่องจากปริมาณการโอนที่ดินลดลง
* **ธุรกิจบริการสาธารณูปโภคเติบโต 10.7% YoY:** รายได้อยู่ที่ 493.7 ล้านบาท จากการใช้บริการที่เพิ่มขึ้น
* **ธุรกิจโรงงานให้เช่าเติบโต 14.4% YoY:** รายได้อยู่ที่ 239.4 ล้านบาท
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมลดลง 50.7% YoY:** อยู่ที่ 59.4 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มธุรกิจโรงไฟฟ้า
## ภาพรวมผลประกอบการ
**ไตรมาส 3 ปี 2564:**
* **รายได้รวม:** 1,041.4 ล้านบาท (+0.1% YoY)
* **ค่าใช้จ่ายรวม:** 618.4 ล้านบาท (-5.8% YoY)
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้า:** 59.4 ล้านบาท (-50.7% YoY)
* **กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น:** 228.7 ล้านบาท (-15.0% YoY)
* **กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน:** 0.20 บาท/หุ้น
**งวด 9 เดือน ปี 2564:**
* **รายได้รวม:** 2,902.3 ล้านบาท (-10.2% YoY)
* **ค่าใช้จ่ายรวม:** 1,862.1 ล้านบาท (-14.7% YoY)
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้า:** 338.5 ล้านบาท (+3.1% YoY)
* **กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น:** 661.5 ล้านบาท (-6.4% YoY)
* **กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน:** 0.58 บาท/หุ้น
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและโลก:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 การฉีดวัคซีนที่ต่อเนื่อง และมาตรการภาครัฐที่ช่วยพยุงกำลังซื้อ ส่งผลให้การบริโภคและการลงทุนในประเทศปรับตัวดีขึ้น
* **การส่งออกที่เติบโต:** การฟื้นตัวของเศรษฐกิจคู่ค้าและการคลี่คลายปัญหา Supply chain disruption หนุนการส่งออกของไทย
* **นโยบายภาครัฐสนับสนุนการลงทุน:** การเปิดประเทศและการส่งเสริมการลงทุนในประเทศอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม
* **ความสนใจลงทุนในไทยและเวียดนาม:** มีนักลงทุนที่สนใจเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่องในทั้งสองประเทศ
* **การเติบโตของธุรกิจบริการ:** รายได้ค่าเช่าและค่าบริการสาธารณูปโภคมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากกำลังการผลิตเพื่อการส่งออกของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19:** การระบาดระลอกใหม่และผลกระทบจาก Supply disruption รวมถึงแรงกดดันจากเงินเฟ้อ ยังคงเป็นความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลกและอาเซียน
* **ข้อจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศ:** ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการรับรู้รายได้จากการขายที่ดิน โดยเฉพาะจากลูกค้าต่างชาติ
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก:** การชะลอตัวของเศรษฐกิจกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว และความแตกต่างของการฟื้นตัวในแต่ละกลุ่มประเทศ อาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์
* **การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าลดลง:** เป็นปัจจัยกดดันกำไรในไตรมาสนี้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การผ่อนคลายมาตรการเดินทางระหว่างประเทศ:** จะส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการรับโอนที่ดินของลูกค้าต่างชาติ
* **การกลับมาของนักลงทุนต่างชาติ:** ความคืบหน้าในการดึงดูดการลงทุนใหม่ๆ เข้าสู่นิคมอุตสาหกรรม
* **แนวโน้มการส่งออกของไทย:** ความต่อเนื่องของการเติบโตและผลกระทบจาก Supply chain disruption
* **ผลประกอบการของธุรกิจโรงไฟฟ้า:** การเปลี่ยนแปลงของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **ยอดโอนที่ดิน:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 3 ปี 2564 โดยมีการโอนเพียง 20 ไร่ เทียบกับ 70 ไร่ ในปีก่อนหน้า ส่งผลให้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 38.4% อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นยังคงแข็งแกร่งที่ 71%
* **รายได้ค่าสาธารณูปโภค:** เติบโต 10.7% YoY มาอยู่ที่ 493.7 ล้านบาท สะท้อนถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าภายในนิคมฯ อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 33%
* **รายได้จากการให้เช่า:** เติบโต 14.4% YoY มาอยู่ที่ 239.4 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจาก 71% เป็น 76%
* **ภาพรวม 9 เดือน:** รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 59.6% เป็น 442.5 ล้านบาท แต่มีปริมาณการโอนที่ดิน 88 ไร่ เทียบกับ 258 ไร่ ในปีก่อนหน้า อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายที่ดินปรับเพิ่มขึ้นจาก 59% เป็น 64% ธุรกิจสาธารณูปโภคและโรงงานให้เช่าเติบโตต่อเนื่อง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรงในส่วน MD&A นี้
## สรุปท้าย
AMATA ในไตรมาส 3 ปี 2564 เผชิญกับแรงกดดันจากยอดโอนที่ดินที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อันเป็นผลมาจากข้อจำกัดในการเดินทางระหว่างประเทศ แม้ว่ารายได้รวมจะทรงตัวได้จากธุรกิจบริการและโรงงานให้เช่าที่เติบโต แต่กำไรสุทธิก็ปรับลดลงตามไปด้วย ทิศทางในอนาคตยังคงต้องจับตาการผ่อนคลายมาตรการเดินทางระหว่างประเทศและการกลับมาของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการรับรู้รายได้จากการขายที่ดินให้กลับมาเติบโตได้อีกครั้ง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AMATA ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
4,419.50
ล้านบาท
↓ 24% YoY
กำไรขั้นต้น
2,108.95
ล้านบาท
↑ 10.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
47.72
%
กำไรสุทธิ
1,041.08
ล้านบาท
↑ 1.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
23.56
%
D/E Ratio
1.29
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,419
↓ -24%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,109
↑ + 10.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,041
↑ + 1.8%
YoY
D/E Ratio
1.29
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AMATA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.29
ROE (%)
13.89
ROA (%)
8.39
Book Value/หุ้น
22.50
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AMATA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,907
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+10,079
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AMATA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-2,907.38
-206.99%
|
2,717.48
-9.98%
|
3,018.85
-1.25%
|
3,057.18
+27.63%
|
2,395.34
+110.69%
|
1,136.89
-46.97%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
10,078.95
-363.44%
|
-3,825.84
-2.43%
|
-3,921.28
+165.75%
|
-1,475.57
+4.67%
|
-1,409.70
-62.57%
|
-3,766.25
+9.83%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-6,201.95
+979.16%
|
-574.70
-175.22%
|
764.00
-138.90%
|
-1,963.82
+216.85%
|
-619.80
-129.64%
|
2,091.19
+60.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
969.64
-152.04%
|
-1,863.26
+957.23%
|
-176.24
-69.81%
|
-583.74
-205.12%
|
555.33
-207.75%
|
-515.39
+701.42%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,522.20
+24.10%
|
2,032.36
+75.90%
|
1,155.40
-33.56%
|
1,738.94
+211.21%
|
558.77
-47.99%
|
1,074.42
-6.71%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,307.40
-8.52%
|
2,522.20
+24.10%
|
2,032.36
+75.90%
|
1,155.40
+3.73%
|
1,113.84
+99.34%
|
558.77
-47.99%
|