บริษัท น้ำมันพืชไทย จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
27.25
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้รวม เพิ่มขึ้น 6,345 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 25.42 ต้นทุนขายรวมอยู่ที่ 28,349 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6,242 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 28.24
กำไรขั้นต้น 2,959 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 103 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.61 ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายรวม 532 ล้านบาท ลดลง 17 ล้านบาท หรือลดลง ร้อยละ 3.10 สำหรับค่าใช้จ่ายในการบริหารรวม 264 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15 ล้านบาท หรือร้อยสะ 6.02
การเพาะปลูกถั่วเหลืองในประเทศสหรัฐอเมริกาเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น โดยภาพรวมราคาถั่วเหลืองเฉลี่ยของปี 2564 ปรับตัว เพิ่มขึ้นจากปี 2563 กว่า 40% อย่างไรก็ตามบริษัทสามารถปรับราคาขายสินค้าเพิ่มขึ้นได้ตามการปรับราคาเพิ่มขึ้นใน ตลาดโลก จึงส่งผลทำให้บริษัทมีกำไรขั้นต้น 2,959 บาท เพิ่มขึ้น 103 ล้านบาท จาก 2,856 บาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.61 เมื่อเทียบกับปี 2563
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6131 out_tok=2410 at=2026-07-26T11:10:43 -->
# TVO กำไร Q3/66 ดิ่ง 57.75% รับรายได้หด-ต้นทุนขายลดแต่ GPM ต่ำลง
## รายได้จากการขายสินค้าหลักวูบตามราคาตลาดโลก-ในประเทศ ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบหลักลดลงน้อยกว่า ส่งผล GPM หดตัว
บริษัท น้ำมันพืชไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TVO รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 250 ล้านบาท ลดลง 57.75% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งจากผลิตภัณฑ์กากถั่วเหลืองและวัตถุดิบอาหารสัตว์ รวมถึงน้ำมันถั่วเหลืองบริสุทธิ์ ซึ่งได้รับผลกระทบจากราคาขายที่ลดลงตามตลาดโลกและตลาดในประเทศ ประกอบกับปริมาณขายที่หดตัวตามกำลังซื้อที่ลดลงและภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว แม้ต้นทุนวัตถุดิบหลักอย่างถั่วเหลืองจะปรับลดลงตามราคาตลาดโลก แต่ราคาขายเฉลี่ยปรับลดลงมากกว่า ส่งผลให้กำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวลงอย่างมาก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ TVO ในไตรมาส 3 ปี 2566 ลดลง 57.75% (342 ล้านบาท) มาจาก **การหดตัวของกำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin - GPM)** ซึ่งเป็นผลโดยตรงจาก **รายได้จากการขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** ทั้งจากผลิตภัณฑ์หลักอย่างกากถั่วเหลืองและวัตถุดิบอาหารสัตว์ รวมถึงน้ำมันถั่วเหลืองบริสุทธิ์ แม้ต้นทุนขายจะลดลงตามราคาวัตถุดิบหลัก แต่ราคาขายเฉลี่ยปรับลดลงมากกว่า ทำให้ GPM ปรับตัวลดลงอย่างมาก
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้จากการขายลดลง:**
* **กากถั่วเหลืองและวัตถุดิบอาหารสัตว์:** ราคาขายปรับลดลงตามตลาดโลกและตลาดในประเทศที่มีการแข่งขันสูง ประกอบกับปริมาณขายลดลงเนื่องจากการหดตัวของกลุ่มลูกค้าที่ผลิตเพื่อส่งออกตามภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และการเลี้ยงปศุสัตว์ที่ลดลงจากราคาขายสินค้าปศุสัตว์ในประเทศที่ปรับลดลง
* **น้ำมันถั่วเหลืองบริสุทธิ์:** ราคาขายปรับลดลงตามทิศทางราคาน้ำมันพืชในตลาดโลกและตลาดในประเทศ ปริมาณขายลดลงเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว เงินเฟ้อ และดอกเบี้ยสูง ส่งผลให้กำลังซื้อลดลง ผู้บริโภคเน้นสินค้าที่ราคาถูกกว่า และความผันผวนของราคาทำให้ความต้องการซื้อล่วงหน้าและปริมาณซื้อต่อครั้งลดลง
* **กำไรขั้นต้น (GPM) หดตัว:** แม้ต้นทุนขายสินค้าของบริษัทปรับลดลงตามราคาถั่วเหลืองในตลาดโลกที่ลดลงหลังผลผลิตบราซิลออกสู่ตลาด แต่ราคาขายเฉลี่ยปรับลดลงมากกว่าต้นทุนเฉลี่ย ทำให้ GPM ลดลง สำหรับบริษัทย่อย ต้นทุนขายลดลงตามรายได้จากการขายที่ลดลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว แต่ต้องติดตามแนวโน้มราคาวัตถุดิบและกำลังซื้อ**
