บริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
0.82
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5353 out_tok=2921 at=2026-07-26T10:36:49 -->
# TSE กำไรสุทธิ Q1/2566 พลิกโต 123% หากไม่รวมรายการพิเศษ รับแรงหนุนจากส่วนแบ่งกำไรกิจการร่วมค้า
## รายได้-กำไรปรับตามปัจจัยเฉพาะ ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการควบคุมต้นทุนและส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก
บริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TSE รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 233.3 ล้านบาท ลดลง 31.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะรายการที่เกิดจากการดำเนินงานปกติ จะพบว่ากำไรจากการดำเนินงานปกติเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 123% โดยมีปัจจัยหลักมาจากส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้าที่เพิ่มขึ้น และการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: ทรัพยากร / พลังงาน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรจากการดำเนินงานปกติของ TSE ในไตรมาส 1/2566 เติบโตอย่างก้าวกระโดด 123% (หากไม่รวมรายการพิเศษจากการขายโรงไฟฟ้าในญี่ปุ่นปี 2565) มาจาก **การเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้า** ซึ่งได้รับผลบวกจากการประกาศปรับขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) และ **การบริหารต้นทุนขายและบริการที่มีประสิทธิภาพ** โดยเฉพาะการควบคุมค่าบำรุงรักษาและต้นทุนเชื้อเพลิงในกลุ่มโรงไฟฟ้าชีวมวล
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้า:** การประกาศปรับขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) โดยคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ส่งผลให้รายได้ของกิจการร่วมค้าที่ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 80 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้น 12.6% เป็น 461.3 ล้านบาท ทำให้กำไรสุทธิของกิจการร่วมค้าเพิ่มขึ้น 9.9% เป็น 325.0 ล้านบาท ส่งผลให้ส่วนแบ่งกำไรที่ TSE รับรู้เพิ่มขึ้น 9.9% เป็น 195.0 ล้านบาท
* **การควบคุมต้นทุนขายและบริการ:** ต้นทุนขายและบริการรวมลดลง 7.3% เป็น 214.5 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนจากโครงการโรงไฟฟ้าที่จำหน่ายไป และการบริหารต้นทุนค่าบำรุงรักษาและต้นทุนเชื้อเพลิงในกลุ่มโรงไฟฟ้าชีวมวลที่มีประสิทธิผล ทำให้ **อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 30.9% ในไตรมาส 1/2565 เป็น 38.0% ในไตรมาส 1/2566**
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 26.7% เป็น 57.0 ล้านบาท เนื่องจากในไตรมาส 1/2565 มีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าที่ปรึกษาทางการเงินและกฎหมายจากการขายโรงไฟฟ้าในญี่ปุ่น
อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิรวมของบริษัทฯ ในไตรมาส 1/2566 อยู่ที่ 233.3 ล้านบาท ลดลง 31.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากในไตรมาส 1/2565 มีการรับรู้รายการพิเศษจากการขายโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่นจำนวน 234.4 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการที่ไม่เกิดขึ้นประจำ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของ **การบริหารต้นทุน** ที่ฝ่ายจัดการระบุว่ามีประสิทธิผล และ **การรับรู้รายได้จากโครงการใหม่** เช่น โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ซอยล์กรีต 8 เมกะวัตต์ ที่เริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 2/2565 นอกจากนี้ การที่บริษัทย่อยได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์โอนิโกเบในประเทศญี่ปุ่น ขนาด 147 เมกะวัตต์ ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2566 และจะเริ่มรับรู้รายได้และกำไรได้ทันทีในช่วงไตรมาส 2 ปี 2566 จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งในปีนี้ ส่วนปัจจัยด้าน **ส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้า** จะขึ้นอยู่กับการประกาศปรับค่า Ft ในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่:** 233.3 ล้านบาท ลดลง 31.2% YoY (หากไม่รวมรายการพิเศษจากการขายโรงไฟฟ้าในญี่ปุ่นปี 2565 จะเติบโต 123%)
* **รายได้จากการขายและการให้บริการ:** 345.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 3.2% YoY (ไม่รวมส่วนแบ่งกำไรจากกิจการที่ควบคุมร่วมกัน)
