บริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
0.92
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3732 out_tok=2778 at=2026-07-26T12:33:15 -->
# UMI Q3/2565 กำไรสุทธิโต 182 ล้านบาท รับผลบวกปรับโครงสร้างหนี้
## รายได้จากการขายฟื้นตัว แต่ต้นทุนพลังงานกดดันอัตรากำไรขั้นต้น ขณะที่กำไรสุทธิพุ่งแรงจากการบันทึกกำไรปรับโครงสร้างหนี้
บริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ UMI รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่ 2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม หากพิจารณางวด 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่ 169 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 182 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการบันทึกกำไรจากการซื้อหนี้มาปรับโครงสร้างหนี้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ UMI ในงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 เติบโตอย่างก้าวกระโดด คือ **การบันทึกกำไรจากการซื้อหนี้มาปรับโครงสร้างหนี้จำนวน 354 ล้านบาท** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้น 182 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่ผลการดำเนินงานในไตรมาส 3 ปี 2565 เพียงไตรมาสเดียว บริษัทมีกำไรสุทธิ 2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายที่ชดเชยผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นได้บางส่วน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้จากการขาย:** ในไตรมาส 3 ปี 2565 รายได้จากการขายสินค้าอยู่ที่ 695 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 112 ล้านบาท หรือ 19% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2564 การเพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นและการปรับราคาขายให้สูงขึ้น เพื่อสะท้อนต้นทุนพลังงานที่ปรับสูงขึ้นอย่างมาก
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** แม้รายได้จากการขายจะเพิ่มขึ้น แต่อัตรากำไรขั้นต้นกลับลดลงจาก 24% ในไตรมาส 3 ปี 2564 เหลือ 21% ในไตรมาส 3 ปี 2565 สาเหตุหลักมาจากการปรับตัวสูงขึ้นของต้นทุนพลังงานถึง 66% และต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น 10 ล้านบาท ตามราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น
* **กำไรจากการปรับโครงสร้างหนี้:** ปัจจัยสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิในงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 พุ่งสูงขึ้น คือ การบันทึกกำไรจากการซื้อหนี้มาปรับโครงสร้างหนี้จำนวน 354 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ไม่ได้เกิดจากการดำเนินงานปกติ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** การบันทึกกำไรจากการซื้อหนี้มาปรับโครงสร้างหนี้เป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียว (one-time) และไม่น่าจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในไตรมาสถัดไปหรือปีถัดไป ดังนั้น ผลประกอบการในอนาคตจะกลับไปสะท้อนผลการดำเนินงานจากการขายสินค้าและบริหารจัดการต้นทุนเป็นหลัก ซึ่งยังคงเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่สูงขึ้น
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2565 พุ่ง 182 ล้านบาท:** เติบโตจาก 169 ล้านบาท เป็น 169 ล้านบาท (ข้อมูลในเอกสารอาจมีความคลาดเคลื่อน ควรตรวจสอบต้นฉบับอีกครั้ง) โดยมีปัจจัยหลักจากการบันทึกกำไรพิเศษจากการปรับโครงสร้างหนี้ 354 ล้านบาท
* **รายได้จากการขาย Q3/2565 โต 19%:** อยู่ที่ 695 ล้านบาท จากปริมาณขายและราคาขายที่ปรับเพิ่มขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้น Q3/2565 หดตัว:** ลดลงเหลือ 21% จาก 24% ในปีก่อนหน้า เนื่องจากต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่สูงขึ้น
* **สินทรัพย์รวมลดลง 1%:** อยู่ที่ 2,837 ล้านบาท ณ สิ้น ก.ย. 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจากการจ่ายซื้อหนี้ปรับโครงสร้างหนี้
* **หนี้สินรวมลดลง 220 ล้านบาท:** อยู่ที่ 1,445 ล้านบาท ณ สิ้น ก.ย. 2565 จากการลดลงของเงินกู้ยืมระยะยาวและการซื้อหนี้ของบริษัทใหญ่
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายสินค้า 695 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 112 ล้านบาท หรือ 19% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2564 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณขายและการปรับราคาขายที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 24% ในปีก่อนหน้า เหลือ 21% ในไตรมาสนี้ เนื่องจากต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น 66% และต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น 10 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทมีรายได้จากการขาย 2,021 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 157 ล้านบาท หรือ 8% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 24% เหลือ 20% เนื่องจากต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น 53% รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 364 ล้านบาท จากกำไรในการซื้อหนี้ปรับโครงสร้างหนี้ 354 ล้านบาท ต้นทุนค่าขนส่งเพิ่มขึ้น 22 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 74 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้น 182 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เป็น 169 ล้านบาท
## โอกาส
* **การปรับราคาขาย:** การที่บริษัทสามารถปรับราคาขายสินค้าขึ้นเพื่อสะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้น แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนไปยังลูกค้า ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้และอัตรากำไรในอนาคต
* **การบริหารจัดการหนี้:** การดำเนินการซื้อหนี้มาปรับโครงสร้างหนี้สำเร็จและบันทึกกำไรพิเศษ แสดงถึงความสามารถในการบริหารจัดการทางการเงิน ซึ่งช่วยเสริมสภาพคล่องและลดภาระดอกเบี้ยในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนพลังงานและค่าขนส่ง:** การปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องของต้นทุนพลังงานและค่าขนส่ง ยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัท
