บริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
0.92
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5292 out_tok=2501 at=2026-07-26T11:40:51 -->
# UMI Q1/2566 กำไรสุทธิพุ่ง 98% รับแรงหนุนรายได้รวมโต 132% จากทุกกลุ่มธุรกิจ
## รายได้รวมทะยาน 132% สู่ 395.9 ล้านบาท หนุนกำไรสุทธิ UMI พุ่ง 98% ใน Q1/2566 ขณะที่ต้นทุนบริการเพิ่มตามการขยายตัว
บริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ UMI รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้รวม 395.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 132.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 87.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 98.0% จากการเติบโตของทุกกลุ่มธุรกิจและการขยายขอบเขตบริการให้ครบวงจรยิ่งขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ UMI ในไตรมาส 1 ปี 2566 คือการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้รวมที่เพิ่มขึ้นถึง 132.3% คิดเป็น 225.5 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้น 98.0% หรือ 43.5 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากการขยายตัวของทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจที่ปรึกษาและออกแบบทางวิศวกรรม, ธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจบริการหลังการขายอสังหาริมทรัพย์
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
* **ธุรกิจที่ปรึกษาและออกแบบทางวิศวกรรม:** รายได้เพิ่มขึ้น 101.2% เป็น 49.1 ล้านบาท จากการมีโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่บริษัทเป็นผู้ให้บริการเพิ่มขึ้น ทั้งในส่วนของการบริหารและควบคุมงานก่อสร้าง รวมถึงงานออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมต่างๆ นอกจากนี้ รายได้จาก UPM Academy ที่เพิ่มขึ้นจากการขยายจำนวนและคอร์สฝึกอบรมก็เป็นอีกปัจจัยสนับสนุน
* **ธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์:** รายได้เติบโต 59.5% เป็น 121.4 ล้านบาท จากการมีจำนวนโครงการภายใต้การบริหารจัดการนิติบุคคลอาคารชุด หมู่บ้านจัดสรร และ Residential Property เพิ่มขึ้น รวมถึงรายได้จากการให้บริการนายหน้าอสังหาริมทรัพย์และบริการจัดหาผู้ร่วมทุน (JV) ที่ปรับตัวสูงขึ้น
* **ธุรกิจบริการหลังการขายอสังหาริมทรัพย์:** เป็นกลุ่มธุรกิจที่เติบโตโดดเด่นที่สุด โดยรายได้เพิ่มขึ้นถึง 223.4% เป็น 225.4 ล้านบาท จากการให้บริการออกแบบและตกแต่งพื้นที่ส่วนกลางและพื้นที่พักอาศัย รวมถึงรายได้จากการให้บริการทำความสะอาดที่เพิ่มขึ้นทั้งจากลูกค้าประเภทนิติบุคคลและรายครั้งจากการทำโปรโมชั่น
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและให้บริการก็เพิ่มขึ้นตามการเติบโตของรายได้ถึง 167.6% เป็น 268.9 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากต้นทุนค่าตอบแทนพนักงานที่เพิ่มขึ้นจากการจ้างงานที่สอดคล้องกับการขยายตัวของธุรกิจ และต้นทุนอุปกรณ์สำหรับงานตกแต่งที่เพิ่มขึ้นตามรายได้
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
จากข้อมูลในเอกสารที่ระบุว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้เกิดจากการมีจำนวนโครงการที่เพิ่มขึ้นและการขยายขอบเขตการให้บริการให้มีความครบวงจรมากขึ้น รวมถึงการเพิ่มจำนวนคอร์สฝึกอบรมและการทำโปรโมชั่นส่งเสริมการขาย **มีโอกาสต่อเนื่อง** เนื่องจากเป็นการเติบโตที่อิงกับการขยายฐานลูกค้าและบริการ ซึ่งหากบริษัทสามารถรักษาคุณภาพและขยายฐานลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง ก็มีแนวโน้มที่จะเห็นการเติบโตในลักษณะนี้ต่อไป อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนบริการที่สูงกว่ารายได้อาจเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาเพื่อรักษาอัตรากำไรในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q1/2566:** 395.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 132.3% YoY
* **กำไรสุทธิ Q1/2566:** 87.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 98.0% YoY
* **การเติบโตกระจายตัว:** ทุกกลุ่มธุรกิจหลัก (ที่ปรึกษาฯ, บริหารจัดการฯ, บริการหลังการขายฯ) มีรายได้เติบโต YoY
* **ธุรกิจบริการหลังการขายฯ เติบโตโดดเด่น:** รายได้เพิ่มขึ้น 223.4% YoY