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 30.9% ใน Q1/2565 เป็น 38.0% ใน Q1/2566
* **ส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้า:** เพิ่มขึ้น 9.9% เป็น 195.0 ล้านบาท จากการปรับขึ้นค่า Ft
* **ต้นทุนทางการเงิน:** เพิ่มขึ้น 13.7% เป็น 89.0 ล้านบาท จากอัตราดอกเบี้ยที่ปรับสูงขึ้น
* **โครงการใหม่ในญี่ปุ่น:** โครงการโอนิโกเบ (147 MW) เริ่ม COD แล้วในเดือน พ.ค. 66 คาดรับรู้รายได้ Q2/66
* **โครงการใหม่ในไทย:** ได้รับคัดเลือกสัญญา FiT 7 โครงการ กำลังผลิตรวม 88.66 MW
## ภาพรวมผลประกอบการ
กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวมสำหรับไตรมาสที่ 1/2566 จำนวน 345.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 3.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยจากการลดลงของรายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าที่ประเทศญี่ปุ่นที่ขายไปบางส่วน แต่ถูกชดเชยด้วยรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ซอยล์กรีตที่จังหวัดนครสวรรค์
ต้นทุนขายและบริการรวมลดลง 7.3% เป็น 214.5 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนจากโครงการที่จำหน่ายไปและการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิผล ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นจาก 30.9% เป็น 38.0%
ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 26.7% เป็น 57.0 ล้านบาท เนื่องจากไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษเหมือนปีก่อน
อย่างไรก็ตาม กำไรอื่นลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 215.1 ล้านบาท เหลือ 35.9 ล้านบาท เนื่องจากปีก่อนมีกำไรจากการขายเงินลงทุนและอัตราแลกเปลี่ยน
ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 13.7% เป็น 89.0 ล้านบาท จากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่เท่ากับ 233.3 ล้านบาท ลดลง 31.2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2565 ซึ่งมีรายการพิเศษจากการขายโรงไฟฟ้าในญี่ปุ่น
## โอกาส
* **โครงการใหม่ในญี่ปุ่น:** การเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์โอนิโกเบ ขนาด 147 เมกะวัตต์ ในเดือนพฤษภาคม 2566 จะเริ่มรับรู้รายได้และกำไรตั้งแต่ไตรมาส 2/2566 เป็นต้นไป
* **โครงการใหม่ในไทย:** การได้รับคัดเลือกในสัญญาซื้อขายไฟโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) ปี 2565-2573 จำนวน 7 โครงการ กำลังการผลิตรวมกว่า 88.66 เมกะวัตต์ จะเป็นแหล่งรายได้และกำไรในอนาคต
* **การบริหารต้นทุน:** นโยบายการควบคุมต้นทุนค่าบำรุงรักษาและต้นทุนเชื้อเพลิงของกลุ่มโรงไฟฟ้าชีวมวลที่มีประสิทธิผล จะช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูง
* **ส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้า:** การประกาศปรับขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ยังคงเป็นปัจจัยบวกต่อผลประกอบการของกิจการร่วมค้า
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนทางการเงิน:** อัตราดอกเบี้ยที่ทยอยปรับเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2565 ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ เพิ่มขึ้น
* **ความไม่แน่นอนของค่า Ft:** การเปลี่ยนแปลงของค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ในอนาคต อาจส่งผลกระทบต่อส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้า
* **การบริหารจัดการโครงการ:** การดำเนินงานและการบริหารโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ๆ ทั้งในและต่างประเทศ อาจมีความท้าทายด้านการบริหารจัดการ
* **กฎระเบียบพลังงานและสิ่งแวดล้อม:** การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและผลตอบแทน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การรับรู้รายได้และกำไรจากโครงการโอนิโกเบ (ญี่ปุ่น):** ติดตามผลประกอบการที่แท้จริงที่จะเริ่มรับรู้ในไตรมาส 2/2566
* **ความคืบหน้าการพัฒนาโครงการ FiT 7 โครงการในไทย:** ติดตามการก่อสร้างและการ COD ตามแผน
* **แนวโน้มอัตราดอกเบี้ย:** ผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินในระยะต่อไป
* **การประกาศค่า Ft ในอนาคต:** ผลต่อส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้า
