บริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
0.82
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7748 out_tok=3168 at=2026-07-26T11:08:29 -->
# TSE กำไรสุทธิส่วนบริษัทใหญ่ลดลงเล็กน้อย Q3/66 แต่ EBITDA พุ่ง รับอานิสงส์โครงการใหม่ญี่ปุ่น-Ft ปรับขึ้น
## รายได้รวมโตแรง 68% รับโครงการโอนิโกเบญี่ปุ่นเต็มไตรมาส ขณะที่ต้นทุนการเงินพุ่งสูงขึ้นตามทิศทางดอกเบี้ย
บริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TSE รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้รวมจากการขายและให้บริการ 559.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 68% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้กำไรสุทธิส่วนบริษัทใหญ่จะลดลงเล็กน้อย แต่ EBITDA กลับเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนการขยายตัวของธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TSE ในไตรมาส 3/2566 คือ **การรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ "โอนิโกเบ" ในประเทศญี่ปุ่น** ซึ่งเริ่มเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ในช่วงไตรมาส 2/2566 ส่งผลให้รายได้จากการขายและให้บริการรวมเพิ่มขึ้นถึง 68% YoY เป็น 559.4 ล้านบาท และส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้าเพิ่มขึ้น 1.4% YoY เป็น 150.4 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม **กำไรสุทธิส่วนบริษัทใหญ่กลับลดลงเล็กน้อย 0.7% YoY อยู่ที่ 120.6 ล้านบาท** เนื่องจากต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 88.5% YoY เป็น 148.0 ล้านบาท จากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างต่อเนื่อง
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**การเพิ่มขึ้นของรายได้** มาจากการเดินเครื่องผลิตเต็มกำลังของโครงการโอนิโกเบในญี่ปุ่น ซึ่งมีสัญญาขายไฟฟ้าระยะยาวกับการไฟฟ้าญี่ปุ่น 133 เมกะวัตต์ ประกอบกับการประกาศปรับค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ของ กกพ. ที่ส่งผลดีต่อรายได้จากการขายและให้บริการ นอกจากนี้ การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้าที่เพิ่มขึ้นก็มีปัจจัยมาจากการปรับ Ft เช่นกัน
**ในทางกลับกัน ต้นทุนทางการเงินที่พุ่งสูงขึ้น** เป็นผลโดยตรงจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่ปรับขึ้นมาแล้ว 5 ครั้ง รวม 1.25% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2566 ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาระดอกเบี้ยจ่ายของบริษัทฯ ที่ต้องกู้ยืมเงินมาใช้ในการลงทุนโครงการใหม่ๆ โดยเฉพาะโครงการโอนิโกเบ
แม้กำไรสุทธิส่วนบริษัทใหญ่จะลดลงเล็กน้อย แต่ **EBITDA ของกลุ่มบริษัทฯ กลับเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 60.1% YoY** เป็น 459.2 ล้านบาท สะท้อนถึงความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินงานหลักที่เพิ่มขึ้นจากการมีกำลังการผลิตที่มากขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของรายได้จากการดำเนินงานหลัก เนื่องจากโครงการโอนิโกเบได้เริ่มรับรู้รายได้เต็มที่แล้ว และการปรับค่า Ft ก็เป็นปัจจัยบวกที่อาจเกิดขึ้นต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม **ต้นทุนทางการเงินมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง หรืออาจเพิ่มขึ้นอีก** หากอัตราดอกเบี้ยยังคงอยู่ในทิศทางขาขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันกำไรสุทธิในระยะต่อไป ต้องจับตาการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ และทิศทางอัตราดอกเบี้ยอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/66 เติบโต 68% YoY** แตะ 559.4 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสของโครงการโอนิโกเบในญี่ปุ่น
* **EBITDA พุ่ง 60.1% YoY** สู่ 459.2 ล้านบาท แสดงถึงการเติบโตของกำไรจากการดำเนินงานหลัก
* **กำไรสุทธิส่วนบริษัทใหญ่ Q3/66 ลดลงเล็กน้อย 0.7% YoY** อยู่ที่ 120.6 ล้านบาท
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 88.5% YoY** เป็น 148.0 ล้านบาท จากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
* **ส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้าเพิ่มขึ้น 1.4% YoY** เป็น 150.4 ล้านบาท จากผลของการปรับค่า Ft
* **กำลังการผลิตรวม 374.9 MW** ให้บริการเชิงพาณิชย์แล้ว 286.2 MW
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TSE มีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 559.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 68% เมื่อเทียบกับ 332.9 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 มีรายได้รวม 1,388.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.3% เมื่อเทียบกับ 997.1 ล้านบาทในปีก่อน หากรวมส่วนแบ่งกำไรจากกิจการที่ควบคุมร่วมกัน รายได้รวมจะอยู่ที่ 709.8 ล้านบาทในไตรมาส 3/66 และ 1,927.7 ล้านบาทในงวด 9 เดือนแรกของปี 2566
