บริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
0.92
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3585 out_tok=2377 at=2026-07-26T12:08:18 -->
# UMI กำไร Q3/2566 พลิกบวก 16 ล้านบาท รับต้นทุนพลังงานลด-อัตรากำไรขั้นต้นฟื้น
## รายได้ทรงตัวแต่ GPM ขยับเด่น ขณะที่ขาดทุน 9 เดือนแรกเพิ่มขึ้นจากรายการดอกเบี้ยผิดนัด
บริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ UMI รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่ 18 ล้านบาท พลิกกลับมามีกำไรเพิ่มขึ้น 16 ล้านบาทเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายจะทรงตัวเล็กน้อย แต่การบริหารจัดการต้นทุนพลังงานที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทยังคงขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายการขาดทุนดอกเบี้ยผิดนัดของบริษัทย่อยแห่งหนึ่ง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการในไตรมาส 3 ปี 2566 ของ UMI พลิกกลับมามีกำไร คือ **การฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin - GPM)** ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 21% ในไตรมาส 3 ปี 2565 เป็น 26% ในไตรมาส 3 ปี 2566 ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ชดเชยค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นบางส่วน และส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้น 16 ล้านบาท เป็น 18 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้นเกิดจาก **ต้นทุนพลังงานที่ลดลงถึงร้อยละ 28** เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นต้นทุนผันแปรสำคัญในการดำเนินธุรกิจของบริษัท แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายจะเพิ่มขึ้น 6 ล้านบาท จากค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายในการขายสินค้า และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 15 ล้านบาท แต่การที่ GPM ปรับตัวดีขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ทำให้สามารถดูดซับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นได้ และส่งผลให้ภาพรวมมีกำไร
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในระดับหนึ่ง แต่ต้องจับตาปัจจัยอื่น** การลดลงของต้นทุนพลังงานเป็นปัจจัยบวกที่อาจส่งผลดีต่อ GPM ในระยะสั้นถึงปานกลาง อย่างไรก็ตาม เอกสารไม่ได้ระบุถึงแนวโน้มราคาพลังงานในอนาคตที่ชัดเจน นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหารที่เพิ่มขึ้น อาจเป็นแรงกดดันต่อ GPM ในระยะยาวได้ ส่วนภาพรวม 9 เดือนแรกที่ขาดทุนเพิ่มขึ้นนั้น มีปัจจัยพิเศษคือ "ดอกเบี้ยผิดนัดของบริษัทย่อยแห่งหนึ่ง" ซึ่งเป็นรายการที่อาจไม่เกิดขึ้นซ้ำ แต่ก็เป็นความเสี่ยงที่ต้องติดตาม
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2566 พลิกบวก 18 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 16 ล้านบาท YoY จากขาดทุนในปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) พุ่ง 26%:** เพิ่มขึ้น 5% จาก 21% ใน Q3/2565
* **ต้นทุนพลังงานลด 28%:** เป็นปัจจัยหลักหนุน GPM
* **รายได้ Q3/2566 ทรงตัว 695 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้นเล็กน้อย YoY
* **ขาดทุนสุทธิ 9 เดือนแรกเพิ่ม 194 ล้านบาท:** เป็น 24 ล้านบาท เนื่องจากรายการดอกเบี้ยผิดนัดของบริษัทย่อย
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 UMI มีรายได้จากการขายสินค้า 695 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 21% เป็น 26% เป็นผลมาจากต้นทุนพลังงานที่ลดลง 28% แม้จะมีค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหารที่เพิ่มขึ้น แต่การฟื้นตัวของ GPM ทำให้บริษัทสามารถบันทึกกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่ได้ 18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16 ล้านบาท YoY
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 2,068 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% หรือ 48 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมเพิ่มขึ้น 1% จาก 20% เป็น 21% อย่างไรก็ตาม บริษัทบันทึกขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่ 24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 194 ล้านบาท YoY ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการบันทึกดอกเบี้ยผิดนัดของบริษัทย่อยแห่งหนึ่ง
## โอกาส
* **การบริหารต้นทุนพลังงาน:** การลดลงของต้นทุนพลังงานเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น ซึ่งหากสามารถรักษาหรือบริหารจัดการได้ดี จะส่งผลดีต่อผลประกอบการในระยะต่อไป
* **การเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้า:** การเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและลูกหนี้หมุนเวียนอื่น 60 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นหนี้ที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ อาจบ่งชี้ถึงการเติบโตของยอดขายในอนาคตที่รอการรับรู้รายได้
## ความเสี่ยง
* **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่าย:** ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 6 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 15 ล้านบาทใน Q3/2566 อาจเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไรในอนาคตหากไม่สามารถควบคุมได้
* **ขาดทุนสุทธิ 9 เดือนแรกเพิ่มขึ้น:** การขาดทุนสุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในงวด 9 เดือนแรก เป็นผลมาจากรายการพิเศษ (ดอกเบี้ยผิดนัดของบริษัทย่อย) ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ต้องติดตามผลกระทบต่อเนื่อง
* **การลดลงของที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์:** การลดลงของที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์สุทธิ 92 ล้านบาทจากการตัดค่าเสื่อมราคา อาจสะท้อนถึงการลงทุนที่ลดลง หรือการปรับปรุงสินทรัพย์ที่อาจไม่มากนัก