* **ต้นทุนบริการเพิ่มตามรายได้:** เพิ่มขึ้น 167.6% YoY โดยหลักจากค่าตอบแทนพนักงานและต้นทุนอุปกรณ์
* **ส่วนผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น:** เป็น 1,572.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.0% จากผลประกอบการ
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ UMI มีรายได้รวม 395.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 132.3% เมื่อเทียบกับ 170.4 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2565 การเติบโตนี้มาจากทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจบริการหลังการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ขยายตัวถึง 223.4% ขณะที่ต้นทุนการขายและให้บริการเพิ่มขึ้น 167.6% เป็น 268.9 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 97.3% เป็น 110.3 ล้านบาท และกำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 87.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 98.0% เมื่อเทียบกับ 44.4 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การขยายฐานลูกค้าและบริการ:** การที่ทุกกลุ่มธุรกิจมีรายได้เติบโต แสดงถึงความสามารถในการขยายฐานลูกค้าและเพิ่มขอบเขตการให้บริการให้ครบวงจรมากขึ้น
* **การเติบโตของธุรกิจบริการหลังการขาย:** การเติบโตที่โดดเด่นของธุรกิจบริการหลังการขายฯ สะท้อนถึงโอกาสในการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดในบริการตกแต่งและทำความสะอาด
* **การพัฒนา UPM Academy:** การเพิ่มจำนวนและคอร์สฝึกอบรมของ UPM Academy เป็นโอกาสในการสร้างรายได้และเสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กร
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนบริการที่เพิ่มขึ้น:** ต้นทุนขายและให้บริการที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้ อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **การพึ่งพิงโครงการอสังหาริมทรัพย์:** การเติบโตของหลายกลุ่มธุรกิจขึ้นอยู่กับจำนวนโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจมีความผันผวนตามภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์
* **การแข่งขันในธุรกิจบริการ:** ธุรกิจบริการหลังการขายฯ และการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ อาจเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** การเปลี่ยนแปลงของอัตรากำไรขั้นต้นจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนบริการ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** กลยุทธ์ในการควบคุมและบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการให้สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้
* **การขยายตัวของโครงการใหม่:** จำนวนโครงการใหม่ที่จะเข้ามาเสริมรายได้ในกลุ่มธุรกิจที่ปรึกษาฯ และบริหารจัดการฯ
* **การเติบโตของรายได้ค่าเช่า/บริการ:** หากมีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายได้จากค่าเช่าหรือบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์
* **แนวโน้มการจ้างงานและต้นทุนแรงงาน:** ผลกระทบต่อต้นทุนบริการจากการจ้างงานพนักงานเพิ่มเติม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในฐานะบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง UMI แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งในไตรมาส 1 ปี 2566 โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจบริการหลังการขายอสังหาริมทรัพย์ที่รายได้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 223.4% ซึ่งเป็นผลมาจากการให้บริการตกแต่งพื้นที่ส่วนกลางและพื้นที่พักอาศัย รวมถึงบริการทำความสะอาดที่เพิ่มขึ้น การเติบโตนี้สะท้อนถึงความต้องการบริการหลังการขายที่เพิ่มขึ้นในตลาดอสังหาริมทรัพย์
กลุ่มธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ก็เติบโตได้ดีที่ 59.5% จากการมีจำนวนโครงการภายใต้การบริหารเพิ่มขึ้น ทั้งนิติบุคคลอาคารชุด หมู่บ้านจัดสรร และ Residential Property รวมถึงบริการนายหน้าและ JV ซึ่งบ่งชี้ถึงการขยายตัวของพอร์ตโฟลิโอการบริหารจัดการ