ต้นทุนขายและบริการรวมในไตรมาส 3/66 อยู่ที่ 326.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50.5% YoY โดยส่วนใหญ่มาจากการดำเนินงานของโครงการโอนิโกเบ ทำให้มีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 41.7% เพิ่มขึ้น 6.8% จาก 34.9% ในปีก่อน และเพิ่มขึ้น 1.9% จากไตรมาสก่อนหน้า สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 40.1% เพิ่มขึ้น 6.6% จาก 33.5% ในปีก่อน
ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 29.3% YoY ในไตรมาส 3/66 เป็น 55.4 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 65.6% YoY ในงวด 9 เดือนแรก เป็น 270.3 ล้านบาท เนื่องจากการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการโอนิโกเบ
กลุ่มบริษัทฯ มีกำไรอื่นในไตรมาส 3/66 อยู่ที่ 52.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 135.7% YoY โดยมีรายการขาดทุนจากการจำหน่ายอุปกรณ์ 52.2 ล้านบาท ขณะที่งวด 9 เดือนแรกมีกำไรอื่นลดลง 97.2% YoY เหลือ 5.6 ล้านบาท เนื่องจากปีก่อนมีการรับรู้กำไรจากการขายโรงไฟฟ้าในญี่ปุ่น 234.4 ล้านบาท
ต้นทุนทางการเงินในไตรมาส 3/66 เพิ่มขึ้น 88.5% YoY เป็น 148.0 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 51.3% YoY ในงวด 9 เดือนแรก เป็น 349.0 ล้านบาท จากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในการร่วมค้าสำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 อยู่ที่ 539.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.9% YoY โดยผลประกอบการของการร่วมค้าเพิ่มขึ้นจากการประกาศปรับค่า Ft
กำไรสุทธิส่วนบริษัทใหญ่ในไตรมาส 3/66 อยู่ที่ 120.6 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.7% YoY จาก 121.5 ล้านบาท ในขณะที่ EBITDA เพิ่มขึ้น 60.1% YoY เป็น 459.2 ล้านบาท สำหรับงวด 9 เดือนแรก กำไรสุทธิส่วนบริษัทใหญ่ลดลง 19.8% YoY เป็น 506.1 ล้านบาท เนื่องจากปีก่อนมีการรับรู้กำไรพิเศษจากการขายโรงไฟฟ้า แต่หากไม่รวมรายการพิเศษดังกล่าว กำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้น 27.6% YoY โดย EBITDA งวด 9 เดือนแรกเพิ่มขึ้น 15.2% YoY เป็น 1,290.0 ล้านบาท
## โอกาส
* **การรับรู้รายได้เต็มที่จากโครงการโอนิโกเบ:** โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ญี่ปุ่น ขนาด 133 เมกะวัตต์ ได้เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์เต็มไตรมาสแล้ว ซึ่งจะช่วยหนุนรายได้และกำไรในระยะต่อไป
* **การปรับค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft):** การประกาศปรับค่า Ft โดย กกพ. เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยเพิ่มรายได้จากการขายไฟฟ้าให้กับทั้งโครงการที่ดำเนินการเองและโครงการร่วมค้า
* **การขยายกำลังการผลิต:** บริษัทฯ มีกำลังการผลิตรวม 374.9 MW และให้บริการเชิงพาณิชย์แล้ว 286.2 MW ซึ่งยังมีศักยภาพในการเพิ่มกำลังการผลิตในอนาคต
* **การบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิงโครงการชีวมวล:** การบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิงที่มีประสิทธิภาพช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นของโครงการชีวมวล
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มสูงขึ้น:** การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรสุทธิ
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในงวดนี้จะมีการบันทึกกำไรขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนไม่มากนัก แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา โดยเฉพาะเมื่อมีการดำเนินงานในต่างประเทศ
* **รายการพิเศษ:** การรับรู้กำไรหรือขาดทุนจากรายการพิเศษ เช่น การขายสินทรัพย์ หรือการจำหน่ายอุปกรณ์ อาจส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิในแต่ละไตรมาส ทำให้การเปรียบเทียบผลการดำเนินงานอาจคลาดเคลื่อน
* **กฎระเบียบด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมพลังงานอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและผลประกอบการในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ทิศทางอัตราดอกเบี้ย:** การปรับขึ้นหรือลดลงของอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะมีผลโดยตรงต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ
* **ผลประกอบการโครงการโอนิโกเบ:** การดำเนินงานและรายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนการดำเนินงานและต้นทุนทางการเงิน
* **การประกาศปรับค่า Ft:** การเปลี่ยนแปลงค่า Ft ในอนาคตจะมีผลต่อรายได้จากการขายไฟฟ้า
* **แผนการลงทุนในอนาคต:** โครงการลงทุนใหม่ๆ ที่จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตและรายได้ในระยะยาว
