บริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
0.92
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3785 out_tok=2407 at=2026-07-26T12:23:06 -->
# UMI Q3/2564 พลิกขาดทุนสุทธิ เหตุต้นทุนพุ่ง-มาตรการคุมโควิดฉุดยอดขาย
## รายได้-กำไรหดตัวตามคาดจากมาตรการคุมโควิด-19 ขณะที่ต้นทุนพลังงานกดดันอัตรากำไรขั้นต้น
บริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ UMI รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้จากการขายสินค้า 583 ล้านบาท ลดลง 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่ 9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7 ล้านบาท จากปัจจัยหลักด้านมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เข้มงวดขึ้น และต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ UMI ในไตรมาส 3 ปี 2564 เปลี่ยนแปลงไป คือ **การลดลงของรายได้จากการขายสินค้า 13%** ซึ่งส่งผลให้ **ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 7 ล้านบาท** เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2563 โดยปัจจัยกดดันสำคัญมาจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เข้มงวดขึ้น และต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เข้มงวดขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อยอดขายสินค้า ทำให้รายได้จากการขายลดลง 86 ล้านบาท หรือ 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ ยังมีต้นทุนด้านพลังงานที่ปรับราคาสูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 1% แม้ว่าต้นทุนในการจัดจำหน่ายจะลดลง 10 ล้านบาท (12%) และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 15 ล้านบาท แต่ต้นทุนทางการเงินกลับเพิ่มขึ้น 17 ล้านบาท จากอัตราดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ของบริษัทย่อยแห่งหนึ่ง ปัจจัยเหล่านี้รวมกันส่งผลให้บริษัทขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากเอกสารที่ระบุว่า "การยกระดับมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID-19) ที่เข้มงวดขึ้น" และ "ค่าพลังงานที่ปรับราคาสูงขึ้น" บ่งชี้ว่าปัจจัยเหล่านี้อาจเป็นผลกระทบชั่วคราว อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินจากอัตราดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ของบริษัทย่อย อาจเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าจะมีผลกระทบต่อเนื่องหรือไม่
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขาย Q3/2564 ลดลง 13% YoY** อยู่ที่ 583 ล้านบาท จากผลกระทบมาตรการควบคุมโควิด-19 ที่เข้มงวดขึ้น
* **ขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่ Q3/2564 เพิ่มขึ้น 7 ล้านบาท** เป็น 9 ล้านบาท เมื่อเทียบกับ Q3/2563
* **ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นกดดันกำไรขั้นต้นลดลง 1%**
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 17 ล้านบาท** จากอัตราดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ของบริษัทย่อย
* **งวด 9 เดือนแรกปี 2564 รายได้รวมเพิ่มขึ้น 8%** เป็น 1,864 ล้านบาท แต่ยังคงขาดทุนสุทธิ 13 ล้านบาท (ขาดทุนลดลง 70 ล้านบาท YoY)
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาสที่ 3 ปี 2564 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายสินค้า 583 ล้านบาท ลดลง 13% หรือ 86 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เข้มงวดขึ้น ส่งผลกระทบต่อยอดขาย กำไรขั้นต้นลดลง 1% จากค่าพลังงานที่ปรับราคาสูงขึ้น ต้นทุนในการจัดจำหน่ายลดลง 10 ล้านบาท (12%) และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 15 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 17 ล้านบาท จากอัตราดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ของบริษัทย่อยแห่งหนึ่ง ส่งผลให้ขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้น 7 ล้านบาท เป็น 9 ล้านบาท
สำหรับงวดเก้าเดือนแรกของปี 2564 บริษัทมีรายได้จากการขายสินค้า 1,864 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 137 ล้านบาท หรือ 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 64 ล้านบาท แต่ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 70 ล้านบาท จากการบันทึกดอกเบี้ยผิดนัดของบริษัทย่อย ส่งผลให้ขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่ 13 ล้านบาท ซึ่งขาดทุนลดลง 70 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** หากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง และมาตรการต่างๆ ผ่อนคลายลง จะส่งผลดีต่อกำลังซื้อและการบริโภค ซึ่งจะช่วยกระตุ้นยอดขายสินค้าของบริษัทได้
* **การบริหารต้นทุน:** ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มอัตรากำไรและลดผลขาดทุนในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โควิด-19:** การระบาดระลอกใหม่ หรือการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส อาจนำไปสู่การกลับมาใช้มาตรการที่เข้มงวดอีกครั้ง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อยอดขายและกำลังการผลิต
* **ความผันผวนของราคาพลังงานและวัตถุดิบ:** ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรขั้นต้น หากราคายังคงผันผวน อาจเป็นแรงกดดันต่อผลประกอบการอย่างต่อเนื่อง
* **ต้นทุนทางการเงิน:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงิน โดยเฉพาะจากกรณีผิดนัดชำระหนี้ของบริษัทย่อย อาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรสุทธิ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 และผลกระทบต่อยอดขาย
* ทิศทางราคาพลังงานและวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต
* ความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาการผิดนัดชำระหนี้ของบริษัทย่อย และผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงิน
* แผนการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายของบริษัท
* การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน (หากมีผลกระทบต่อต้นทุนหรือรายได้)
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **ยอดขายสินค้า:** ในไตรมาส 3/2564 ยอดขายสินค้าลดลง 13% YoY ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากมาตรการควบคุมโควิด-19 ที่เข้มงวดขึ้น สะท้อนถึงกำลังซื้อที่ชะลอตัวและการเข้าถึงสินค้าที่ยากขึ้น
* **ต้นทุนการผลิต:** กำไรขั้นต้นลดลง 1% จากค่าพลังงานที่ปรับราคาสูงขึ้น แสดงให้เห็นถึงแรงกดดันด้านต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น
* **ต้นทุนทางการเงิน:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงิน 17 ล้านบาท จากอัตราดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ของบริษัทย่อย เป็นประเด็นที่ต้องจับตา เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการโดยรวม
* **การบริหารค่าใช้จ่าย:** บริษัทมีการบริหารจัดการต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารได้ดี โดยลดลง 10 ล้านบาท และ 15 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบจากรายได้ที่ลดลงได้บ้าง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 สินทรัพย์รวมของบริษัทและบริษัทย่อยมีจำนวน 3,081 ล้านบาท ลดลง 20 ล้านบาท (1%) จากสิ้นปี 2563 โดยเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 117 ล้านบาท ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นสุทธิลดลง 41 ล้านบาท และสินค้าคงเหลือสุทธิเพิ่มขึ้น 20 ล้านบาท ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิลดลง 114 ล้านบาทจากการตัดค่าเสื่อมราคา
หนี้สินรวมมีจำนวน 1,806 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43 ล้านบาท จากสิ้นปี 2563 โดยประมาณการหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 100 ล้านบาท เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นลดลง 26 ล้านบาท เจ้าหนี้การค้าลดลง 11 ล้านบาท เงินกู้ยืมระยะยาวลดลง 45 ล้านบาทจากการจ่ายชำระ ประมาณการหนี้สินไม่หมุนเวียนสำหรับผลประโยชน์พนักงานเพิ่มขึ้น 15 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 63 ล้านบาท จากผลขาดทุนประจำงวด
## สรุปท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 ของ UMI ได้รับแรงกดดันจากมาตรการควบคุมโควิด-19 ที่เข้มงวดขึ้น ส่งผลให้รายได้จากการขายลดลง และต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นกระทบกำไรขั้นต้น ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการผิดนัดชำระหนี้ของบริษัทย่อย ทำให้บริษัทขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ทำได้ดี รวมถึงการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด เป็นปัจจัยที่ช่วยบรรเทาผลกระทบได้บ้าง นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ การควบคุมสถานการณ์โควิด-19 และทิศทางต้นทุนพลังงาน รวมถึงความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาต้นทุนทางการเงินของบริษัทย่อย เพื่อประเมินแนวโน้มผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ UMI ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
580.63
ล้านบาท
↓ 0.3% YoY
กำไรขั้นต้น
173.76
ล้านบาท
↑ 9.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
29.93
%
กำไรสุทธิ
22.24
ล้านบาท
↓ 18.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.83
%
D/E Ratio
0.87
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
581
↓ -0.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
174
↑ + 9.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
22
↓ -18.4%
YoY
D/E Ratio
0.87
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — UMI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.87
ROE (%)
5.15
ROA (%)
3.71
Book Value/หุ้น
2.38
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — UMI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-30
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+56
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — UMI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-29.80
+113.16%
|
-13.98
-166.19%
|
21.12
-76.86%
|
91.28
-66.45%
|
272.10
+18.32%
|
229.97
+22.36%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
56.35
+598.27%
|
8.07
-160.91%
|
-13.25
-91.05%
|
-148.04
+1,205.47%
|
-11.34
-85.04%
|
-75.80
+159.68%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
82.67
-1.63%
|
84.04
+83.05%
|
45.91
-164.73%
|
-70.93
-29.57%
|
-100.71
+22.98%
|
-81.89
-44.93%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
110.09
+22.81%
|
89.64
+34.94%
|
66.43
+1.68%
|
65.33
-169.41%
|
-94.12
-333.49%
|
40.31
+274.63%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
186.26
+98.63%
|
93.77
+28.31%
|
73.08
-68.39%
|
231.18
+156.52%
|
90.12
+80.96%
|
49.80
+27.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
221.61
+18.98%
|
186.26
+98.63%
|
93.77
+28.31%
|
73.08
-68.39%
|
231.18
+156.52%
|
90.12
+80.96%
|