บริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
0.92
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3511 out_tok=2320 at=2026-07-26T11:48:55 -->
# UMI พลิกกำไรสุทธิพุ่ง 194 ล้านบาทในปี 2565 รับอานิสงส์ปรับโครงสร้างหนี้-รายได้ขายสินค้าโต
## รายได้จากการขายสินค้าเพิ่ม 8% ขณะที่กำไรสุทธิโตแรงจากการบันทึกกำไรพิเศษจากการซื้อหนี้คืน
บริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ UMI รายงานผลประกอบการปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 119 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 194 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากรายได้จากการขายสินค้าที่เติบโต 8% จากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่และการปรับขึ้นราคาขาย รวมถึงการบันทึกกำไรพิเศษจากการซื้อหนี้ปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งช่วยชดเชยต้นทุนขายที่สูงขึ้นจากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ UMI ในปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 119 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 194 ล้านบาท มาจากสองปัจจัยหลัก คือ 1) การเติบโตของรายได้จากการขายสินค้า 8% และ 2) การบันทึกกำไรพิเศษจากการซื้อหนี้ปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งเป็นรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
รายได้จากการขายสินค้าที่เพิ่มขึ้น 8% หรือ 206 ล้านบาท มาจากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่ม INNOVATIVE TILES และการปรับขึ้นราคาขายเพื่อสะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นถึง 16% โดยมีต้นทุนพลังงานเป็นปัจจัยหลักที่เพิ่มขึ้นถึง 63% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 24% เหลือ 19%
ในขณะเดียวกัน รายได้อื่นเพิ่มขึ้นถึง 356 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการบันทึกกำไรในการซื้อหนี้ปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ส่งผลบวกต่อกำไรสุทธิอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 27 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 50 ล้านบาท รวมถึงต้นทุนทางการเงินลดลง 40 ล้านบาท แต่การบันทึกกำไรพิเศษนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิโดยรวมเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
การเติบโตของรายได้จากการขายสินค้าจากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่และการปรับราคาขาย **มีโอกาสต่อเนื่อง** หากบริษัทสามารถรักษาโมเมนตัมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และกลยุทธ์การตั้งราคาได้ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
ส่วนกำไรพิเศษจากการซื้อหนี้ปรับโครงสร้างหนี้ **เป็นลักษณะครั้งคราว** โดยจะเกิดขึ้นเมื่อบริษัทมีการดำเนินการดังกล่าว ซึ่งไม่สามารถคาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นในลักษณะเดียวกันในรอบถัดไปได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพลิกบวก 119 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 194 ล้านบาท จากปีก่อนที่ขาดทุน
* **รายได้จากการขายสินค้าโต 8%:** อยู่ที่ 2,658 ล้านบาท จากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่และการปรับราคาขาย
* **ต้นทุนขายพุ่ง 16%:** โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น 63% ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 19%
* **บันทึกกำไรพิเศษ 356 ล้านบาท:** จากการซื้อหนี้ปรับโครงสร้างหนี้ เป็นปัจจัยหลักหนุนกำไรสุทธิ
* **สินทรัพย์รวมลดลง 5%:** อยู่ที่ 2,718 ล้านบาท จากเงินสดลดลงจากการซื้อหนี้
* **หนี้สินรวมลดลง 17%:** อยู่ที่ 1,386 ล้านบาท จากการจ่ายชำระหนี้และหนี้สินภายใต้แผนปรับโครงสร้างหนี้ที่ลดลง
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปี 2565 บริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายสินค้ารวม 2,658 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 206 ล้านบาท หรือ 8% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่ม INNOVATIVE TILES และการปรับขึ้นราคาขาย อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 16% จากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง 5% จาก 24% เหลือ 19%
รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 356 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการบันทึกกำไรในการซื้อหนี้ปรับโครงสร้างหนี้ แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 27 ล้านบาท แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 50 ล้านบาท และต้นทุนทางการเงินลดลง 40 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่ในปี 2565 อยู่ที่ 119 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 194 ล้านบาท
## โอกาส
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่:** การออกผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม INNOVATIVE TILES แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการสร้างรายได้และตอบสนองความต้องการของตลาด
* **การปรับราคาขาย:** ความสามารถในการปรับราคาขายเพื่อสะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ช่วยรักษาอัตรากำไรในระดับหนึ่ง
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลง 50 ล้านบาท แสดงถึงความพยายามในการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
* **การปรับโครงสร้างหนี้:** การดำเนินการซื้อหนี้ปรับโครงสร้างหนี้สำเร็จ ส่งผลดีต่อฐานะการเงินและกำไรของบริษัท
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนพลังงานผันผวน:** ต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น 63% เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้นอย่างมีนัยสำคัญ และอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องหากราคายังคงสูง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** อุตสาหกรรมกระเบื้องและวัสดุก่อสร้างมีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งการตลาดและราคาขาย
