บริษัท น้ำมันพืชไทย จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
27.25
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้รวม เพิ่มขึ้น 6,345 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 25.42 ต้นทุนขายรวมอยู่ที่ 28,349 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6,242 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 28.24
กำไรขั้นต้น 2,959 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 103 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.61 ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายรวม 532 ล้านบาท ลดลง 17 ล้านบาท หรือลดลง ร้อยละ 3.10 สำหรับค่าใช้จ่ายในการบริหารรวม 264 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15 ล้านบาท หรือร้อยสะ 6.02
การเพาะปลูกถั่วเหลืองในประเทศสหรัฐอเมริกาเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น โดยภาพรวมราคาถั่วเหลืองเฉลี่ยของปี 2564 ปรับตัว เพิ่มขึ้นจากปี 2563 กว่า 40% อย่างไรก็ตามบริษัทสามารถปรับราคาขายสินค้าเพิ่มขึ้นได้ตามการปรับราคาเพิ่มขึ้นใน ตลาดโลก จึงส่งผลทำให้บริษัทมีกำไรขั้นต้น 2,959 บาท เพิ่มขึ้น 103 ล้านบาท จาก 2,856 บาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.61 เมื่อเทียบกับปี 2563
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9120 out_tok=2654 at=2026-07-26T10:56:21 -->
TVO กำไร Q2/2566 ดิ่ง 96% ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง-ยอดขายหด
TVO เผชิญแรงกดดันต้นทุนถั่วเหลืองพุ่ง-อุปสงค์ชะลอ ฉุดกำไร Q2/2566 วูบ 96% ขณะที่ฝ่ายจัดการเร่งปรับกลยุทธ์รับมือ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ของ TVO ในไตรมาส 2 ปี 2566 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 96.33% หรือ 918 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาจาก **ต้นทุนวัตถุดิบหลัก (ถั่วเหลือง) ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ประกอบกับปริมาณการขายสินค้าหลักที่ลดลง** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัวลงอย่างรุนแรง
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าถั่วเหลืองสูงขึ้น:** ราคาถั่วเหลืองในตลาดโลกยังคงได้รับแรงหนุนจากสต็อกที่อยู่ในระดับต่ำของสหรัฐฯ ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และความไม่แน่นอนของผลผลิตฤดูกาลใหม่จากสภาพอากาศที่แห้งแล้งในสหรัฐฯ รวมถึงความเสียหายจากปรากฏการณ์ลานิญาในอาร์เจนตินา แม้ผลผลิตจากบราซิลจะออกสู่ตลาดมากก็ตาม ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ต้นทุนขายของบริษัทปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **ปริมาณการขายสินค้าหลักลดลง:**
* **กากถั่วเหลืองและวัตถุดิบอาหารสัตว์:** แม้ราคาขายปรับตัวเพิ่มขึ้นตามตลาดโลก แต่ปริมาณการขายลดลงเนื่องจากมีการปิดซ่อมบำรุงเครื่องจักรในช่วงต้นไตรมาส ทำให้สต็อกสินค้ามีระดับต่ำ ประกอบกับลูกค้ากลุ่มผู้ผลิตอาหารสัตว์ในประเทศชะลอคำสั่งซื้อ เนื่องจากราคาเนื้อหมูและไก่ปรับลดลงจากการลักลอบนำเข้า ส่งผลให้เกษตรกรลดการเลี้ยงสัตว์
* **น้ำมันถั่วเหลืองบริสุทธิ์:** รายได้ลดลงเนื่องจากเศรษฐกิจในประเทศชะลอตัว ภาวะเงินเฟ้อส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค และการแข่งขันด้านราคากับน้ำมันปาล์มที่ถูกกว่า ทำให้ผู้บริโภคหันไปเลือกน้ำมันปาล์มมากขึ้น บริษัทจึงหันไปเน้นขายให้กับกลุ่มโรงแรม อุตสาหกรรม และตลาดส่งออกแทน
* **วัสดุหีบห่อ:** ปริมาณขายลดลงตามภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้ลูกค้าลดคำสั่งซื้อ
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าในไตรมาสนี้ ส่งผลให้บริษัทและบริษัทย่อยขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและตราสารอนุพันธ์ 138 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่บันทึกกำไร 256 ล้านบาท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว แต่ต้องติดตามปัจจัยภายนอก**