จากเอกสารระบุว่าราคาขายที่ปรับลดลงสอดคล้องกับราคาตลาดโลกและตลาดภายในประเทศที่มีการแข่งขันสูง รวมถึงภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและกำลังซื้อที่ลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การที่ราคาถั่วเหลืองซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักปรับลดลงจากปีก่อนหน้า ถือเป็นปัจจัยบวกต่อต้นทุน แต่การที่ราคาขายปรับลดลงมากกว่าทำให้ GPM หดตัว ซึ่งต้องจับตาว่าแนวโน้มราคาขายจะฟื้นตัวได้หรือไม่เมื่อเทียบกับต้นทุนที่อาจผันผวนตามฤดูกาลผลิตและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/66 ลดลง 57.75% YoY:** อยู่ที่ 250 ล้านบาท จาก 593 ล้านบาท ในปีก่อน
* **รายได้จากการขายรวม Q3/66 ลดลง 27.00% YoY:** อยู่ที่ 7,515 ล้านบาท จาก 10,294 ล้านบาท
* **กำไรขั้นต้น Q3/66 ลดลง 58.17% YoY:** อยู่ที่ 394 ล้านบาท จาก 942 ล้านบาท
* **GPM หดตัว:** สาเหตุหลักมาจากราคาขายเฉลี่ยปรับลดลงมากกว่าต้นทุนวัตถุดิบหลัก (ถั่วเหลือง) ที่ลดลงตามตลาดโลก
* **ปริมาณขายลดลง:** ได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และการแข่งขันด้านราคา
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง:** เป็นผลจากการบริหารจัดการค่าใช้จ่าย เช่น ค่าใช้จ่ายในการส่งออก ค่าประชาสัมพันธ์ และค่าใช้จ่ายพนักงาน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายรวม 7,515 ล้านบาท ลดลง 27.00% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์หลักอย่างกากถั่วเหลืองและวัตถุดิบอาหารสัตว์ รวมถึงน้ำมันถั่วเหลืองบริสุทธิ์ ปรับตัวลดลง โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาขายที่ลดลงตามตลาดโลกและตลาดในประเทศ ประกอบกับปริมาณการขายที่ลดลงตามกำลังซื้อที่หดตัว ต้นทุนขายรวมอยู่ที่ 7,121 ล้านบาท ลดลง 23.86% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 58.17% มาอยู่ที่ 394 ล้านบาท แม้จะมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนและตราสารอนุพันธ์เพิ่มขึ้น 41.14% และรายได้อื่นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ อยู่ที่ 250 ล้านบาท ลดลง 57.75%
สำหรับงวดเก้าเดือนแรกของปี 2566 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 26,060 ล้านบาท ลดลง 10.61% และมีกำไรสุทธิรวม 414 ล้านบาท ลดลงถึง 81.25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนและตราสารอนุพันธ์:** บริษัทมีการบริหารความเสี่ยงที่ดี ทำให้มีกำไรจากส่วนนี้เพิ่มขึ้น
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** บริษัทสามารถลดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลงได้อย่างมีนัยสำคัญ
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันด้านราคา:** ตลาดโลกและตลาดในประเทศมีการแข่งขันด้านราคาสูง กดดันราคาขายให้ลดลง
* **ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและกำลังซื้อลดลง:** ส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายสินค้าทั้งในและต่างประเทศ
* **ราคาวัตถุดิบผันผวน:** แม้ราคาถั่วเหลืองจะลดลง แต่ความผันผวนของราคา commodity อาจส่งผลต่อต้นทุนในอนาคต
* **ปัญหาการนำเข้าเนื้อสุกรผิดกฎหมาย:** ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมปศุสัตว์และปริมาณการขายวัตถุดิบอาหารสัตว์
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาขายสินค้าหลัก (กากถั่วเหลือง, น้ำมันถั่วเหลือง) เทียบกับต้นทุนวัตถุดิบ
* การฟื้นตัวของกำลังซื้อภายในประเทศและตลาดส่งออก
* ผลกระทบจากการแข่งขันด้านราคาในตลาด
* สถานการณ์อุตสาหกรรมปศุสัตว์ในประเทศ
* การบริหารจัดการสต็อกสินค้าและวัตถุดิบ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ราคาขายสินค้าประเภทกากถั่วเหลืองและวัตถุดิบอาหารสัตว์ รวมถึงน้ำมันถั่วเหลืองบริสุทธิ์ ปรับลดลงสอดคล้องกับราคาตลาดโลกและตลาดภายในประเทศ ราคาถั่วเหลืองซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักปรับลดลงจากปีก่อนหน้า