* **การบริหารจัดการต้นทุนอย่างต่อเนื่อง:** เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **กำลังการผลิต:** แม้จะมีการขายโรงไฟฟ้าบางส่วนในปีก่อน แต่บริษัทฯ มีการขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่องผ่านโครงการใหม่ๆ ทั้งในไทย (FiT 7 โครงการ, 88.66 MW) และโครงการที่ COD แล้วในญี่ปุ่น (โอนิโกเบ, 147 MW) ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในอนาคต
* **ราคาขายไฟฟ้า (ASP):** รายได้หลักยังคงมาจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้าในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) ซึ่งให้ความแน่นอนของราคาขายไฟฟ้าในระยะยาว โดยโครงการโอนิโกเบมีอัตราค่าไฟที่ 36 เยนต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 20 ปี ส่วนโครงการในไทยก็มีสัญญา FiT ที่ชัดเจน
* **ต้นทุนต่อหน่วย:** ฝ่ายจัดการให้ความสำคัญกับการควบคุมต้นทุนค่าบำรุงรักษาและต้นทุนเชื้อเพลิงในกลุ่มโรงไฟฟ้าชีวมวล ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนขายและบริการลดลง และอัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **กฎระเบียบ:** การได้รับคัดเลือกในโครงการ FiT สะท้อนความสามารถในการแข่งขันภายใต้กรอบกฎระเบียบของ กกพ. อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบในอนาคตยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่มีการกล่าวถึง **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น** 13.7% เป็น 89.0 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากอัตราดอกเบี้ยที่ปรับสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายปี 2565
## สรุปท้าย
TSE ในไตรมาส 1/2566 แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและศักยภาพในการสร้างการเติบโตจากโครงการใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้าที่ได้รับผลบวกจากค่า Ft และการควบคุมต้นทุนที่ช่วยดันอัตรากำไรขั้นต้นให้สูงขึ้น แม้ว่ากำไรสุทธิรวมจะลดลงเนื่องจากรายการพิเศษในปีก่อน แต่การที่โครงการโรงไฟฟ้าโอนิโกเบในญี่ปุ่นได้เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว และการได้รับคัดเลือกโครงการ FiT ใหม่ในไทย จะเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของผลประกอบการในปี 2566 อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นและความไม่แน่นอนของค่า Ft ในอนาคตเป็นปัจจัยที่นักลงทุนควรจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TSE ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
285.27
ล้านบาท
↑ 2.5% YoY
กำไรขั้นต้น
33.59
ล้านบาท
↑ 1.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
11.77
%
กำไรสุทธิ
-53.84
ล้านบาท
↓ 92% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-18.87
%
D/E Ratio
1.22
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
285
↑ + 2.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
34
↑ + 1.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-54
↓ -92%
YoY
D/E Ratio
1.22
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TSE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.22
ROE (%)
1.55
ROA (%)
3.40
Book Value/หุ้น
1.46
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TSE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-481
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,917
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TSE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-480.68
-72.10%
|
-1,723.01
-4,691.02%
|
37.53
-123.93%
|
-156.83
-129.15%
|
538.03
-4.07%
|
560.85
-19.08%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,916.65
+283.26%
|
500.09
-86.28%
|
3,644.34
+146.13%
|
1,480.67
+1,172.27%
|
116.38
-106.07%
|
-1,916.65
+150.41%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-1,411.38
-158.15%
|
2,427.03
-185.16%
|
-2,850.04
+258.63%
|
-794.71
-1,385.94%
|
61.80
-96.27%
|
1,657.71
+652.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
24.62
-97.96%
|
1,204.12
+44.76%
|
831.83
+177.65%
|
299.60
+38.76%
|
215.91
-28.49%
|
301.91
+103.87%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
353.57
-81.80%
|
1,942.81
+438.71%
|
360.64
-57.53%
|
849.07
-3.87%
|
883.25
+37.24%
|
643.59
+14.72%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|