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **กำลังการผลิต:** บริษัทฯ มีกำลังการผลิตรวม 374.9 MW แบ่งเป็น Solar 352.7 MW (Solar Farms 330.7 MW, Solar Rooftops 14 MW) และ Biomass 22.2 MW โดยมีโครงการที่ให้บริการเชิงพาณิชย์แล้ว 286.2 MW
* **รายได้จากการขายและให้บริการ:** การเพิ่มขึ้นของรายได้ในไตรมาส 3/66 มาจากการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสของโครงการโอนิโกเบในญี่ปุ่น (133 MW) และการปรับค่า Ft
* **ต้นทุนขายและบริการ:** ต้นทุนเพิ่มขึ้นตามการดำเนินงานของโครงการโอนิโกเบ แต่การบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิงโครงการชีวมวลยังคงมีประสิทธิภาพ
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนการบริหารต้นทุนที่ดีและการเพิ่มขึ้นของรายได้
* **ส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้า:** การร่วมค้าที่ลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 80 MW มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยส่วนแบ่งกำไรที่ TSE รับรู้เพิ่มขึ้น 1.4% YoY
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 กลุ่มบริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 21,505 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.9% จากสิ้นปี 2565 โดยส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นของที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับโครงการโอนิโกเบ
หนี้สินรวมอยู่ที่ 15,120 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.5% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากการกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินเพื่อใช้ในโครงการโอนิโกเบ
ส่วนของเจ้าของอยู่ที่ 6,385 ล้านบาท ลดลง 1% จากสิ้นปี 2565 เนื่องจากการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 190.6 ล้านบาทในไตรมาส 2/66
## สรุปท้าย
TSE ในไตรมาส 3/2566 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของรายได้จากการดำเนินงานหลัก โดยเฉพาะจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แห่งใหม่ในญี่ปุ่น ซึ่งเป็นปัจจัยหนุน EBITDA ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม ภาระต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มสูงขึ้นจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้กดดันกำไรสุทธิส่วนบริษัทใหญ่ให้ลดลงเล็กน้อย แม้จะมีปัจจัยบวกจากการปรับค่า Ft เข้ามาช่วยเสริม แต่ทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่ยังคงเป็นขาขึ้น และการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินจะเป็นประเด็นสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาต่อไป เพื่อประเมินแนวโน้มผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TSE ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
285.27
ล้านบาท
↑ 2.5% YoY
กำไรขั้นต้น
33.59
ล้านบาท
↑ 1.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
11.77
%
กำไรสุทธิ
-53.84
ล้านบาท
↓ 92% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-18.87
%
D/E Ratio
1.22
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
285
↑ + 2.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
34
↑ + 1.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-54
↓ -92%
YoY
D/E Ratio
1.22
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TSE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.22
ROE (%)
1.55
ROA (%)
3.40
Book Value/หุ้น
1.46
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TSE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-481
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,917
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TSE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-480.68
-72.10%
|
-1,723.01
-4,691.02%
|
37.53
-123.93%
|
-156.83
-129.15%
|
538.03
-4.07%
|
560.85
-19.08%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,916.65
+283.26%
|
500.09
-86.28%
|
3,644.34
+146.13%
|
1,480.67
+1,172.27%
|
116.38
-106.07%
|
-1,916.65
+150.41%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-1,411.38
-158.15%
|
2,427.03
-185.16%
|
-2,850.04
+258.63%
|
-794.71
-1,385.94%
|
61.80
-96.27%
|
1,657.71
+652.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
24.62
-97.96%
|
1,204.12
+44.76%
|
831.83
+177.65%
|
299.60
+38.76%
|
215.91
-28.49%
|
301.91
+103.87%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
353.57
-81.80%
|
1,942.81
+438.71%
|
360.64
-57.53%
|
849.07
-3.87%
|
883.25
+37.24%
|
643.59
+14.72%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|