* **Volume:** ปริมาณการขายสินค้าประเภทกากถั่วเหลืองและวัตถุดิบอาหารสัตว์ปรับตัวลดลง เนื่องจากการหดตัวของกลุ่มลูกค้าที่ผลิตเพื่อส่งออกตามภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และการเลี้ยงปศุสัตว์ที่ลดลง ปริมาณการขายน้ำมันถั่วเหลืองบริสุทธิ์ก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน เนื่องจากกำลังซื้อลดลง
* **GPM:** กำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากราคาขายเฉลี่ยปรับลดลงมากกว่าต้นทุนเฉลี่ย
* **ช่องทางขาย/ลูกค้า:** ได้รับผลกระทบจากการหดตัวของกลุ่มลูกค้าที่ผลิตเพื่อส่งออก และกำลังซื้อที่ลดลงทั้งในและต่างประเทศ
* **สต็อก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับสต็อกในเอกสาร
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนและตราสารอนุพันธ์เพิ่มขึ้น แต่รายได้จากการขายสินค้าที่ผลิตเพื่อส่งออกได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว
* **ฤดูกาลผลิต:** ผลผลิตถั่วเหลืองของบราซิลที่ออกสู่ตลาดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในฤดูการผลิต 65/66 ส่งผลให้ราคาถั่วเหลืองในตลาดโลกปรับลดลง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด
## สรุปท้าย
TVO เผชิญความท้าทายในไตรมาส 3 ปี 2566 ด้วยกำไรสุทธิที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากแรงกดดันด้านราคาขายที่ลดลงตามตลาดโลกและตลาดในประเทศ ประกอบกับกำลังซื้อที่หดตัว ส่งผลให้ปริมาณขายลดลงและกำไรขั้นต้นปรับตัวลดลงอย่างมาก แม้ต้นทุนวัตถุดิบหลักจะลดลงตามราคาตลาดโลก แต่ก็ไม่สามารถชดเชยการลดลงของราคาขายได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทมีการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนได้ดี ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่ต้องจับตาแนวโน้มการฟื้นตัวของราคาขายและกำลังซื้อในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TVO ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
7,830.58
ล้านบาท
↑ 0.3% YoY
กำไรขั้นต้น
8,687.92
ล้านบาท
↓ 3.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
110.95
%
กำไรสุทธิ
521.64
ล้านบาท
↓ 35.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.66
%
D/E Ratio
0.22
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7,831
↑ + 0.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
8,688
↓ -3.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
522
↓ -35.4%
YoY
D/E Ratio
0.22
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TVO
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.22
ROE (%)
19.47
ROA (%)
18.56
Book Value/หุ้น
13.80
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TVO
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-589
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-223
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TVO
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-589.14
-120.18%
|
2,919.31
+150.11%
|
1,167.22
-211.23%
|
-1,049.39
-70.14%
|
-3,514.45
+3,539.28%
|
-96.57
-96.95%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-223.38
-87.29%
|
-1,756.98
+177.42%
|
-633.32
-222.54%
|
516.83
+1,519.65%
|
31.91
-103.11%
|
-1,027.27
-136.72%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
857.76
-180.80%
|
-1,061.56
+129.69%
|
-462.18
-178.39%
|
589.57
-83.94%
|
3,671.69
+1,330.34%
|
256.70
-21.20%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
343.32
+240.70%
|
100.77
+40.52%
|
71.71
+25.78%
|
57.01
-69.86%
|
189.15
-121.81%
|
-867.14
+1,998.60%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
498.94
+21.98%
|
409.04
+22.31%
|
334.42
-16.99%
|
402.88
+3.36%
|
389.79
+52.58%
|
255.47
+19.16%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
607.69
+21.80%
|
498.94
+21.98%
|
409.04
+22.31%
|
334.42
-16.99%
|
402.88
+3.36%
|
389.79
+52.58%
|