บริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
0.92
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3633 out_tok=2755 at=2026-07-26T12:18:45 -->
# UMI พลิกขาดทุนหนัก Q1/65 รับต้นทุนพุ่ง-ค่าขนส่งแพง
## รายได้ทรงตัวแต่กำไรสุทธิหด 29 ล้านบาท ฝ่ายจัดการชี้ต้นทุนพลังงาน-ค่าขนส่งกดดันหนัก
บริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ UMI รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้จากการขายสินค้า 683 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ และบริษัทย่อยประสบภาวะขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่ 26 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 29 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ UMI ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะราคาพลังงานที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น และต้นทุนค่าขนส่งที่ปรับสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดีเซล** แม้ว่ารายได้จากการขายสินค้าจะยังทรงตัวหรือเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่แรงกดดันด้านต้นทุนที่สูงขึ้นนี้ได้บั่นทอนความสามารถในการทำกำไร จนทำให้บริษัทฯ และบริษัทย่อยประสบภาวะขาดทุนสุทธิที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า **ราคาพลังงานซึ่งเป็นปัจจัยหลักของต้นทุนการผลิต ปรับเพิ่มขึ้นถึง 31% จากปีก่อน** ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสินค้ากระเบื้องของบริษัทสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงถึง 6% นอกจากนี้ **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายยังเพิ่มขึ้นอีก 8 ล้านบาท จากค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดีเซล** ซึ่งเป็นต้นทุนหลักในการกระจายสินค้าไปยังลูกค้า ปัจจัยทั้งสองประการนี้ได้ส่งผลให้ต้นทุนรวมของบริษัทสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับรายได้ที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ทำให้ผลกำไรขั้นต้นลดลง และส่งผลต่อเนื่องไปยังผลขาดทุนสุทธิที่เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยที่ช่วยลดผลกระทบอยู่บ้าง คือ **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลง 12 ล้านบาท** และ **ต้นทุนทางการเงินที่ลดลง 5 ล้านบาท** จากการลดลงของอัตราดอกเบี้ยผิดนัดของบริษัทย่อยแห่งหนึ่ง แต่ผลกระทบเชิงลบจากต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งนั้นมีน้ำหนักมากกว่า
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด** ฝ่ายจัดการระบุว่าราคาพลังงานและราคาน้ำมันดีเซลเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบ ซึ่งสถานการณ์ราคาพลังงานในตลาดโลกยังคงมีความผันผวนและมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งของ UMI อย่างต่อเนื่องในไตรมาสถัดไป อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้พยายามควบคุมต้นทุนในส่วนอื่นๆ เช่น ค่าใช้จ่ายในการบริหาร และมีการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน ซึ่งอาจช่วยบรรเทาผลกระทบได้บ้าง
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายสินค้า 683 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% YoY**
* **ขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่ 26 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้น 29 ล้านบาท YoY**
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 6%**
* **ต้นทุนพลังงาน (ปัจจัยหลักของต้นทุนผลิต) เพิ่มขึ้น 31% YoY**
* **ต้นทุนค่าขนส่งเพิ่มขึ้น 8 ล้านบาท จากราคาน้ำมันดีเซลที่สูงขึ้น**
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 12 ล้านบาท**
* **สินทรัพย์รวม ณ สิ้น Q1/65 อยู่ที่ 2,950 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 86 ล้านบาทจากสิ้นปี 2564**
* **หนี้สินรวม ณ สิ้น Q1/65 อยู่ที่ 1,790 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 125 ล้านบาทจากสิ้นปี 2564**
* **ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมลดลง 38 ล้านบาท จากผลขาดทุน**
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ UMI ในไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้จากการขายสินค้าอยู่ที่ 683 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลง 6% เป็นผลมาจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น โดยเฉพาะราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น 31% YoY นอกจากนี้ ต้นทุนค่าขนส่งยังเพิ่มขึ้น 8 ล้านบาท จากราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้น แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการบริหารจะลดลง 12 ล้านบาท และต้นทุนทางการเงินลดลง 5 ล้านบาท แต่ผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นได้ส่งผลให้บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่ 26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