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนพลังงาน:** การเปลี่ยนแปลงของราคาพลังงานจะมีผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหาร
* **ผลกระทบจากรายการดอกเบี้ยผิดนัด:** การแก้ไขปัญหาและผลกระทบต่อเนื่องจากรายการดอกเบี้ยผิดนัดของบริษัทย่อย
* **การเติบโตของยอดขาย:** การรับรู้รายได้จากลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น
* **การบริหารสินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือสุทธิเพิ่มขึ้น 77 ล้านบาท ต้องติดตามการระบายสินค้า
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในไตรมาส 3 ปี 2566 UMI แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุน โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้น แม้ว่ารายได้จากการขายจะไม่ได้เติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่การเพิ่มขึ้นของ GPM เป็นสัญญาณที่ดี อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือสุทธิ 77 ล้านบาท และการลดลงของที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ 92 ล้านบาท อาจต้องพิจารณาถึงกลยุทธ์การลงทุนและการบริหารจัดการสินทรัพย์ในระยะยาว
ในส่วนของฐานะการเงิน สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 30 ล้านบาท โดยมีเงินสดลดลงจากการจ่ายชำระหนี้ แต่ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจเป็นสัญญาณบวกหากสามารถเรียกเก็บได้ตามกำหนด หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 67 ล้านบาท โดยมีเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้หมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้น รวมถึงการบันทึกดอกเบี้ยผิดนัดของบริษัทย่อย ซึ่งส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 38 ล้านบาท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 สินทรัพย์รวมของ UMI อยู่ที่ 2,747 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30 ล้านบาท (1%) จากสิ้นปี 2565 โดยเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 14 ล้านบาทจากการจ่ายชำระหนี้ ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้หมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้น 60 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นหนี้ที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ สินค้าคงเหลือสุทธิเพิ่มขึ้น 77 ล้านบาท และที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิลดลง 92 ล้านบาทจากการตัดค่าเสื่อมราคา
หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,453 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67 ล้านบาทจากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นเพิ่มขึ้น 6 ล้านบาท เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้หมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้น 64 ล้านบาท ประมาณการหนี้สินหมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้น 47 ล้านบาทจากการบันทึกดอกเบี้ยผิดนัดของบริษัทย่อยแห่งหนึ่ง ขณะที่เงินกู้ยืมระยะยาวลดลง 45 ล้านบาทจากการจ่ายชำระ
ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 38 ล้านบาทจากผลขาดทุนประจำงวด
## สรุปท้าย
UMI ในไตรมาส 3 ปี 2566 สามารถพลิกกลับมามีกำไรได้จากการบริหารจัดการต้นทุนพลังงานที่ลดลงอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นฟื้นตัวอย่างโดดเด่น แม้รายได้จะทรงตัว แต่ก็เป็นสัญญาณบวกที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม ภาพรวม 9 เดือนแรกยังคงมีผลขาดทุนเพิ่มขึ้นจากรายการพิเศษที่ต้องจับตา การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น และการติดตามผลกระทบจากรายการดอกเบี้ยผิดนัดของบริษัทย่อย จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ UMI ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
580.63
ล้านบาท
↓ 0.3% YoY
กำไรขั้นต้น
173.76
ล้านบาท
↑ 9.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
29.93
%
กำไรสุทธิ
22.24
ล้านบาท
↓ 18.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.83
%
D/E Ratio
0.87
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
581
↓ -0.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
174
↑ + 9.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
22
↓ -18.4%
YoY
D/E Ratio
0.87
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — UMI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.87
ROE (%)
5.15
ROA (%)
3.71
Book Value/หุ้น
2.38
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — UMI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-30
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+56
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — UMI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-29.80
+113.16%
|
-13.98
-166.19%
|
21.12
-76.86%
|
91.28
-66.45%
|
272.10
+18.32%
|
229.97
+22.36%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
56.35
+598.27%
|
8.07
-160.91%
|
-13.25
-91.05%
|
-148.04
+1,205.47%
|
-11.34
-85.04%
|
-75.80
+159.68%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
82.67
-1.63%
|
84.04
+83.05%
|
45.91
-164.73%
|
-70.93
-29.57%
|
-100.71
+22.98%
|
-81.89
-44.93%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
110.09
+22.81%
|
89.64
+34.94%
|
66.43
+1.68%
|
65.33
-169.41%
|
-94.12
-333.49%
|
40.31
+274.63%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
186.26
+98.63%
|
93.77
+28.31%
|
73.08
-68.39%
|
231.18
+156.52%
|
90.12
+80.96%
|
49.80
+27.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
221.61
+18.98%
|
186.26
+98.63%
|
93.77
+28.31%
|
73.08
-68.39%
|
231.18
+156.52%
|
90.12
+80.96%
|