จากข้อมูลในเอกสาร ระบุว่าการปรับลดราคาทุนสินค้าคงเหลือให้เป็นมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ (กลับรายการ) เป็นจำนวน 247 ล้านบาท และการกลับรายการค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายในรายได้อื่น เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในไตรมาสนี้ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยหลักที่กดดันกำไร คือต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและอุปสงค์ที่ชะลอตัว ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะราคาถั่วเหลืองในตลาดโลกและกำลังซื้อของผู้บริโภคในประเทศที่อาจส่งผลต่อเนื่องไปในระยะข้างหน้า แต่การที่บริษัทมุ่งเน้นการขายไปยังตลาดส่งออกและกลุ่มอุตสาหกรรม อาจช่วยบรรเทาผลกระทบได้บ้าง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 96.33%:** กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ใน Q2/2566 อยู่ที่ 35 ล้านบาท ลดลง 918 ล้านบาท จาก 953 ล้านบาท ใน Q2/2565
* **รายได้จากการขายหดตัว 4.77%:** รวมอยู่ที่ 9,084 ล้านบาท จาก 9,539 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์หลักลดลง 4.69%
* **ต้นทุนขายพุ่ง 7.31%:** ต้นทุนขายรวมอยู่ที่ 8,969 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 611 ล้านบาท จาก 8,358 ล้านบาท
* **กำไรขั้นต้นวูบ 90.26%:** เหลือเพียง 115 ล้านบาท จาก 1,181 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าถั่วเหลืองสูงขึ้น
* **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน:** บันทึกขาดทุน 138 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่กำไร 256 ล้านบาท
* **กลับรายการขาดทุนสินค้าคงเหลือ:** มีการกลับรายการปรับลดราคาทุนสินค้าคงเหลือเป็นมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ จำนวน 247 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายรวม 9,084 ล้านบาท ลดลง 4.77% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์หลักที่ปรับตัวลดลง ประกอบกับต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 7.31% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 90.26% นอกจากนี้ การขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและตราสารอนุพันธ์ที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน ก็เป็นอีกปัจจัยที่กดดันผลประกอบการ ทำให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ลดลงถึง 96.33%
สำหรับผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 2566 รายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 18,545 ล้านบาท ลดลง 1.66% ขณะที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 9.06% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมลดลง 87.45% และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ลดลง 89.91%
## โอกาส
* **การมุ่งเน้นตลาดส่งออกและอุตสาหกรรม:** บริษัทพยายามปรับกลยุทธ์การขายน้ำมันถั่วเหลืองไปยังลูกค้ากลุ่มโรงแรม กลุ่มอุตสาหกรรม และตลาดส่งออกมากขึ้น เพื่อชดเชยกำลังซื้อในประเทศที่ชะลอตัว
* **การกลับรายการขาดทุนสินค้าคงเหลือ:** การกลับรายการรับรู้ผลขาดทุนจากการปรับลดราคาทุนสินค้าคงเหลือเป็นมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ จำนวน 247 ล้านบาท เป็นปัจจัยบวกต่อผลประกอบการในไตรมาสนี้
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาถั่วเหลืองในตลาดโลกยังคงได้รับแรงหนุนจากปัจจัยด้านอุปทานและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นความเสี่ยงหลักต่อต้นทุนขายและอัตรากำไรขั้นต้น
* **กำลังซื้อในประเทศชะลอตัวและภาวะเงินเฟ้อ:** ส่งผลกระทบต่อการบริโภคน้ำมันถั่วเหลือง และทำให้ผู้บริโภคหันไปเลือกสินค้าที่ราคาถูกกว่า
* **การแข่งขันด้านราคา:** การแข่งขันระหว่างน้ำมันถั่วเหลืองและน้ำมันปาล์มยังคงอยู่ในระดับสูง
* **การลักลอบนำเข้าเนื้อสัตว์:** ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอาหารสัตว์ในประเทศ และทำให้เกษตรกรลดการเลี้ยงสัตว์ ซึ่งกระทบต่อปริมาณการขายกากถั่วเหลืองและวัตถุดิบอาหารสัตว์
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทส่งผลกระทบต่อผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาถั่วเหลืองในตลาดโลก และปัจจัยด้านสภาพอากาศที่ส่งผลต่อผลผลิต
* กำลังซื้อของผู้บริโภคในประเทศ และทิศทางเศรษฐกิจ
* การแข่งขันด้านราคาน้ำมันพืชประเภทต่างๆ
* สถานการณ์การลักลอบนำเข้าเนื้อสัตว์ และผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอาหารสัตว์
* กลยุทธ์การขายไปยังตลาดส่งออกและกลุ่มอุตสาหกรรมของบริษัท
* การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ราคาถั่วเหลืองนำเข้าซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนขาย ขณะที่ราคาขายสินค้าหลักอย่างกากถั่วเหลืองปรับเพิ่มขึ้นตามตลาดโลก แต่ปริมาณขายลดลง ส่วนน้ำมันถั่วเหลืองบริสุทธิ์เผชิญแรงกดดันด้านราคาจากการแข่งขันกับน้ำมันปาล์ม