* **การควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** การลดลงของค่าใช้จ่ายในการบริหาร 12 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการบริหารจัดการต้นทุนภายในองค์กร ซึ่งหากสามารถรักษาแนวโน้มนี้ไว้ได้ จะช่วยสนับสนุนผลประกอบการได้
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** การลดลงของต้นทุนทางการเงิน 5 ล้านบาท จากการลดลงของอัตราดอกเบี้ยผิดนัดของบริษัทย่อยแห่งหนึ่ง เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยลดภาระดอกเบี้ยจ่าย
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาพลังงานและน้ำมัน:** ราคาพลังงานและน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นความเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและต้นทุนค่าขนส่ง ซึ่งอาจกดดันอัตรากำไรขั้นต้นและผลประกอบการในระยะต่อไป
* **แรงกดดันด้านต้นทุนการผลิต:** นอกเหนือจากพลังงาน ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่อาจส่งผลต่อต้นทุนการผลิต เช่น ราคาวัตถุดิบ ซึ่งหากปรับตัวสูงขึ้น จะยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่ออัตรากำไร
* **การเพิ่มขึ้นของหนี้สิน:** หนี้สินรวมของบริษัทเพิ่มขึ้น 125 ล้านบาท จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักมาจากเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้หมุนเวียนอื่นที่เพิ่มขึ้น รวมถึงประมาณการหนี้สินหมุนเวียนอื่นที่เพิ่มขึ้น ซึ่งต้องติดตามความสามารถในการชำระหนี้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาพลังงานและน้ำมัน:** การเปลี่ยนแปลงของราคาพลังงานและน้ำมันจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งในไตรมาสถัดไป
* **การบริหารจัดการต้นทุนการผลิต:** ความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ ท่ามกลางราคาพลังงานที่สูงขึ้น
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** การลดลงของสินค้าคงคลังสุทธิ 24 ล้านบาท แสดงถึงการบริหารจัดการที่ดี แต่ต้องติดตามว่าเพียงพอต่อความต้องการของตลาดหรือไม่
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** การเพิ่มขึ้นของหนี้สินรวม และการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้หมุนเวียนอื่น ต้องติดตามความสามารถในการบริหารจัดการกระแสเงินสดและการชำระหนี้
* **การเปิดโครงการใหม่และการโอนกรรมสิทธิ์:** (ข้อมูลนี้ไม่มีในเอกสาร แต่เป็นประเด็นสำคัญสำหรับกลุ่มอสังหาริมทรัพย์) หากมีข้อมูลในเอกสารฉบับเต็ม ควรนำมาพิจารณา
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในส่วนของกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง เอกสาร MD&A นี้ไม่ได้ให้รายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับยอดขายรอโอน (Backlog) การเปิดโครงการใหม่ หรือยอดขายรอรับรู้รายได้ (Presale) ที่จะส่งผลต่อการโอนกรรมสิทธิ์ในอนาคต อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่มีระบุถึงการเปลี่ยนแปลงของสินทรัพย์และหนี้สิน ดังนี้
* **สินทรัพย์รวม:** เพิ่มขึ้น 86 ล้านบาท เป็น 2,950 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 35 ล้านบาท และลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นสุทธิ 100 ล้านบาท (ซึ่งเป็นลูกหนี้ที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ) ขณะที่สินค้าคงคลังลดลง 24 ล้านบาท และที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์สุทธิลดลง 43 ล้านบาทจากการตัดค่าเสื่อมราคา
* **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 125 ล้านบาท เป็น 1,790 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น 9 ล้านบาท, เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้หมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้น 101 ล้านบาท (เป็นหนี้ที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ) และประมาณการหนี้สินหมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้น 32 ล้านบาทจากดอกเบี้ยผิดนัดของบริษัทย่อยแห่งหนึ่ง ในขณะที่เงินกู้ยืมระยะยาวลดลง 15 ล้านบาทจากการจ่ายชำระหนี้
การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้สะท้อนถึงการบริหารจัดการสภาพคล่องและการดำเนินงานในระยะสั้นเป็นหลัก โดยยังไม่มีข้อมูลที่บ่งชี้ถึงการขยายตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยตรงจากเอกสารฉบับนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัทและบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวม 2,950 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 86 ล้านบาทจากสิ้นปี 2564 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 35 ล้านบาท และลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นสุทธิเพิ่มขึ้น 100 ล้านบาท ในขณะที่สินค้าคงคลังลดลง 24 ล้านบาท และที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์สุทธิลดลง 43 ล้านบาทจากการตัดค่าเสื่อมราคา
หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,790 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 125 ล้านบาทจากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักมาจากเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นเพิ่มขึ้น 9 ล้านบาท, เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้หมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้น 101 ล้านบาท และประมาณการหนี้สินหมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้น 32 ล้านบาท ส่วนเงินกู้ยืมระยะยาวลดลง 15 ล้านบาท
ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมลดลง 38 ล้านบาท จากผลขาดทุนสุทธิในไตรมาสนี้
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน หรือการจัดหาเงินโดยตรง แต่การเปลี่ยนแปลงของสินทรัพย์และหนี้สินบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการสภาพคล่องและการชำระหนี้ในระยะสั้น
## สรุปท้าย
UMI เผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนอย่างหนักในไตรมาส 1 ปี 2565 โดยเฉพาะราคาพลังงานและค่าขนส่งที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นหดตัว และพลิกเป็นขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น แม้รายได้จากการขายจะทรงตัว แต่โอกาสในการเติบโตในระยะสั้นยังคงมีความเสี่ยงจากความผันผวนของต้นทุนที่ควบคุมได้ยาก ขณะที่การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารและต้นทุนทางการเงินเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยบรรเทาผลกระทบได้บ้าง นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาพลังงานและกลยุทธ์การบริหารต้นทุนของบริษัทอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ UMI ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
580.63
ล้านบาท
↓ 0.3% YoY
กำไรขั้นต้น
173.76
ล้านบาท
↑ 9.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
29.93
%
กำไรสุทธิ
22.24
ล้านบาท
↓ 18.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.83
%
D/E Ratio
0.87
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
581
↓ -0.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
174
↑ + 9.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
22
↓ -18.4%
YoY
D/E Ratio
0.87
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — UMI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.87
ROE (%)
5.15
ROA (%)
3.71
Book Value/หุ้น
2.38
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — UMI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-30
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+56
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — UMI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-29.80
+113.16%
|
-13.98
-166.19%
|
21.12
-76.86%
|
91.28
-66.45%
|
272.10
+18.32%
|
229.97
+22.36%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
56.35
+598.27%
|
8.07
-160.91%
|
-13.25
-91.05%
|
-148.04
+1,205.47%
|
-11.34
-85.04%
|
-75.80
+159.68%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
82.67
-1.63%
|
84.04
+83.05%
|
45.91
-164.73%
|
-70.93
-29.57%
|
-100.71
+22.98%
|
-81.89
-44.93%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
110.09
+22.81%
|
89.64
+34.94%
|
66.43
+1.68%
|
65.33
-169.41%
|
-94.12
-333.49%
|
40.31
+274.63%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
186.26
+98.63%
|
93.77
+28.31%
|
73.08
-68.39%
|
231.18
+156.52%
|
90.12
+80.96%
|
49.80
+27.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
221.61
+18.98%
|
186.26
+98.63%
|
93.77
+28.31%
|
73.08
-68.39%
|
231.18
+156.52%
|
90.12
+80.96%
|