ส่วนธุรกิจที่ปรึกษาและออกแบบทางวิศวกรรมมีการเติบโต 101.2% จากการมีโครงการก่อสร้างและออกแบบที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการขยายตัวของ UPM Academy ซึ่งเป็นส่วนเสริมรายได้และสร้างมูลค่าเพิ่ม
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและบริการที่ 167.6% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากค่าตอบแทนพนักงานและต้นทุนอุปกรณ์ เป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,867.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.2% จากสิ้นปี 2565 โดยส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์หมุนเวียน ซึ่งสอดคล้องกับการขยายตัวของธุรกิจและการให้เครดิตเทอมแก่ลูกค้า
หนี้สินรวมอยู่ที่ 294.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 93.4% โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้า ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายตัวของธุรกิจเช่นกัน
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 6.0% เป็น 1,572.7 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงผลกำไรที่เพิ่มขึ้นจากการดำเนินงานในงวดไตรมาส 1 ปี 2566
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน หรือการจัดหาเงินโดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์และหนี้สินบ่งชี้ถึงกิจกรรมทางธุรกิจที่เพิ่มขึ้น
## สรุปท้าย
UMI โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 สุดแข็งแกร่ง ด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงถึง 98.0% เป็น 87.9 ล้านบาท จากรายได้รวมที่เติบโต 132.3% สู่ 395.9 ล้านบาท โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการเติบโตอย่างโดดเด่นของทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะบริการหลังการขายอสังหาริมทรัพย์ แม้ต้นทุนบริการจะเพิ่มขึ้นตามการขยายตัว แต่การบริหารจัดการที่ครอบคลุมและโอกาสในการเติบโตของตลาดบริการที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ ยังคงเป็นปัจจัยหนุนที่น่าจับตาในระยะต่อไป ท่ามกลางความเสี่ยงด้านการแข่งขันและต้นทุนที่ต้องบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ UMI ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
580.63
ล้านบาท
↓ 0.3% YoY
กำไรขั้นต้น
173.76
ล้านบาท
↑ 9.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
29.93
%
กำไรสุทธิ
22.24
ล้านบาท
↓ 18.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.83
%
D/E Ratio
0.87
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
581
↓ -0.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
174
↑ + 9.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
22
↓ -18.4%
YoY
D/E Ratio
0.87
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — UMI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.87
ROE (%)
5.15
ROA (%)
3.71
Book Value/หุ้น
2.38
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — UMI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-30
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+56
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — UMI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-29.80
+113.16%
|
-13.98
-166.19%
|
21.12
-76.86%
|
91.28
-66.45%
|
272.10
+18.32%
|
229.97
+22.36%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
56.35
+598.27%
|
8.07
-160.91%
|
-13.25
-91.05%
|
-148.04
+1,205.47%
|
-11.34
-85.04%
|
-75.80
+159.68%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
82.67
-1.63%
|
84.04
+83.05%
|
45.91
-164.73%
|
-70.93
-29.57%
|
-100.71
+22.98%
|
-81.89
-44.93%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
110.09
+22.81%
|
89.64
+34.94%
|
66.43
+1.68%
|
65.33
-169.41%
|
-94.12
-333.49%
|
40.31
+274.63%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
186.26
+98.63%
|
93.77
+28.31%
|
73.08
-68.39%
|
231.18
+156.52%
|
90.12
+80.96%
|
49.80
+27.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
221.61
+18.98%
|
186.26
+98.63%
|
93.77
+28.31%
|
73.08
-68.39%
|
231.18
+156.52%
|
90.12
+80.96%
|