บริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
0.92
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3832 out_tok=2160 at=2026-07-26T11:36:39 -->
# UMI กำไร Q2/2565 พุ่ง 200 ล้านบาท รับกำไรพิเศษจากการซื้อหนี้คืน
## รายได้ขายโตตามราคา แต่กำไรขั้นต้นหด เหตุต้นทุนพลังงานพุ่ง ฝ่ายจัดการรับรู้กำไรพิเศษจากการซื้อหนี้คืนหนุนผลประกอบการ
บริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ UMI รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่ 193 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 200 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้กำไรพิเศษจากการซื้อหนี้ปรับโครงสร้างหนี้เข้ามาสนับสนุน ขณะที่รายได้จากการขายสินค้ามีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ UMI ในไตรมาส 2 ปี 2565 พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การรับรู้กำไรพิเศษจากการซื้อหนี้ปรับโครงสร้างหนี้จำนวน 354 ล้านบาท** ซึ่งรายการนี้ส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น 200 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการได้ระบุว่า บริษัทมีการซื้อหนี้ปรับโครงสร้างหนี้คืน ส่งผลให้เกิดกำไรจากการซื้อหนี้ดังกล่าวจำนวน 354 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ไม่ได้เกิดจากการดำเนินงานปกติของธุรกิจหลัก (การขายสินค้า) รายการนี้ได้ถูกนำไปรวมกับผลการดำเนินงานจากการขายสินค้า ซึ่งมีรายได้เพิ่มขึ้น 28 ล้านบาท หรือ 4% จากการปรับราคาขายสินค้า อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นกลับลดลง 5% จาก 23% ในปีก่อน เหลือ 18% ในไตรมาสนี้ เป็นผลมาจากต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นถึง 52% นอกจากนี้ ต้นทุนในการจัดจำหน่ายยังเพิ่มขึ้น 4 ล้านบาท จากค่าขนส่งที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมัน และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 3 ล้านบาท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** การรับรู้กำไรพิเศษจากการซื้อหนี้ปรับโครงสร้างหนี้เป็นรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว (one-time item) และไม่น่าจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในไตรมาสถัดไป แม้ว่ารายได้จากการขายสินค้าจะมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นตามราคาขาย แต่แรงกดดันจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่** ในไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 193 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 200 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
* **รายได้จากยอดขายสินค้า** เพิ่มขึ้น 4% เป็น 643 ล้านบาท จากการปรับราคาขาย
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง** จาก 23% ใน Q2/2564 เหลือ 18% ใน Q2/2565 เนื่องจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น 52%
* **รับรู้กำไรพิเศษจากการซื้อหนี้ปรับโครงสร้างหนี้** จำนวน 354 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่หนุนกำไรสุทธิ
* **สินทรัพย์รวมลดลง 2%** จากสิ้นปี 2564 มาอยู่ที่ 2,819 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง
* **หนี้สินรวมลดลง 243 ล้านบาท** จากสิ้นปี 2564 มาอยู่ที่ 1,422 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของหนี้สินภายใต้แผนปรับโครงสร้างหนี้
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายสินค้า 643 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยจากการปรับราคาขายสินค้า อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 23% เป็น 18% เนื่องจากต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นถึง 52% ขณะที่รายได้อื่นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 363 ล้านบาท จากกำไรพิเศษที่เกิดจากการซื้อหนี้ปรับโครงสร้างหนี้ ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้น 200 ล้านบาท เป็น 193 ล้านบาท
สำหรับงวดหกเดือนแรกของปี 2565 บริษัทมีรายได้จากการขายสินค้า 1,326 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% โดยอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 25% เป็น 19% จากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น 45% เช่นกัน โดยมีกำไรพิเศษจากการซื้อหนี้ปรับโครงสร้างหนี้ 354 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้น 171 ล้านบาท เป็น 167 ล้านบาท
## โอกาส
* **การปรับราคาขายสินค้า:** การที่บริษัทสามารถปรับราคาขายสินค้าได้ สะท้อนถึงอำนาจในการกำหนดราคาบางส่วน และอาจช่วยชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นได้ในระดับหนึ่ง
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** การซื้อหนี้ปรับโครงสร้างหนี้คืนสำเร็จ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการทางการเงิน และสร้างกำไรพิเศษจากการดำเนินการดังกล่าว
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น:** ต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจ
* **ค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น:** ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นส่งผลให้ต้นทุนค่าขนส่งเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนในการจัดจำหน่าย
