บริษัท แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
1.78
+0.03 (+1.71%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7369 out_tok=2862 at=2026-07-25T04:26:23 -->
# A5 โชว์ผลงาน Q3/2566 กำไรพุ่ง 4,601% รับแรงหนุนยอดโอนโครงการใหม่
## รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์โตกระฉูด 477% ดันกำไรสุทธิพุ่งแรง สวนทางต้นทุนที่เพิ่มขึ้นตามสัดส่วน
บริษัท แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ A5 รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกฟื้นอย่างโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิ 178.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 182.21 ล้านบาท หรือคิดเป็น 4,601.76% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 3.96 ล้านบาท การเติบโตนี้มีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ A5 ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การรับรู้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 477.00%** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่พลิกจากขาดทุนกลับมามีกำไรจำนวนมาก
สาเหตุหลักที่ทำให้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ มาจากการเริ่มรับรู้รายได้ของโครงการใหม่ 3 โครงการ ได้แก่ โครงการแซงค์รอยัลกรุงเทพกรีฑา ซึ่งเป็นโครงการหลักที่สร้างรายได้ถึง 376.43 ล้านบาทในไตรมาสนี้ ร่วมกับโครงการเอกมันตรา (35.23 ล้านบาท) และโครงการประชาสันติ (12.67 ล้านบาท) การเปิดตัวและรับรู้รายได้จากโครงการใหม่เหล่านี้ เป็นปัจจัยสำคัญที่พลิกสถานการณ์ผลประกอบการของบริษัทฯ
สำหรับโอกาสในการต่อเนื่องของปัจจัยนี้ **มีแนวโน้มที่จะต่อเนื่อง** เนื่องจากข้อมูลในเอกสารระบุว่าโครงการแซงค์รอยัลกรุงเทพกรีฑา, โครงการเอกมันตรา และโครงการประชาสันติ เป็นโครงการที่เริ่มรับรู้รายได้ในปีนี้ ซึ่งบ่งชี้ว่ายังมีศักยภาพในการสร้างรายได้ต่อเนื่องในไตรมาสถัดไป นอกจากนี้ ในภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์รวม 1,089.91 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากโครงการแซงค์รอยัลกรุงเทพกรีฑา แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของโครงการดังกล่าวในการขับเคลื่อนรายได้ของบริษัทฯ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2566 พลิกบวก 182.21 ล้านบาท:** จากขาดทุน 3.96 ล้านบาทใน Q3/2565 เป็นกำไร 178.25 ล้านบาทใน Q3/2566 คิดเป็นการเติบโต 4,601.76%
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์พุ่ง 477.00%:** ในไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้ 424.33 ล้านบาท เทียบกับ 73.54 ล้านบาทในปีก่อน
* **โครงการใหม่เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก:** รายได้ส่วนใหญ่มาจากโครงการแซงค์รอยัลกรุงเทพกรีฑา, โครงการเอกมันตรา และโครงการประชาสันติ ที่เริ่มรับรู้รายได้ในปีนี้
* **ส่วนแบ่งกำไรจากร่วมค้าพลิกบวก:** จากขาดทุน 1.37 ล้านบาทใน Q3/2565 เป็นกำไร 66.26 ล้านบาทใน Q3/2566 จากการรับรู้รายได้ของกิจการร่วมค้า
* **ต้นทุนเพิ่มตามรายได้:** ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 386.15% และต้นทุนจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 175.69% สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัท แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 427.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 460.71% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นสัดส่วนหลักถึง 424.33 ล้านบาท ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 386.15% เป็น 240.02 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายปรับตัวเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนการดำเนินงานที่ขยายตัว อย่างไรก็ตาม การพลิกกลับมามีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในร่วมค้าจำนวน 66.26 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุน 1.37 ล้านบาทในปีที่แล้ว เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนให้กำไรก่อนภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก และส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566 อยู่ที่ 178.25 ล้านบาท