* **Volume:** ปริมาณการขายสินค้าหลัก ทั้งกากถั่วเหลือง วัตถุดิบอาหารสัตว์ และน้ำมันถั่วเหลืองบริสุทธิ์ ปรับตัวลดลงในไตรมาสนี้ โดยเฉพาะกากถั่วเหลืองที่ได้รับผลกระทบจากการปิดซ่อมบำรุงเครื่องจักรและอุปสงค์ที่ชะลอตัวจากเกษตรกร
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวลงอย่างรุนแรงถึง 90.26% ในไตรมาสนี้ จาก 1,181 ล้านบาท เหลือเพียง 115 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและปริมาณขายที่ลดลง
* **ช่องทางขาย:** บริษัทพยายามกระจายช่องทางขายน้ำมันถั่วเหลืองไปยังกลุ่มโรงแรม อุตสาหกรรม และตลาดส่งออก เพื่อลดการพึ่งพาตลาดในประเทศที่กำลังซื้อชะลอตัว
* **สต็อก:** สต็อกสินค้าในช่วงต้นไตรมาส 2 อยู่ในระดับต่ำ โดยเฉพาะกากถั่วเหลือง เนื่องจากมีการปิดซ่อมบำรุงเครื่องจักร
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ค่าเงินบาทอ่อนค่าส่งผลให้เกิดขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 138 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม การมุ่งเน้นตลาดส่งออกอาจเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ในสกุลเงินต่างประเทศ
* **ฤดูกาลผลิต:** การปิดซ่อมบำรุงเครื่องจักรในช่วงต้นไตรมาสส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตและสต็อกสินค้า
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดในส่วน MD&A นี้)
## สรุปท้าย
TVO เผชิญความท้าทายอย่างหนักในไตรมาส 2 ปี 2566 จากต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าถั่วเหลืองที่พุ่งสูงขึ้น ประกอบกับอุปสงค์ในประเทศที่ชะลอตัว ส่งผลให้รายได้จากการขายลดลงและกำไรขั้นต้นหดตัวอย่างมีนัยสำคัญ กำไรสุทธิจึงดิ่งลงกว่า 96% แม้จะมีการกลับรายการขาดทุนสินค้าคงเหลือเข้ามาช่วยบรรเทาผลกระทบ แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและกำลังซื้อในประเทศยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด บริษัทจำเป็นต้องเร่งปรับกลยุทธ์เพื่อบริหารจัดการต้นทุนและขยายช่องทางขายไปยังตลาดที่มีศักยภาพต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TVO ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
7,830.58
ล้านบาท
↑ 0.3% YoY
กำไรขั้นต้น
8,687.92
ล้านบาท
↓ 3.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
110.95
%
กำไรสุทธิ
521.64
ล้านบาท
↓ 35.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.66
%
D/E Ratio
0.22
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7,831
↑ + 0.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
8,688
↓ -3.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
522
↓ -35.4%
YoY
D/E Ratio
0.22
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TVO
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.22
ROE (%)
19.47
ROA (%)
18.56
Book Value/หุ้น
13.80
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TVO
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-589
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-223
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TVO
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-589.14
-120.18%
|
2,919.31
+150.11%
|
1,167.22
-211.23%
|
-1,049.39
-70.14%
|
-3,514.45
+3,539.28%
|
-96.57
-96.95%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-223.38
-87.29%
|
-1,756.98
+177.42%
|
-633.32
-222.54%
|
516.83
+1,519.65%
|
31.91
-103.11%
|
-1,027.27
-136.72%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
857.76
-180.80%
|
-1,061.56
+129.69%
|
-462.18
-178.39%
|
589.57
-83.94%
|
3,671.69
+1,330.34%
|
256.70
-21.20%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
343.32
+240.70%
|
100.77
+40.52%
|
71.71
+25.78%
|
57.01
-69.86%
|
189.15
-121.81%
|
-867.14
+1,998.60%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
498.94
+21.98%
|
409.04
+22.31%
|
334.42
-16.99%
|
402.88
+3.36%
|
389.79
+52.58%
|
255.47
+19.16%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
607.69
+21.80%
|
498.94
+21.98%
|
409.04
+22.31%
|
334.42
-16.99%
|
402.88
+3.36%
|
389.79
+52.58%
|