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** นอกเหนือจากพลังงานแล้ว ความผันผวนของราคาวัตถุดิบอื่นๆ ที่ใช้ในการผลิตสินค้าอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและอัตรากำไรได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันในไตรมาสถัดไป
* ความสามารถของบริษัทในการปรับราคาขายสินค้าเพื่อชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้น
* การบริหารจัดการต้นทุนการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
* การรับรู้กำไรพิเศษอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการบริหารจัดการหนี้สินหรือสินทรัพย์
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
แม้ว่าเอกสารจะระบุว่าเป็นบริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) ซึ่งโดยทั่วไปอาจเกี่ยวข้องกับการผลิตและจำหน่ายกระเบื้องเซรามิกและวัสดุก่อสร้าง แต่ในบริบทของ MD&A นี้ มีการกล่าวถึง "รายได้จากยอดขายสินค้า" และ "อัตรากำไรขั้นต้น" ซึ่งบ่งชี้ถึงการดำเนินธุรกิจหลักที่เกี่ยวข้องกับการขายสินค้า อย่างไรก็ตาม ไม่มีการกล่าวถึงประเด็นเฉพาะของภาคอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างโดยตรง เช่น การโอนโครงการ, backlog, การเปิดโครงการใหม่, หรือ occupancy rate
ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับภาคธุรกิจนี้ที่ปรากฏในเอกสาร ได้แก่:
* **ต้นทุนพลังงาน:** เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตสินค้าในกลุ่มวัสดุก่อสร้าง
* **ค่าขนส่ง:** เป็นต้นทุนที่สำคัญในการกระจายสินค้าไปยังลูกค้า
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 สินทรัพย์รวมของบริษัทและบริษัทย่อยอยู่ที่ 2,819 ล้านบาท ลดลง 45 ล้านบาท หรือ 2% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 123 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการจ่ายซื้อหนี้ปรับโครงสร้างหนี้ ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้หมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้น 128 ล้านบาท และสินค้าคงเหลือสุทธิเพิ่มขึ้น 6 ล้านบาท ขณะที่ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิลดลง 76 ล้านบาทจากการตัดค่าเสื่อมราคา
หนี้สินรวมของบริษัทและบริษัทย่อยอยู่ที่ 1,422 ล้านบาท ลดลง 243 ล้านบาท จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของหนี้สินภายใต้แผนปรับโครงสร้างหนี้ 348 ล้านบาท แม้ว่าเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้หมุนเวียนอื่นจะเพิ่มขึ้น 143 ล้านบาท และหนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชีเพิ่มขึ้น 68 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 198 ล้านบาท จากผลกำไรประจำงวด
## สรุปท้าย
ผลประกอบการของ UMI ในไตรมาส 2 ปี 2565 ได้รับแรงหนุนหลักจากกำไรพิเศษจากการซื้อหนี้ปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งเป็นรายการครั้งคราว แม้ว่ารายได้จากการขายสินค้าจะเติบโตเล็กน้อยจากการปรับราคาขาย แต่ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นได้กดดันอัตรากำไรขั้นต้นให้ลดลง ความเสี่ยงด้านต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาในระยะต่อไป ขณะที่ฐานะการเงินโดยรวมมีการปรับตัวดีขึ้นจากการลดลงของหนี้สินรวม
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ UMI ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
580.63
ล้านบาท
↓ 0.3% YoY
กำไรขั้นต้น
173.76
ล้านบาท
↑ 9.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
29.93
%
กำไรสุทธิ
22.24
ล้านบาท
↓ 18.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.83
%
D/E Ratio
0.87
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
581
↓ -0.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
174
↑ + 9.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
22
↓ -18.4%
YoY
D/E Ratio
0.87
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — UMI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.87
ROE (%)
5.15
ROA (%)
3.71
Book Value/หุ้น
2.38
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — UMI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-30
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+56
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — UMI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-29.80
+113.16%
|
-13.98
-166.19%
|
21.12
-76.86%
|
91.28
-66.45%
|
272.10
+18.32%
|
229.97
+22.36%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
56.35
+598.27%
|
8.07
-160.91%
|
-13.25
-91.05%
|
-148.04
+1,205.47%
|
-11.34
-85.04%
|
-75.80
+159.68%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
82.67
-1.63%
|
84.04
+83.05%
|
45.91
-164.73%
|
-70.93
-29.57%
|
-100.71
+22.98%
|
-81.89
-44.93%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
110.09
+22.81%
|
89.64
+34.94%
|
66.43
+1.68%
|
65.33
-169.41%
|
-94.12
-333.49%
|
40.31
+274.63%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
186.26
+98.63%
|
93.77
+28.31%
|
73.08
-68.39%
|
231.18
+156.52%
|
90.12
+80.96%
|
49.80
+27.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
221.61
+18.98%
|
186.26
+98.63%
|
93.77
+28.31%
|
73.08
-68.39%
|
231.18
+156.52%
|
90.12
+80.96%
|