* **ภาวะเศรษฐกิจ:** ความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความต้องการสินค้า
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มต้นทุนพลังงานและผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาสถัดไป
* ความสำเร็จของการขยายตลาดและยอดขายของผลิตภัณฑ์ INNOVATIVE TILES
* แผนการบริหารจัดการหนี้สินและต้นทุนทางการเงินของบริษัท
* การปรับตัวต่อสภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค
* การดำเนินงานตามแผนปรับโครงสร้างหนี้ที่เหลืออยู่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในส่วนของรายได้จากการขายสินค้า UMI มีการปรับกลยุทธ์ด้วยการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่ม INNOVATIVE TILES ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างมูลค่าเพิ่ม อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขาย โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นถึง 63% เป็นความท้าทายสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจาก 24% เหลือ 19% การปรับขึ้นราคาขายช่วยบรรเทาผลกระทบได้บางส่วน แต่ยังคงต้องจับตาดูความสามารถในการแข่งขันด้านราคาในระยะยาว
ในด้านฐานะการเงิน สินทรัพย์รวมของบริษัทลดลง 5% มาอยู่ที่ 2,718 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 158 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการซื้อหนี้ปรับโครงสร้างหนี้ ในขณะที่หนี้สินรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 17% มาอยู่ที่ 1,386 ล้านบาท โดยเฉพาะหนี้สินภายใต้แผนปรับโครงสร้างหนี้ที่ลดลง 387 ล้านบาท จากการซื้อหนี้ของบริษัทใหญ่ ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามในการลดภาระหนี้สินของบริษัท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 สินทรัพย์รวมของบริษัทและบริษัทย่อยมีจำนวน 2,718 ล้านบาท ลดลง 146 ล้านบาท หรือ 5% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักมาจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 158 ล้านบาทจากการซื้อหนี้ปรับโครงสร้างหนี้ ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นสุทธิเพิ่มขึ้น 85 ล้านบาท สินค้าคงเหลือสุทธิเพิ่มขึ้น 67 ล้านบาท และที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิลดลง 144 ล้านบาทจากการตัดค่าเสื่อมราคา
หนี้สินรวมของบริษัทและบริษัทย่อยมีจำนวน 1,386 ล้านบาท ลดลง 279 ล้านบาท หรือ 17% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักมาจากเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินลดลง 60 ล้านบาทจากการจ่ายชำระหนี้ และหนี้สินภายใต้แผนปรับโครงสร้างหนี้ลดลง 387 ล้านบาทจากการซื้อหนี้ของบริษัทใหญ่
ส่วนของผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 มีจำนวน 1,332 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 133 ล้านบาท จากกำไรประจำปี
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน หรือการจัดหาเงินโดยตรง
## สรุปท้าย
ปี 2565 ถือเป็นปีแห่งการพลิกฟื้นของ UMI โดยมีกำไรสุทธิ 119 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น 194 ล้านบาท ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากรายได้จากการขายสินค้าที่เติบโตจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และการปรับราคาขาย ประกอบกับการบันทึกกำไรพิเศษจากการซื้อหนี้ปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความผันผวนของต้นทุนพลังงานและการแข่งขันในอุตสาหกรรมยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ UMI ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
580.63
ล้านบาท
↓ 0.3% YoY
กำไรขั้นต้น
173.76
ล้านบาท
↑ 9.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
29.93
%
กำไรสุทธิ
22.24
ล้านบาท
↓ 18.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.83
%
D/E Ratio
0.87
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
581
↓ -0.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
174
↑ + 9.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
22
↓ -18.4%
YoY
D/E Ratio
0.87
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — UMI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.87
ROE (%)
5.15
ROA (%)
3.71
Book Value/หุ้น
2.38
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — UMI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-30
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+56
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — UMI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-29.80
+113.16%
|
-13.98
-166.19%
|
21.12
-76.86%
|
91.28
-66.45%
|
272.10
+18.32%
|
229.97
+22.36%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
56.35
+598.27%
|
8.07
-160.91%
|
-13.25
-91.05%
|
-148.04
+1,205.47%
|
-11.34
-85.04%
|
-75.80
+159.68%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
82.67
-1.63%
|
84.04
+83.05%
|
45.91
-164.73%
|
-70.93
-29.57%
|
-100.71
+22.98%
|
-81.89
-44.93%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
110.09
+22.81%
|
89.64
+34.94%
|
66.43
+1.68%
|
65.33
-169.41%
|
-94.12
-333.49%
|
40.31
+274.63%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
186.26
+98.63%
|
93.77
+28.31%
|
73.08
-68.39%
|
231.18
+156.52%
|
90.12
+80.96%
|
49.80
+27.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
221.61
+18.98%
|
186.26
+98.63%
|
93.77
+28.31%
|
73.08
-68.39%
|
231.18
+156.52%
|
90.12
+80.96%
|