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจนในเอกสาร แต่โดยทั่วไปธุรกิจผลิตสินค้าอุตสาหกรรมมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต
* **ภาวะเศรษฐกิจ:** ความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจโลกและในประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและความต้องการสินค้าของบริษัท
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนพลังงานและค่าขนส่ง:** จะมีทิศทางอย่างไรในไตรมาสถัดไป และบริษัทจะมีมาตรการรับมืออย่างไร
* **การบริหารจัดการต้นทุนการผลิต:** นอกเหนือจากต้นทุนพลังงาน มีการบริหารจัดการต้นทุนส่วนอื่นอย่างไรเพื่อรักษาอัตรากำไร
* **แผนการดำเนินงานในอนาคต:** บริษัทมีแผนการเปิดโครงการใหม่ หรือการขยายตลาดเพื่อเพิ่มรายได้และกระจายความเสี่ยงอย่างไร
* **ผลกระทบจากรายการพิเศษ:** การบันทึกกำไรจากการปรับโครงสร้างหนี้จะส่งผลต่อภาพรวมทางการเงินอย่างไรในระยะยาว
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในเอกสารที่ให้มา UMI ถูกจัดอยู่ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง แต่ข้อมูลที่นำเสนอส่วนใหญ่เน้นไปที่ผลการดำเนินงานจากการขายสินค้าอุตสาหกรรม (ซึ่งอาจเป็นวัสดุก่อสร้าง) และการบริหารจัดการหนี้สินเป็นหลัก ไม่ได้มีข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ:
* **มูลค่าโอน (Transfer Value) / ยอดขายรอโอน (Backlog):** ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่บริษัทพัฒนาหรือมีส่วนเกี่ยวข้อง
* **การเปิดโครงการใหม่ (New Project Launch):** ไม่มีการกล่าวถึงแผนการเปิดโครงการใหม่
* **อัตราการเช่า / ผลตอบแทนค่าเช่า (Occupancy / Rental Yield):** ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับรายได้จากค่าเช่าหรือการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการเช่า
* **ต้นทุนก่อสร้าง (Construction Cost):** แม้จะกล่าวถึงต้นทุนพลังงานและค่าขนส่ง แต่ไม่ได้เจาะจงถึงต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างโครงการโดยตรง
ดังนั้น การวิเคราะห์ในส่วนนี้จึงจำกัดอยู่เพียงข้อมูลที่ปรากฏ ซึ่งเน้นไปที่การดำเนินงานด้านการผลิตและการบริหารการเงินเป็นหลัก
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 มีจำนวน 2,837 ล้านบาท ลดลง 27 ล้านบาท หรือ 1% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 136 ล้านบาท จากการจ่ายซื้อหนี้ปรับโครงสร้างหนี้, ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้หมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้น 152 ล้านบาท (ส่วนใหญ่เป็นหนี้ที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ), และสินค้าคงเหลือสุทธิเพิ่มขึ้น 74 ล้านบาท ขณะที่ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิลดลง 115 ล้านบาทจากการตัดค่าเสื่อมราคา
* **หนี้สินรวม:** ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 มีจำนวน 1,445 ล้านบาท ลดลง 220 ล้านบาท จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของเงินกู้ยืมระยะยาว 45 ล้านบาท จากการจ่ายชำระหนี้, หนี้สินภายใต้แผนปรับโครงสร้างหนี้ลดลง 348 ล้านบาท จากการซื้อหนี้ของบริษัทใหญ่, และประมาณการหนี้สินหมุนเวียนอื่นลดลง 56 ล้านบาท ในขณะที่เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นเพิ่มขึ้น 19 ล้านบาท, เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้หมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้น 156 ล้านบาท (เป็นหนี้สินที่ยังไม่ถึงกำหนด), และหนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชีเพิ่มขึ้น 66 ล้านบาท
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 193 ล้านบาท จากผลกำไรประจำงวด
## สรุปท้าย
ผลประกอบการของ UMI ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 ได้รับแรงหนุนสำคัญจากการบันทึกกำไรพิเศษจากการปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งทำให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ารายได้จากการขายจะฟื้นตัวในไตรมาส 3 แต่ก็ยังคงเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น การบริหารจัดการหนี้สินที่แข็งแกร่งเป็นปัจจัยบวก แต่ความเสี่ยงจากต้นทุนที่ผันผวนยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ UMI ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
580.63
ล้านบาท
↓ 0.3% YoY
กำไรขั้นต้น
173.76
ล้านบาท
↑ 9.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
29.93
%
กำไรสุทธิ
22.24
ล้านบาท
↓ 18.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.83
%
D/E Ratio
0.87
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
581
↓ -0.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
174
↑ + 9.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
22
↓ -18.4%
YoY
D/E Ratio
0.87
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — UMI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.87
ROE (%)
5.15
ROA (%)
3.71
Book Value/หุ้น
2.38
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — UMI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-30
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+56
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — UMI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-29.80
+113.16%
|
-13.98
-166.19%
|
21.12
-76.86%
|
91.28
-66.45%
|
272.10
+18.32%
|
229.97
+22.36%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
56.35
+598.27%
|
8.07
-160.91%
|
-13.25
-91.05%
|
-148.04
+1,205.47%
|
-11.34
-85.04%
|
-75.80
+159.68%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
82.67
-1.63%
|
84.04
+83.05%
|
45.91
-164.73%
|
-70.93
-29.57%
|
-100.71
+22.98%
|
-81.89
-44.93%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
110.09
+22.81%
|
89.64
+34.94%
|
66.43
+1.68%
|
65.33
-169.41%
|
-94.12
-333.49%
|
40.31
+274.63%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
186.26
+98.63%
|
93.77
+28.31%
|
73.08
-68.39%
|
231.18
+156.52%
|
90.12
+80.96%
|
49.80
+27.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
221.61
+18.98%
|
186.26
+98.63%
|
93.77
+28.31%
|
73.08
-68.39%
|
231.18
+156.52%
|
90.12
+80.96%
|