ในส่วนของงวดเก้าเดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,095.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 74.60% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 1,089.91 ล้านบาท ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 50.49% เป็น 621.97 ล้านบาท แม้ต้นทุนจะเพิ่มขึ้น แต่ก็เพิ่มขึ้นในอัตราที่น้อยกว่ารายได้จากการขาย เนื่องจากโครงการแซงค์รอยัลกรุงเทพกรีฑา มีอัตราต้นทุนขายต่อหน่วยต่ำกว่าโครงการอื่น ทำให้บริษัทฯ มีกำไรจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่งขึ้น โดยกำไรจากกิจกรรมดำเนินงานเพิ่มขึ้น 190.38% เป็น 350.29 ล้านบาท ประกอบกับการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในร่วมค้าที่ 77.90 ล้านบาท ทำให้กำไรก่อนภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 285.21% เป็น 415.39 ล้านบาท และส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566 อยู่ที่ 347.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 343.84%
## โอกาส
* **การเติบโตของรายได้จากโครงการใหม่:** โครงการแซงค์รอยัลกรุงเทพกรีฑา, โครงการเอกมันตรา และโครงการประชาสันติ ที่เริ่มรับรู้รายได้ในปีนี้ มีศักยภาพในการสร้างรายได้ต่อเนื่องในอนาคต
* **การพลิกกลับมามีกำไรจากกิจการร่วมค้า:** การที่กิจการร่วมค้ารับรู้รายได้จากการขายห้องชุดจำนวนมาก ช่วยหนุนส่วนแบ่งกำไรให้บริษัทฯ อย่างมีนัยสำคัญ
* **การบริหารต้นทุนขายอย่างมีประสิทธิภาพ:** แม้รายได้จะเติบโตสูง แต่ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นในอัตราที่น้อยกว่ารายได้ จากโครงการที่มีอัตราต้นทุนต่อหน่วยต่ำ
* **การปรับกลยุทธ์การขาย:** การใช้ทีมขายภายในช่วยลดค่านายหน้า ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่ออัตรากำไร
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น:** ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์, ต้นทุนในการจัดจำหน่าย และค่าใช้จ่ายในการบริหาร ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของธุรกิจ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การออกหุ้นกู้และการกู้ยืมจากธนาคารเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินปรับตัวสูงขึ้น
* **ความผันผวนของตลาดอสังหาริมทรัพย์:** ภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคอาจส่งผลกระทบต่อยอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์ในอนาคต
* **การพึ่งพิงโครงการหลัก:** การที่รายได้ส่วนใหญ่มาจากโครงการแซงค์รอยัลกรุงเทพกรีฑา อาจเป็นความเสี่ยงหากโครงการดังกล่าวประสบปัญหา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าและยอดขายของโครงการแซงค์รอยัลกรุงเทพกรีฑา:** ติดตามการรับรู้รายได้และอัตรากำไรของโครงการนี้อย่างใกล้ชิด
* **แผนการเปิดโครงการใหม่:** การมีโครงการใหม่ในอนาคตจะช่วยสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
* **ผลประกอบการของกิจการร่วมค้า:** การรับรู้รายได้และกำไรจากกิจการร่วมค้าจะส่งผลต่อส่วนแบ่งกำไรของบริษัทฯ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ติดตามความสามารถของบริษัทฯ ในการควบคุมต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio):** หากมีข้อมูลในเอกสาร จะต้องติดตามระดับหนี้สินของบริษัทฯ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**มูลค่าโอน (Transfer Value):** ในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 424.33 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการโอนโครงการแซงค์รอยัลกรุงเทพกรีฑา (376.43 ล้านบาท) โครงการเอกมันตรา (35.23 ล้านบาท) และโครงการประชาสันติ (12.67 ล้านบาท) การเติบโตของรายได้จากการโอนนี้เป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการ
**Presale:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุตัวเลข Presale โดยตรง แต่การที่โครงการใหม่เริ่มรับรู้รายได้ แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการทำ Presale ในช่วงก่อนหน้า
**Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Backlog โดยตรง แต่การที่โครงการใหม่เริ่มรับรู้รายได้ แสดงว่ามี Backlog ที่พร้อมจะโอนในปีนี้
**อัตรากำไรโครงการ (Project Margin):** เอกสารระบุว่าโครงการแซงค์รอยัลกรุงเทพกรีฑา มีอัตราต้นทุนขายต่อหน่วยต่ำกว่าโครงการอื่นๆ ที่ผ่านมา ซึ่งบ่งชี้ถึงอัตรากำไรโครงการที่ดีของโครงการนี้
**รายได้ค่าเช่า (Rental Yield):** ไม่พบข้อมูลในเอกสาร
**ต้นทุนก่อสร้าง (Construction Cost):** เอกสารไม่ได้ลงรายละเอียดต้นทุนก่อสร้างโดยตรง แต่ระบุถึงต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นตามรายได้
**D/E Ratio:** ไม่พบข้อมูลในเอกสาร
**กระแสเงินสดจากโครงการ (Project Cash Flow):** ไม่พบข้อมูลในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ฉบับนี้ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด เช่น งบดุล หรือ งบกระแสเงินสด อย่างไรก็ตาม มีการกล่าวถึงต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 5.48 ล้านบาท หรือ 64.38% ในงวดเก้าเดือนแรกของปี 2566 โดยมีสาเหตุหลักมาจากดอกเบี้ยจ่ายหุ้นกู้ที่เพิ่มขึ้น 3.56 ล้านบาท และดอกเบี้ยเงินกู้ยืมจากธนาคารที่เพิ่มขึ้น 1.92 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงการเพิ่มขึ้นของภาระหนี้สินทางการเงินของบริษัทฯ
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญที่ทำให้ A5 พลิกฟื้นผลประกอบการในไตรมาส 3 ปี 2566 คือการรับรู้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 477% จากการเปิดตัวโครงการใหม่ โดยเฉพาะโครงการแซงค์รอยัลกรุงเทพกรีฑา ซึ่งมีอัตราต้นทุนต่อหน่วยที่ต่ำกว่าโครงการอื่น ช่วยหนุนอัตรากำไรให้ดีขึ้น ประกอบกับการพลิกกลับมามีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในร่วมค้า ทำให้กำไรสุทธิพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ต้นทุนการดำเนินงานและต้นทุนทางการเงินจะปรับตัวสูงขึ้นตามการขยายตัว แต่แนวโน้มการเติบโตจากโครงการใหม่ที่เริ่มรับรู้รายได้นี้ ชี้ให้เห็นถึงโอกาสในการต่อเนื่องของผลประกอบการในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความคืบหน้าของโครงการหลัก การบริหารจัดการต้นทุน และแผนการเปิดโครงการใหม่ในอนาคต เพื่อประเมินศักยภาพการเติบโตของบริษัทฯ ต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ A5 ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
265.58
ล้านบาท
↓ 18.8% YoY
กำไรขั้นต้น
49.11
ล้านบาท
↓ 50.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
18.49
%
กำไรสุทธิ
-4.24
ล้านบาท
↓ 88.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-1.60
%
D/E Ratio
1.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
266
↓ -18.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
49
↓ -50.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-4
↓ -88.1%
YoY
D/E Ratio
1.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — A5
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.20
ROE (%)
6.09
ROA (%)
4.40
Book Value/หุ้น
1.42
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — A5
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+469
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-332
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — A5
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
468.75
+40.95%
|
332.56
+725.21%
|
40.30
-85.84%
|
284.53
-138.80%
|
-733.27
-300.04%
|
366.57
+875.96%
|
37.56
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
-332.38
-308.78%
|
159.20
-1,797.23%
|
-9.38
-78.16%
|
-42.94
-140.72%
|
105.44
-17.87%
|
128.38
+7,153.11%
|
1.77
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
-68.94
-122.53%
|
305.97
-20.12%
|
383.06
-173.53%
|
-520.95
-159.99%
|
868.41
-1,788.20%
|
-51.44
-50.65%
|
-104.23
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
67.45
-91.54%
|
797.72
+92.70%
|
413.98
+358.75%
|
90.24
-62.50%
|
240.62
+62.78%
|
147.82
+60.53%
|
92.08
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
517.74
-22.19%
|
665.42
+130.02%
|
289.29
+151.64%
|
114.96
-40.44%
|
193.01
+879.25%
|
19.71
-77.22%
|
86.51
+43.73%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
132.78
-74.35%
|
517.74
-22.19%
|
665.42
+130.02%
|
289.29
+151.64%
|
114.96
-40.44%
|
193.01
+879.25%
|
19.71
-77.22%
|